อะไรอยู่เบื้องหลังการแบ่งแยกกันระหว่างจีน-ไต้หวัน

3 ต.ค. 2564 - 12:00 น.

ไม่ว่าจะเป็นแค่การข่มขู่หรือการบุกรุกที่เป็นการคุกคามอย่างแท้จริง กิจกรรมทางทหารที่เพิ่มมากขึ้นของจีนในไต้หวันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้สร้างความกังวลให้กับคนทั่วโลก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ประเด็นสำคัญของความแตกแยกนี้คือ รัฐบาลจีนเห็นว่า ไต้หวันเป็นมณฑลที่แยกตัวออกไปของจีน และสุดท้ายจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกครั้ง

ส่วนชาวไต้หวันจำนวนมากไม่เห็นด้วย พวกเขารู้สึกว่า ในทางปฏิบัติแล้ว พวกเขาคือชาติที่แยกตัวออกไป ไม่ว่าจะเคยมีการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม

Flag of Taiwan
AFP

ความตึงเครียดนี้มีประวัติศาสตร์เป็นมาอย่างไร

ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น คนที่เข้ามาตั้งรกรากในไต้หวันกลุ่มแรกคือชนเผ่าออสโตรนีเซียน (Austronesian) ซึ่งเชื่อว่า มาจากทางใต้ของจีนในปัจจุบัน

เกาะไต้หวันดูเหมือนจะปรากฏอยู่ในบันทึกของจีนครั้งแรกในปี ค.ศ. 239 เมื่อจักรพรรดิจีนทรงส่งกองกำลังออกไปสำรวจทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่จีนใช้ในการสนับสนุนการอ้างกรรมสิทธิ์ทางเขตแดนของจีนด้วย

หลังจากที่ตกเป็นอาณานิคมของดัตช์เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ (1624-1661) ราชวงศ์ชิงของจีนได้ปกครองไต้หวันระหว่างปี 1683-1895

Map of Taiwan
BBC

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เริ่มมีผู้อพยพเข้ามาจำนวนมากจากจีน ส่วนใหญ่มักจะเป็นการหนีความวุ่นวายหรือชีวิตที่ยากลำบาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยนจากมณฑลฝูเจี้ยน หรือ ชาวจีนแคะซึ่งส่วนใหญ่มาจากมณฑลกวางตุ้ง ผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากผู้อพยพ 2 กลุ่มนี้คือกลุ่มประชากรที่ใหญ่ที่สุดของเกาะไต้หวันในปัจจุบัน

ในปี 1895 ญี่ปุ่นชนะสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง (First Sino-Japanese War) และรัฐบาลของราชวงศ์ชิงต้องยอมยกไต้หวันให้แก่ญี่ปุ่น หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นยอมแพ้และสละการปกครองดินแดนไต้หวันที่ได้มาจากจีน สาธารณรัฐจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เริ่มปกครองไต้หวันโดยได้รับความยินยอมจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นชาติพันธมิตร

แต่ในอีก 2-3 ปี ต่อมา ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในจีน และกองทัพคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตุง ได้โจมตีทหารของเจียง ไคเชก (ภาษาจีนกลางออกเสียงว่า เจี่ยง เจี้ยสือ) ผู้นำในขณะนั้น

นายเจียง และสมาชิกรัฐบาลก๊กมินตั๋งที่เหลืออยู่ของเขาได้หนีไปไต้หวันในปี 1949 คนกลุ่มนี้ซึ่งถูกเรียกว่า ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และขณะนั้นมีอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน ได้ครอบงำการเมืองไต้หวันนานหลายปี แม้ว่าจะมีสัดส่วนเพียง 14% ของประชากรไต้หวัน

การที่นายเจี่ยง จิงกว๋อ บุตรชายของเจียง ไคเชก สืบทอดความเป็นเผด็จการทำให้เขาเผชิญกับการต่อต้านจากคนท้องถิ่นที่ไม่พอใจกับการปกครองแบบรวบอำนาจและเผชิญกับแรงกดดันจากขบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้นายเจี่ยง จิงกว๋อ เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยขึ้น

ประธานาธิบดีหลี่ เติงฮุย หรือที่รู้จักกันว่า เป็น “บิดาแห่งประชาธิปไตย” ของไต้หวัน ได้เป็นผู้นำในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่การวางพื้นฐานทางการเมืองในการเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น จนในที่สุดก็ทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ได้ประธานาธิบดีที่ไม่ได้มาจากพรรคก๊กมินตั๋ง (Kuomintang—KMT) คนแรกของไต้หวันคือ นายเฉิน สุยเปี่ยน ในปี 2000

………………..

“หนึ่งประเทศ สองระบบ”

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวันเริ่มพัฒนาขึ้นในยุคทศวรรษ 1980 จีนเดินหน้าหลักการที่เรียกว่า “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ซึ่งไต้หวันจะได้รับอำนาจในการปกครองตนเอง ถ้ากลับมารวมประเทศกับจีน

ระบบนี้ได้นำมาใช้กับฮ่องกงก่อน เพื่อที่จะโน้มน้าวให้ชาวไต้หวันกลับมาสู่จีนแผ่นดินใหญ่

ไต้หวันปฏิเสธข้อเสนอนี้ แต่ก็ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการเดินทางและการลงทุนในจีน ในปี 1991 ไต้หวันได้ประกาศด้วยว่า สงครามกับสาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่ได้ยุติลงแล้ว

นอกจากนี้ยังมีการเจรจากันอย่างจำกัดเกิดขึ้นหลายครั้งระหว่างผู้แทนอย่างไม่เป็นทางการของทั้งสองฝ่าย แต่การยืนกรานของรัฐบาลจีนที่ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐจีน (Republic of China–ROC) ของไต้หวัน ไม่มีความชอบธรรม ทำให้การหารือกันระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้

ประธานาธิบดีเฉิน สุยเปี่ยนของไต้หวัน ให้สัมภาษณ์นักข่าวในกรุงปานามาซิตี้ 02 พ.ย. 2003
AFP
เฉิน สุยเปี่ยน เป็นผู้สนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน

ในปี 2000 เมื่อไต้หวันเลือกนายเฉิน สุยเปี่ยน เป็นประธานาธิบดี รัฐบาลปักกิ่งเริ่มระวังตัว เพราะนายเฉินสนับสนุน “การเป็นเอกราช” อย่างเปิดเผย

1 ปีหลังจากนายเฉิน ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปในปี 2004 จีนได้ผ่านกฎหมายที่เรียกว่า กฎหมายต่อต้านการแยกตัว ซึ่งบัญญัติไว้ว่า จีนมีสิทธิใช้ “วิธีการไม่สันติ” ต่อไต้หวันได้ ถ้าไต้หวันพยายาม “แยกตัว” ออกจากจีน

หลังจากนายหม่า อิงจิ่ว ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันต่อจากนายเฉินในปี 2008 เขาได้พยายามพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนผ่านข้อตกลงทางเศรษฐกิจต่าง ๆ

8 ปีต่อมา ในปี 2016 ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน คนปัจจุบันของไต้หวันได้รับเลือกตั้ง เธอเป็นหัวหน้าพรรคเดโมแครติกโปรเกรสซีฟ หรือ ประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party–DPP) ซึ่งมีความโน้มเอียงไปทางด้านการเป็นเอกราชอย่างเป็นทางการจากจีน

ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน
Reuters
ภายใต้การนำของนางไช่ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวันย่ำแย่ลงอีกครั้ง

หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016 นางไช่ได้พูดคุยกับเขาผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนนโยบายสหรัฐฯ ที่ตั้งขึ้นในปี 1979 ซึ่งมีการตัดขาดความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการขึ้น

แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ ได้รับปากว่า จะจัดหาอาวุธป้องกันตัวให้กับไต้หวัน และเน้นย้ำว่า การโจมตีใด ๆ จากจีน จะทำให้เกิด “ปัญหาที่ใหญ่หลวง”

ตลอดปี 2018 จีนได้เพิ่มการกดดันต่อบริษัทระหว่างประเทศ บังคับให้พวกเขาต้องระบุว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนบนหน้าเว็บไซต์และขู่ว่า จะปิดกั้นการทำธุรกิจในจีน ถ้าไม่ยอมปฏิบัติตาม

นางไช่ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ในปี 2020 แต่ในเวลานั้น ฮ่องกงเกิดความไม่สงบขึ้นมาเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว โดยผู้ประท้วงต่อต้านอิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ ชาวไต้หวันจำนวนมากจับตามองเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

ต่อมาในปีเดียวกัน จีนได้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ทำให้ถูกมองว่า เป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่า รัฐบาลจีนมีความมั่นใจมากขึ้นในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็ได้เข้าหาไต้หวันมากขึ้นและให้ความมั่นใจกับรัฐบาลไต้หวันว่า จะสนับสนุนต่อไป เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปีไปเยือนไต้หวันด้วย

รัฐบาลจีนวิพากษ์วิจารณ์การหารือนี้อย่างรุนแรง โดยเตือนสหรัฐฯ ว่า “อย่าส่งสัญญาณที่ผิดใด ๆ เกี่ยวกับ ‘การเป็นเอกราชของไต้หวัน’ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ” โดยระหว่างการเยือนดังกล่าว จีนได้จัดการฝึกซ้อมทางทหารโดยใช้กระสุนจริงในน่านน้ำที่กั้นระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และเกาะไต้หวัน

ปีนี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้ระบุว่า คำมั่นสัญญาของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีต่อไต้หวันนั้น “มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง”

ในช่วง 2-3 วันแรกหลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายไบเดน ไต้หวันได้แจ้งว่า มี “การรุกล้ำขนาดใหญ่” โดยเครื่องบินจีนเป็นเวลา 2 วัน จากนั้นในวันที่ 12 เม.ย. รัฐบาลไต้หวันระบุว่า จีนได้ส่งเครื่องบินรบจำนวนมากที่สุดในรอบ 1 ปีเข้าสู่เขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone–ADIZ) ของไต้หวัน

โดยพล.ร.อ. จอห์น อากีลีโน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตือนว่า การที่จีนบุกไต้หวัน “มีความใกล้ชิดกับเรามากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด”

ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ (2 ต.ค.) กระทรวงกลาโหมของไต้หวันรายงานว่า เครื่องบินทหารของจีน 38 ลำ บินเข้ามาในเขตป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันเมื่อวันศุกร์ (1 ต.ค.) ถือเป็นการรุกล้ำครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลจีนเท่าที่เคยมีมา

……………

ใครที่ยอมรับไต้หวันบ้าง

มีความเห็นไม่ตรงกันและความสับสนว่า ไต้หวันเป็นอะไร

จีนถือว่า ไต้หวันเป็นมณฑลที่แยกตัวออกไปของจีน ซึ่งจีนประกาศว่าจะนำไต้หวันกลับคืนมา และจะใช้กำลังถ้าจำเป็น แต่บรรดาผู้นำของไต้หวันระบุว่า เห็นได้ชัดว่า ไต้หวันเป็นมากกว่าแค่มณฑลหนึ่ง และระบุว่า ไต้หวันเป็นรัฐอธิปไตย

ไต้หวันมีรัฐธรรมนูญของตัวเอง มีผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และมีทหารราว 300,000 นายประจำการอยู่ในกองทัพ

รัฐบาล ROC ของเจียง ไคเชก ซึ่งหนีจากแผ่นดินใหญ่ไปยังไต้หวันในปี 1949 ตอนแรกอ้างตัวว่า เป็นตัวแทนของจีนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาล ROC ต้องการจะกลับไปยึดครองจีนอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้ที่นั่งของจีนในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย ชาติตะวันตกหลายชาติยอมรับรัฐบาล ROC ว่าเป็นรัฐบาลจีนเพียงรัฐบาลเดียว

แต่ในปี 1971 สหประชาชาติได้หันมายอมรับรัฐบาลจีนในทางการทูต และรัฐบาล ROC ถูกบีบให้ออกไป นับจากนั้นประเทศต่าง ๆ ที่ยอมรับรัฐบาล ROC ทางการทูตก็ลดน้อยลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียง 15 ประเทศ

การแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างจุดยืน 2 อย่างนี้ ทำให้ประเทศส่วนใหญ่ดูเหมือนจะยินดีที่จะยอมรับความคลุมเครือที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไต้หวันมีลักษณะเหมือนกับรัฐอธิปไตยทุกอย่าง แม้ว่าสถานะตามกฎหมายยังคงไม่ชัดเจนก็ตาม

……………………….

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ จีน-ไต้หวัน

แม้ว่าความคืบหน้าด้านทางการเมืองจะล่าช้า แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและระบบเศรษฐกิจของจีนและไต้หวันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทของไต้หวันหลายแห่งเข้าไปลงทุนในจีนแล้วราว 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2 ล้านล้านบาท) และมีชาวไต้หวันมากถึง 1 ล้านคน อาศัยอยู่ในจีนในปัจจุบัน หลายคนเปิดโรงงานของไต้หวันที่นั่น

ชาวไต้หวันบางส่วนกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพาจีนทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะที่หลายคนเชื่อว่า ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น จะทำให้โอกาสที่จีนจะใช้กำลังทหารลดน้อยลง เพราะจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของจีน

ข้อตกลงทางการค้าที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เกิด “ขบวนการดอกทานตะวัน” (Sunflower Movement) ในปี 2014 ซึ่งนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวบุกยึดรัฐสภาไต้หวัน เพื่อประท้วงต่อต้านสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า อิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นของจีนต่อไต้หวัน

นักเคลื่อนไหวสนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวันชูป้ายที่การชุมนุมในกรุงไทเป 20 ต.ค. 2018
AFP/Getty Images
การสำรวจความคิดเห็นเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า ชาวไต้หวันส่วนใหญ่สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลพรรค DPP ในการ “ปกป้องอธิปไตยแห่งชาติ”

DPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวัน สนับสนุนการเป็นเอกราชอย่างเป็นทางการของไต้หวัน ขณะที่พรรค KMT สนับสนุนการรวมชาติ

การสำรวจความคิดเห็นในเดือน มี.ค. 2021 โดยรัฐบาลไต้หวัน พบว่า ปัจจุบันชาวไต้หวันส่วนใหญ่สนับสนุนแนวทางของรัฐบาลพรรค DPP ในการ “ปกป้องอธิปไตยแห่งชาติ” มีคนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่บอกว่า พวกเขารู้สึกว่าเป็นชาวไต้หวัน มากกว่าเป็นชาวจีน

ในการเลือกตั้งปี 2020 นางไช่ชนะการเลือกตั้งโดยได้รับคะแนนเสียง 8.2 ล้านเสียง ทำลายสถิติเดิม ซึ่งถูกมองว่า เป็นการแสดงการปฏิเสธรัฐบาลจีนของชาวไต้หวัน

…….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ อะไรอยู่เบื้องหลังการแบ่งแยกกันระหว่างจีน-ไต้หวัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง