ไฟเซอร์นักเรียน: ฉีดเข็มแรกให้เด็ก 12 ปีขึ้นไปแล้ว 7.4 หมื่น ขณะที่โลกทวิตเตอร์ติดแฮชแท็กเล่าปัญหา

7 ต.ค. 2564 - 16:33 น.

กระทรวงสาธารณสุขเผยตัวเลขเด็กอายุ 12-17 ปี รับวัคซีนไฟเซอร์เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 จนถึงวันที่ 6 ต.ค. แล้ว 74,501 คน ขณะที่ในโลกทวิตเตอร์ติดแท็ก “ไฟเซอร์นักเรียน” จนขึ้นเป็นเทรนด์ยอดนิยมของประเทศไทย ในจำนวนนี้มีบางส่วนถูกเลื่อนวันฉีดวัคซีนด้วย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

แฮชแท็ก #ไฟเซอร์นักเรียน ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ของทวิตเตอร์ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. หลังมีผู้ใช้งานทวีตข้อความบอกเล่าประสบการณ์ตรงในการรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของนักเรียน เพื่อต้อนรับวัคเปิดภาคเรียนที่ 2 ในเดือน พ.ย. นี้

การฉีดวัคซีนชนิด mRNA ยี่ห้อไฟเซอร์ ให้แก่นักเรียน อายุ 12-18 ปี เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เมื่อ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งยอดของนักเรียนที่ประสงค์ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ไว้ราว 3.6 ล้านคน จากกลุ่มเป้าหมาย 4.5-5 ล้านคน และยังมีการแจ้งความจำนงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ในการแสดงความคิดเห็นผ่านพื้นที่ทวิตเตอร์ ยังมีเด็กนักเรียนบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะฉีดไฟเซอร์อันเนื่องมาจากการได้รับข้อมูลข่าวสารบางประการ หรือการที่ผู้ปกครองไม่อนุญาตให้ฉีด รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับการจัดสรรและกระจายวัคซีนไปยังโรงเรียนในบางจังหวัด

ด้านกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดย นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยวันนี้ (7 ต.ค.) ว่ามีเด็กอายุ 12-17 ปี ได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรกแล้ว 74,501 คน จากกลุ่มเป้าหมาย 4.5 ล้านคน

ตัวเลขนี้เป็นยอดฉีดวัคซีนระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-6 ต.ค. 2564 ซึ่งมีเด็กบางส่วนที่เป็นกลุ่ม 7 โรคเสี่ยงที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์มาก่อนหน้าวันคิกออฟเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

นพ. เฉวตสรรกล่าวว่า จากภาพรวมการฉีดวัคซีนในเด็ก หากเทียบกับที่ผ่านมาว่าจะต้องฉีดได้วันละหลักหลายหมื่นหรือเป็นแสนโดส พบว่ามีปัจจัยที่หลายพื้นที่เป็นช่วงของการสอบ เช่น กรุงเทพฯ มีการสอบปลายภาคของนักเรียน ดังนั้น จำนวนการฉีดจึงขึ้นอยู่กับความพร้อมและการกำหนดจุดบริการ เพราะวัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนชนิด mRNA ต้องดูแลกำกับเรื่องอุณหภูมิการเก็บรักษาเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เห็นว่าขณะนี้ในหลายพื้นที่มีการตอบการรับการฉีดวัคซีนเป็นอย่างดี

ส่วนความกังวลเรื่องอาการไม่พึงประสงค์เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ นพ. เฉวตสรรกล่าวว่า จากการฉีดกลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัวก่อนหน้านี้จำนวนกว่า 1 แสนราย พบอาการนี้ 6 ราย แต่อย่างไรก็ตามแนะนำผู้ปกครองให้ติดตามอาการหลังการฉีดด้วย

ส่วนความคืบหน้าของการเด็กที่แสดงความจำนงการฉีดวัคซีน ได้ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการว่า มีเพิ่มเติมเข้ามาเป็นหลักแสนคน จากเดิมที่ลงทะเบียนไว้ 3.6 ล้านคน

ผู้ใช้ทวิตเตอร์โพสต์เล่าปัญหา “ไฟเซอร์นักเรียน”


ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ทวีตข้อความเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทำให้ไม่ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ผ่านแฮชแท็ก “ไฟเซอร์นักเรียน” โดยมีความเห็นที่หลากหลาย ตั้งแต่เด็กนักเรียนบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะฉีดไฟเซอร์ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากบนโลกออนไลน์ว่าหากไม่ฉีดไฟเซอร์ แล้วต้องการฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากที่ต้องการไฟเซอร์ แต่ไม่มีโอกาสได้ฉีดเนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์

ขณะที่ผู้ใช้งานทวิตเตอร์อีกส่วนหนึ่งให้ความเห็นต่อกระแสนักเรียนไม่ต้องการฉีดไฟเซอร์ว่า อาจเป็นไปได้ว่าผู้ปกครองได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เพียงพอมา จึงไม่อนุญาตให้บุตรหลานฉีดวัคซีนชนิดนี้ และอีกส่วนหนึ่งอาจเกิดจากเด็กนักเรียนเองที่ได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากบนโลกออนไลน์ ทำให้เกิดความกังวลขึ้น จนปฏิเสธการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบุรี ยังโพสต์เล่าปัญหาว่าโรงเรียนถูกเลื่อนให้รับวัคซีนออกไป โดยโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนแจ้งยืนยันขอรับวัคซีน 2,660 คน และปรากฏข้อมูลตามเอกสารลงวันที่ 1 ต.ค. ที่มีการเผยแพร่เป็นการทั่วไป

ทว่าต่อมาในวันที่ 4 ต.ค. ตัวเลขดังกล่าวกลับหายไปจากโควตารับวัคซีนศูนย์โควิด-19 จ.เพชรบุรี และถูกแทนที่ด้วยโรงเรียนมัธยมอีกแห่ง ที่มีผู้ประสงค์ขอรับวัคซีน 2,053 คน ขณะที่ตัวเลขการฉีดวัคซีนนักเรียนโดยภาพรวมของจังหวัดรวม 13 โรงเรียน ยังคงอยู่ที่ 7,845 คนเท่าเดิม จากโควตาทั้งหมด 13,140 คน

ข้อมูลตัวเลขดังกล่าวปรากฏอยู่ในสื่อที่ส่งในแอปพลิเคชั่นไลน์แอดของ ศูนย์โควิด-19 จ.เพชรบุรี ระบุการฉีดวัคซีนไฟเซอร์กลุ่มนักเรียน 1.3 หมื่นคน ระหว่างวันที่ 5-8 ต.ค.

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศรายหนึ่งให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการส่งจดหมายตอบรับการฉีดวัคซีนและได้รับโควตาฉีดวัคซีนเข็มแรกในวันที่ 8 ต.ค. แต่เมื่อเห็นว่าตัวเลขโควตาของทางโรงเรียนหายไปฐานข้อมูลของ จ.เพชรบุรี จึงสอบถามไปยังครูและได้รับคำตอบว่า “จัดสรรวัคซีนไม่เพียงพอ”

“ด้วยความที่นักเรียนมีจำนวนมากกว่าโรงเรียนอื่น ๆ ทำให้จัดสรรวัคซีนไม่เพียงพอ จึงต้องตัดรายชื่อออกไปและจะฉีดให้ภายหลัง” นักเรียนรายนี้กล่าวอ้างถึงคำอธิบายที่ครูแจ้งกับเด็ก ๆ

ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยไปในทิศทางเดียวกันว่า ทางโรงพยาบาลได้แจ้งเลื่อนการฉีดวัคซีนของโรงเรียนออกไป เนื่องจากวัคซีนที่โรงพยาบาลได้รับจัดสรรมาไม่เพียงพอ สำหรับโรงเรียนนี้ ซึ่งมีนักเรียนกว่า 2,600 คน จึงได้ปรับการฉีดไปยังโรงเรียนอื่นในจังหวัดที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า

กำหนดเดิม โรงเรียนได้นัดหมายการฉีดในวันที่ 8 ต.ค.นี้ จึงเลื่อนออกไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง รพ. ได้แจ้งว่าสามารถทำการฉีดได้ในวันเดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ไฟเซอร์นักเรียน: ฉีดเข็มแรกให้เด็ก 12 ปีขึ้นไปแล้ว 7.4 หมื่น ขณะที่โลกทวิตเตอร์ติดแฮชแท็กเล่าปัญหา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง