โควิด-19 : ไทยและสหราชอาณาจักรมีแผนฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กต่างกันอย่างไร

8 ต.ค. 2564 - 11:25 น.

อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis) ในเด็กคือข้อกังวลสำคัญหลังประเทศต่าง ๆ รวมทั้งไทยและสหราชอาณาจักร เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ย้อนไปเมื่อต้นเดือน ก.ย. รัฐบาลสหราชอาณาจักรอนุมัติฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ให้เด็กอายุ 12-15 ปี ทุกคน แม้ไม่มีโรคประจำตัว ขณะที่ไทยเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียนอายุ 12-18 ปี อย่างเป็นทางการ เมื่อ 4 ต.ค. กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าจนถึง 6 ต.ค. มีเด็กอายุ 12-17 ปี รับวัคซีนไปแล้ว 74,501 คน

Girl being vaccinated by nurse
Getty Images

ก่อนหน้านี้ มีผลงานวิจัยที่ดูจากคนที่ได้รับวัคซีนชนิด mRNA ทั้งของไฟเซอร์และโมเดอร์นา พบว่า มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่คนจะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งพบบ่อยกว่าในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กผู้ชายหลังรับวัคซีนโดสที่ 2 อาจทำให้เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นแรง แต่อาการก็มักจะหายไปเองในไม่กี่วัน

อย่างไรก็ดี ไม่มีวัคซีนหรือยาตัวไหนที่ปลอดภัย 100% แต่สถิติจากสหรัฐฯ พบว่าจำนวนเด็กที่เจอผลข้างเคียงน้อยมาก

ในสหรัฐฯ ซึ่งแนะนำให้วัคซีนเด็กอายุมากกว่า 12 ปีทุกคน ล่าสุดวันที่ 7 ต.ค. ไฟเซอร์ได้ขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติให้ฉีดวัคซีนเป็นการฉุกเฉินให้เด็กอายุ 5-11 ปีได้

ในไทยให้ หญิง 2 ชาย 1

Young person vaccinated in north London
Getty Images

ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างแผนฉีดวัคซีนชนิด mRNA ในไทยและสหราชอาณาจักรคือ กระทรวงสาธารณสุขไทยให้เด็กผู้หญิงฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม ส่วนเด็กผู้ชายให้ฉีด 1 เข็ม ขณะที่สหราชอาณาจักรให้เด็กทั้งชายและหญิงฉีดแค่เข็มเดียวเท่านั้นในตอนนี้

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของสหราชอาณาจักรบอกว่าไม่ควรพิจารณาให้วัคซีนเข็มที่ 2 กับเด็กก่อนเปิดเทอมหลังปีใหม่ อย่างไรก็ดี จะให้วัคซีน 2 เข็มกับเด็กอายุ 12-15 ปี ถ้าพวกเขาอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ :

  • มีความพิการทางระบบประสาท
  • มีอาการดาวน์ซินโดรม
  • มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง รวมถึงเด็กที่เป็นโรคมะเร็งด้วย
  • มีปัญหาด้านการเรียนรู้อย่างรุนแรง

ในไทย เมื่อวันที่ 3 ต.ค. นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) บอกว่า เด็กหญิงสามารถฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็มได้ ส่วนเด็กชายให้ฉีดแค่ 1 เข็มก่อน แล้วรอเก็บข้อมูลถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวถึงความกังวลเรื่องอาการไม่พึงประสงค์เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบว่า จากการฉีดกลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัวก่อนหน้านี้จำนวนกว่า 1 แสนราย พบอาการนี้ 6 ราย และแนะนำให้ผู้ปกครองให้ติดตามอาการหลังการฉีดด้วย

ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 ก.ย. คำแนะนำจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ระบุว่า สำหรับเด็กและวัยรุ่นชายที่แข็งแรงดี ให้รับวัคซีนเข็มที่ 1 และชะลอการให้เข็มที่ 2 ไปก่อน จนกว่าจะมีข้อมูลความปลอดภัยเพิ่มเติม เนื่องจากการฉีดเข็ม 2 ในเด็กกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงสูงกว่าเข็มแรกจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ “ซึ่งพบน้อยมาก”

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ระบุเหตุผลเกี่ยวกับคำแนะนำนี้ว่า เนื่องจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA “มีโอกาสเกิดอาการข้างเคียงเรื่องกล้ามเนื้อและเยื่อหัวใจอักเสบได้สูงสุดในเด็กและวัยรุ่นชายในกลุ่มอายุนี้ และมักพบสัมพันธ์กับภายหลังการฉีดวัคซีนเข็มสอง”

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ได้อ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ ระบบรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากวัคซีนของสหรัฐอเมริกา (Vaccine Adverse Event Reporting System – VAERS) ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-18 มิ.ย. 2564 รายงานอัตราการเกิดอาการข้างเคียงของระบบหัวใจในเด็กและวัยรุ่นชายในกลุ่มอายุ 12- น้อยกว่า 16 ปี ในอัตรา 162.2 ต่อการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 1 ล้านโดส


Getty Images
Getty Images
ถึงวันที่ 6 ต.ค. กระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีเด็กอายุ 12-17 ปี รับวัคซีนไปแล้ว 74,501 คน

ในขณะที่อัตราอาการข้างเคียงของระบบหัวใจในเด็กและวัยรุ่นในเด็กหญิงกลุ่มอายุเดียวกันพบในอัตราที่ต่ำกว่ามาก คือ 13 ต่อการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 1 ล้านโดส

ส่วนข้อมูลเรื่องการป้องกันเชื้อไวรัสทั้งในแง่สายพันธุ์และความรุนแรงหลังจากฉีดไฟเซอร์ เข็มที่ 1 และ 2 พบว่าประสิทธิภาพป้องกันสายพันธุ์เดลตาอยู่ที่ 36% หลังฉีดเข็มที่หนึ่ง และ 88% หลังฉีดเข็มที่สอง

นอกจากนี้ยังป้องกันการติดโควิดที่อาการรุนแรงต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล 94% หลังฉีดเข็มที่หนึ่ง และ 96% หลังฉีดเข็มที่สอง

คำแนะนำนี้จึงพิจารณาให้เด็กและวัยรุ่นหญิงได้รับประโยชน์จากวัคซีนเต็มที่จากการฉีด 2 เข็ม ในขณะที่เด็กผู้ชายจะต้องมีการประเมินประโยชน์และความเสี่ยงเพิ่มเติมเมื่อได้ข้อมูลในบริบทของประเทศไทยเพิ่มขึ้น ก่อนจะให้คำแนะนำในการฉีดเข็มต่อไป

ความยินยอมจากผู้ปกครอง

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. แฮชแท็ก #ไฟเซอร์นักเรียน ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ของทวิตเตอร์ในประเทศไทย โดยนอกจากมีการพูดถึงปัญหาการจัดสรรและกระจายวัคซีนไปยังโรงเรียนในบางจังหวัด เด็กนักเรียนบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะฉีดไฟเซอร์ ก็มีการพูดถึงกรณีที่ผู้ปกครองบางคนไม่อนุญาตให้ลูกฉีดวัคซีนชนิดนี้ด้วย

ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กลุ่มเด็กนักเรียนอายุ 12-17 ปี เป็นไปตามความสมัครใจของเด็ก แต่ก็ต้องขอความยินยอมจากผู้ปกครองด้วย

Getty Images
Getty Images

อย่างไรก็ดี ในสหราชอาณาจักร ถึงแม้ว่าจะมีการขอความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่เด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปีที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาเข้าใจความเสี่ยงและประโยชน์ของวัคซีนก็สามารถขอรับหรือปฏิเสธไม่รับวัคซีนได้แม้จะเห็นต่างกับพ่อแม่พวกเขา

ข้อมูลในเว็บไซต์สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ระบุว่า คนที่อายุ 16 ปี หรือมากกว่า จะได้รับการสันนิษฐานว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะตัดสินใจรับการรักษาทางการแพทย์ด้วยตัวเองเหมือนผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปีก็สามารถให้คำยินยอมรับการรักษาได้หากเชื่อได้ว่าพวกเขามีสติปัญญา ความสามารถ และความเข้าใจว่าการรักษานั้นๆ ต้องทำอะไรบ้าง

ความสามารถนี้เป็นที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า “Gillick competence” ซึ่งตั้งชื่อตามกรณีพิพาทดังที่เด็กวัยรุ่นต้องการคำแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดโดยไม่ได้รับคำยินยอมจากแม่

…………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : ไทยและสหราชอาณาจักรมีแผนฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็กต่างกันอย่างไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง