รู้จักกับบรรดาบล็อกเกอร์ชาตินิยม “จื้อก้านอู่” ในจีน ที่สร้างชื่อเสียงจากการโจมตีชาติตะวันตก

24 ต.ค. 2564 - 18:36 น.

กูเยียนมู่ฉาน บล็อกเกอร์ชาวจีน มีภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมิตรในเวยโป๋ (หรือ เวยป๋อ)

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

หญิงสาวผู้นี้มีผู้ติดตามเธอ 6.4 ล้านคน บนแพลตฟอร์มที่คล้ายกับทวิตเตอร์ของจีนนี้ ซึ่งเธอมักจะใช้โพสต์เนื้อหาที่ร้อนแรงและคลิปวิดีโอเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน

บนหน้าเพจของเธอมีภาพของเด็กหญิงที่ยืนโพสท่าอยู่ในป่าเหมือนอยู่ในความฝัน ภาพใต้ภาพที่สงบราบเรียบนี้ขัดแย้งกับท่าทีที่เผ็ดร้อนของเธอ

โพสต์เมื่อไม่นานนี้ของเธอระบุว่า สหภาพยุโรปเป็น “สุนัขที่ถูกจูง” โดยอเมริกา อัตราการติดเชื้อโรคโควิดที่กำลังเพิ่มขึ้นในรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ เป็นหลักฐานถึง “สงครามกลางเมือง” ที่ “ชาวอเมริกันกำลังฆ่ากันเองด้วยสงครามชีวภาพ” คือข้อความในอีกโพสต์หนึ่งของเธอ

กูเยียนมู่ฉาน เป็นหนึ่งในบล็อกเกอร์กลุ่มใหม่ที่รู้จักกันในชื่อว่า “จื้อก้านอู่” ซึ่งมักจะมีชื่อเสียงในโซเชียลมีเดียของจีนจากการแสดงออกถึงความเป็นชาตินิยมจีน

WEIBO
กูเยียนมู่ฉาน มักจะโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ที่ดุเดือดและแข็งกร้าวเป็นประจำทุกวัน

ชื่อของบล็อกเกอร์กลุ่มนี้มาจากคำว่า กองทัพ “อู่เหมา” ซึ่งได้รับค่าจ้างในการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของจีนทางโลกออนไลน์ แต่ที่ต่างกันคือ “จื้อก้านอู่” ทำเรื่องนี้ให้โดยไม่รับเงิน

โพสต์และวิดีโอจำนวนมากที่ผู้ติดตามของพวกเขาส่งต่อ มักจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ชาติตะวันตกและสื่อต่าง ๆ ปัญหาต่าง ๆ อย่างเรื่องสิทธิสตรี สิทธิมนุษยชน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประชาธิปไตย ซึ่งถูกมองว่า เป็นอิทธิพลของโลกตะวันตก “ที่สร้างความเสื่อมทราม” ต่อสังคมจีน ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วย

ผู้ที่ถูกมองว่า ส่งเสริม “การแยกตัว” อย่างกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงและไต้หวัน รวมถึงนักเคลื่อนไหว ปัญญาชน และผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ มักจะตกเป็นเป้าหมายของพวกเขา

เป้าหมายของพวกเขายังรวมถึง นักเขียนที่ชื่อว่า ฟาง ฟาง ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการบอกเล่าถึงการระบาดของโควิดในเมืองอู่ฮั่นในช่วงเริ่มแรกของการระบาดใหญ่และดึงดูดความสนใจจากต่างประเทศ ในโพสต์ที่กลายเป็นไวรัลเมื่อปีที่แล้ว บล็อกเกอร์ “จื้อก้านอู่” ที่ใช้ชื่อว่า ซ่างตี้จืออิง กล่าวหาเธอว่า “แทงข้างหลังพวกเราอย่างลึกที่สุด” และ “สร้างหนึ่งในอาวุธที่ใหญ่ที่สุดที่กองกำลังต่อต้านจีนใช้ในการใส่ร้ายพวกเรา”

DAVIES SURYA

เมื่อไม่นานนี้ จาง เหวินหง ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ระดับสูง ได้ตกเป็นเป้าหมาย หลังจากที่เขาได้แนะนำว่าจีนควรเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโควิด เพราะถูกมองว่า คำแนะนำนี้ขัดแย้งต่อนโยบายของทางการ

บล็อกเกอร์หลายคนได้พากันไปขุดวิทยานิพนธ์เก่าเล่มหนึ่ง และกล่าวหาเขาว่า คัดลอกผลงานคนอื่น แต่ต่อมาทางมหาวิทยาลัยของเขาได้ออกมาลบล้างข้อกล่าวหานี้ การแนะนำให้เด็กควรดื่มนมเป็นอาหารเช้าถูกมองว่า เป็นสัญลักษณ์ว่า เขาไม่ยอมรับอาหารเช้าตามแบบดั้งเดิมของจีน และค่านิยมของจีน “นี่ไม่ได้เป็นการบูชาตะวันตกและสอพลอชาวต่างชาติมากเกินไปหรอกหรือ” ผู้ที่ใช้ชื่อว่า ผิงหมินหวังเสี่ยวสือ เขียน

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า โพสต์เช่นนี้ ซึ่งมีออกมาหลายสิบโพสต์ในแต่ละวัน มักจะเป็นโพสต์ข้อความสั้น ๆ และเร้าอารมณ์ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมโพสต์เหล่านี้จึงกลายเป็นไวรัล

“นี่คือชาตินิยมอาหารจานด่วน” มาเนีย คุตเซอ นักวิเคราะห์โซเชียลมีเดียจีน กล่าว “ผู้คนกัดไปหนึ่งคำ ส่งต่อมัน แล้วก็ลืมมันไป”

ผสมปนเป

หลายคนมองว่า กระแสความรู้สึกรักชาติของชาวจีนที่เพิ่มมากขึ้น เป็นผลมาจากความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างจีนและโลกตะวันตก แต่นี่เป็นครึ่งเดียวของเรื่องราวนี้

แม้ว่าหลายที่ในโลกนี้กำลังพบว่า ความรักชาติกำลังเพิ่มมากขึ้น แต่ในจีนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ส่งเสริมเอกลักษณ์ของคนจีนและโซเชียลมีเดียที่กระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง

“จื้อก้านอู่” จำนวนมาก “มันจะอายุยังน้อย เติบโตมาในระบบการศึกษาที่เต็มไปด้วยความรักชาติและความภาคภูมิใจในประเทศจีน ถูกป้อนด้วยความทรงจำทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความอัปยศของชาติหลายเรื่องราว” นางคุตเซอ กล่าว “ดังนั้น คุณจึงมีความรู้สึกผสมปนเปกันของการต่อต้านชาวต่างชาติ การสนับสนุนจีนด้วยการเน้นย้ำถึงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของจีน”

DAVIES SURYA
บล็อกเกอร์จำนวนมากมีชื่อเสียงในโซเชียลมีเดียของจีน จากการโจมตีชาติตะวันตก

จีนได้มีการบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเพิ่มมากขึ้นในการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ ส่งผลให้มีการตรวจสอบเนื้อหาของนักเคลื่อนไหวและประชาชนทั่วไปอย่างมาก โพสต์ “ที่อ่อนไหว” มักจะถูกลบออกจากช่องทางต่าง ๆ อย่างเวยโป๋ และวีแชต

บรรดานักสังเกตการณ์ระบุว่า ในทางตรงกันข้าม การแสดงความคิดเห็นที่มีแนวโน้มในการส่งเสริมรัฐบาลจีน มักจะถูกควบคุมน้อยกว่า และในบางกรณีสื่อทางการถึงกับนำเนื้อหาเหล่านี้ไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่ซ้ำทางโซเชียลมีเดียด้วย

ยังไม่มีใครทราบว่า “จื้อก้านอู่” เหล่านี้ มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับทางการจีนหรือไม่ แต่บล็อกเกอร์เหล่านี้บางส่วนได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมงานหลายงาน หรือได้รับตำแหน่งทรงเกียรติจากรัฐบาลประจำมณฑล

กูเยียนมู่ฉาน ซึ่งมีชื่อจริงว่า ซู ช่าง เป็นที่รู้จักในปี 2014 ด้วยบทความที่ชื่อว่า “คุณเป็นคนจีน” ซึ่งสื่อกระแสหลักได้นำไปรายงานอย่างกว้างขวาง นับจากนั้นเธอก็ได้ปรากฏตัวในงานของบล็อกเกอร์ที่รัฐบาลเมืองเยียนไถจัดขึ้น ได้ไปบรรยายในงานที่สำนักข่าวของรัฐ Youth.cn จัดขึ้น และเป็นหนึ่งในบล็อกเกอร์หลายคนที่มณฑลกวางตุ้งแต่งตั้งให้เห็น “ทูตอินเทอร์เน็ต” ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เธอไม่ตอบรับการขอให้แสดงความคิดเห็นจากบีบีซี

ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน

“จื้อก้านอู่” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ซับซ้อน

ข้อความแสดงถึงความรักชาติจำนวนมากทางโซเชียลมีเดียของจีน โดยเฉพาะในเวยโป๋ ยังคงได้รับการผลักดันจากสำนักข่าวทางการที่สามารถชี้นำการอภิปรายด้วยการตั้งแฮชแท็กขึ้นมาและส่งเสริมให้คนใช้ อย่างที่เคยทำในช่วงที่เกิดกระแสตีกลับฝ้ายในซินเจียง

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่เล็กกว่าหลายกลุ่มที่ได้แสดงออกถึงความไม่พอใจรวมถึง ศิลปินดิจิทัล บริษัทสื่อขนาดเล็กกว่า ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย และแม้แต่วล็อกเกอร์ชาวต่างชาติ

ฮาร์เพร เคอ นักวิเคราะห์จากดับเบิลธิงค์ แล็บ (Doublethink Lab)ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ตั้งข้อสังเกตว่า การกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของจีนส่งเสริมให้ผู้ใช้งานต้องสนับสนุนโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์อย่างแข็งขัน ดังนั้น อินฟลูเอนเซอร์หลายคนจึงใช้ประโยชน์จากระบบนี้

“คุณอาจเป็นนักฉวยโอกาสได้ ถ้าผมอยากจะมีอาชีพเป็นอินฟลูเอนเซอร์โซเชียลมีเดีย นั่นคือวิธีที่ผมสามารถจะสร้างชื่อเสียงได้ในสภาพแวดล้อมชาตินิยมที่เป็นพิษที่ถูกสร้างขึ้น” เขากล่าว

บรรดานักวิเคราะห์บอกว่า แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้รับค่าจ้างโดยตรงจากรัฐ อินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ยังคงได้ประโยชน์จากการที่สื่อทางการช่วยโฆษณาโปรไฟล์ของพวกเขา พวกเขาจึงใช้การเป็นที่รู้จักในการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้น

การที่มีผู้เข้ามาอ่านเพิ่มขึ้น พวกเขาก็จะมีรายได้จากโฆษณาและการว่าจ้างให้ผลิตเนื้อหา ดร. ฟาง เข่อเฉิง นักวิชาการด้านการสื่อสารและวารสารศาสตร์ ประเมินว่า บัญชีโซเชียลมีเดีย 1 บัญชี ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน อาจทำเงินได้เทียบเท่า 2-3 แสนดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ส่วนรัฐก็ได้ผลประโยชน์ตอบแทน ยกตัวอย่าง การให้ “จื้อก้านอู่” จัดการเสวนา รัฐ “เชิญพวกเขามาช่วยงานด้านอุดมการณ์ บล็อกเกอร์เหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่าง [ของโฆษณาชวนเชื่อ]” นายเคอ กล่าว

ดร.ฟาง กล่าวว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง เวยโป๋และวีแชต มีส่วนในการแนะนำและส่งเสริมโพสต์ที่สนับสนุนการภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์ และพวกเขาก็ยังได้ผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้วยเช่นกัน “มันช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและกิจกรรมของผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีมากสำหรับพวกเขา” เขากล่าว

บรรดาอินฟลูเอนเซอร์ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด แต่บางครั้งก็ดุเดือดเกินไป

ในช่วงไม่กี่เดือนนี้ โพสต์ของ “จื้อก้านอู่” บางโพสต์ที่คาดเดาว่า โควิดรั่วไหลมาจากห้องปฏิบัติการของสหรัฐฯ และข้อความอื่น ๆ ที่โจมตีจาง เหวินหง ถูกลบทิ้ง บทความที่เร้าอารมณ์ที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปพรรคคอมมิวนิสต์อย่างสิ้นเชิงกลายเป็นไวรัล และสื่อทางการได้รายงานเรื่องนี้ แล้วก็ถูกปิดกั้น หลังจากที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

“บางครั้ง กฎที่บอกว่าเรื่องนี้คุณสามารถพูดได้และพูดไม่ได้ มีความคลุมเครือมาก” นางคุตเซอ กล่าว

เธอบอกว่า บรรดาบล็อกเกอร์เหล่านี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับทางการ ตราบเท่าที่พวกเขายังมีความเชื่อมั่นไปในแนวทางเดียวกับท่าทีของทางการ แต่เมื่อใดที่พวกเขาถูกมองว่า ไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป หรือถูกมองว่า ต่อต้านรัฐบาล พวกเขาก็จะถูกกำจัด

แต่หลายคนก็พร้อมที่เล่นในเกมที่มีผลประโยชน์สูงนี้

ในช่วงปลายเดือน ก.ย. กูเยียนมู่ฉาน ถูกห้ามไม่ให้โพสต์เนื้อหาใหม่ในเพจเวยโป๋ของเธอนาน 15 วัน โดยทางเวยโป๋แจ้งว่า เธอได้ “ละเมิดแนวทางปฏิบัติของชุมชน”

เธอจึงได้โฆษณาโพสต์เก่าของเธอ และแนะนำให้ผู้อ่านติดตามในเพจสำรอง ซึ่งเธอยังคงโพสต์เนื้อหาอย่างดุเดือดและแข็งกร้าวต่อไปเป็นประจำทุกวัน

“ฉันสร้างบัญชีเล็ก ๆ นี้ขึ้นมา” เธอเขียน “เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้น”

…………….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ รู้จักกับบรรดาบล็อกเกอร์ชาตินิยม “จื้อก้านอู่” ในจีน ที่สร้างชื่อเสียงจากการโจมตีชาติตะวันตก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง