โควิด-19 : สหราชอาณาจักรพบไวรัสโคโรนาเพิ่มความเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร

27 ต.ค. 2564 - 11:48 น.
  • สมิธา มุนดาซัด
  • ผู้สื่อข่าวสุขภาพ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

งานวิจัยครั้งใหญ่ในสหราชอาณาจักรพบหลักฐานบ่งชี้ว่า วัคซีนต้านโควิด-19 อาจก่อให้เกิดโรคทางระบบประสาทที่พบได้ยาก แต่ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าหากติดเชื้อโรคโควิด

แพทย์หลายคนชี้ว่า งานวิจัยครั้งสำคัญนี้เป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งว่า การฉีดวัคซีนต้านโควิดเป็นวิธีการดีที่สุดในการปกป้องสุขภาพโดยรวม

งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine โดยคณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ได้ศึกษาข้อมูลของผู้ใหญ่ 32 ล้านคนในอังกฤษที่ได้จากสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service หรือ NHS) เพื่อประเมินการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้ยากจากการฉีดวัคซีนต้านโควิด

ทีมนักวิจัยได้เปรียบเทียบระดับการเกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาทภายในระยะเวลา 1 เดือนหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิดโดสแรก กับการเกิดอาการผิดปกติดังกล่าวภายในเวลา 1 เดือนหลังการตรวจพบว่าติดเชื้อโรคโควิด-19

หนึ่งในบรรดาความผิดปกติที่ทีมวิจัยศึกษาคือโรคระบบประสาทที่พบได้ยากที่เรียกว่า กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillan Barre Syndrome หรือ GBS) ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่ามีความเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อและวัคซีนบางชนิด

Nurse (health worker) preparing to administer a jab of Pfizer BioNTech Covid vaccine to a young woman (teen,female teenager, teenagers) at Central Middlesex Hospital in London, August 1st 2021.
Reuters

GBS จัดอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันแปรปรวนที่พบได้ค่อนข้างยาก เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ และผลิตสารภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี ออกมาทำลายเซลล์ประสาทของระบบประสาทรอบนอกจนอักเสบและสูญเสียการทำงาน ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนแรง มึนงง เกิดเหน็บชาและเจ็บปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะที่เท้า มือ และแขนขา ซึ่งอาการอาจลุกลามไปที่หน้าอกรวมถึงใบหน้าได้ อาการอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นอัมพาตในที่สุด

โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็อาจรุนแรงถึงชีวิตในผู้ป่วยบางราย

งานวิจัยชิ้นนี้พบข้อมูลของผู้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิดเข็มแรกดังนี้ :

  • มีผู้ป่วย GBS เพิ่มขึ้น 38 ราย (เมื่อเทียบกับค่าพื้นฐานความเสี่ยงเกิดโรค) ในผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีนอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทุก 10 ล้านคน
  • มีผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) เพิ่มขึ้น 60 ราย ในผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ทุก 10 ล้านคน

ขณะเดียวกันพบข้อมูลของผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ดังนี้ :

  • มีผู้ป่วย GBS เพิ่มขึ้น 145 ราย ต่อผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 จำนวน 10 ล้านคน
  • มีผู้ป่วยโรคสมองอักเสบ เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (encephalitis meningitis) และโรคไขสันหลังอักเสบ (myelitis) เพิ่มขึ้น 123 ราย ต่อผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 จำนวน 10 ล้านคน
  • มีผู้ป่วยอาการคล้ายโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (myasthenia gravis)เพิ่มขึ้น 163 ราย ต่อผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 จำนวน 10 ล้านคน

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ติดเชื้อโรคโควิดยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดภาวะเลือดออกในสมองภายในช่วง 7 วันแรกหลังตรวจพบว่าติดเชื้อ แต่ความเสี่ยงนี้จะกลับสู่ค่าพื้นฐานความเสี่ยงเกิดโรคตามปกติภายในเวลา 1 เดือน

ทีมนักวิจัยได้ทำการศึกษาแบบเดียวกันกับกลุ่มตัวอย่างที่เล็กกว่าในสกอตแลนด์ และพบความเชื่อมโยงเดียวกันของการเกิดอาการ GBS กับผู้ฉีดวัคซีนอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า แต่ไม่พบแนวโน้มความเสี่ยงเดียวกันจากวัคซีนไฟเซอร์ นักวิจัยระบุว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ และชี้ว่าจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

ราเชล ชเรเยอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่ติดตามปัญหาการแพร่ข้อมูลเท็จด้านสุขภาพ ระบุว่า ในโลกโซเชียลมีเดียมักมีโพสต์ข่าวปลอมที่นำเสนอข้ออ้างผิด ๆ หรือการเสนอข้อมูลเพียงบางส่วนเกี่ยวกับอาการข้างเคียงที่น่ากลัวจากการฉีดวัคซีนต้านโควิด

ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่ต้องทำการศึกษาขนาดใหญ่กับคนจำนวนหลายล้านคน และงานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า การเกิดความผิดปกติในระบบประสาทเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากจากการฉีดวัคซีนต้านโควิด ในทางกลับกันการติดเชื้อโรคโควิดจะเพิ่มความเสี่ยงดังกล่าวได้มากขึ้นหลายเท่า นี่จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์แนะนำให้ประชาชนสร้างภูมิคุ้มกันโรคด้วยการฉีดวัคซีน

ด้านศาสตราจารย์ จูเลีย ฮิบสลีย์-ค็อกซ์ จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า “ข้อความสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้คือ โรคระบบประสาทที่พบได้ยากเหล่านี้อาจมีความเชื่อมโยงกับวัคซีน”

“แต่ก็มีหลักฐานอย่างท่วมท้น ถึงประสิทธิผลของวัคซีนในการป้องกันความเจ็บป่วยร้ายแรงต่าง ๆ”

เช่นเดียวกับ ศาสตราจารย์ปีเตอร์ โอเพนชอว์ จากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ที่เห็นด้วยว่า งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการฉีดวัคซีน

“อย่างไรก็ตาม อาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบบประสาทหลังการติดโควิด” เขากล่าว

………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : สหราชอาณาจักรพบไวรัสโคโรนาเพิ่มความเสี่ยงเกิดกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง