"อย่ามองว่าทหารต้องรบอย่างเดียว" เปิดใจ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผู้สนองงาน พล.อ. ประยุทธ์ จาก คสช. ถึง ศบค.

6 พ.ย. 2564 - 14:54 น.
  • กุลธิดา สามะพุทธิ
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อพูดถึงนายทหารที่อยู่เคียงข้าง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนส่วนใหญ่จะนึกถึง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่รู้จักกันในนามพี่น้อง “3 ป.” แต่ถ้าพูดถึงคนที่สนองงานใกล้ชิด ตั้งแต่ยุครัฐประหารจนมาถึงยุคโควิดระบาด ต้องมีชื่อ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ อย่างไม่ต้องสงสัย

หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์เรียกตัว พล.อ.ณัฐพล ซึ่งขณะนั้นเป็นรองเสนาธิการทหารบก มาช่วยงานในตำแหน่งหัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควบคู่ไปกับการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ปี 2563 พล.อ. ประยุทธ์แต่งตั้งให้ พล.อ. ณัฐพลเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมกับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.)

FACEBOOK/ARMY PR CENTER
พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นอดีตรองผู้บัญชาการทหารบกก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ

และทันทีที่ พล.อ. ณัฐพลเกษียณอายุราชการเมื่อเดือน ก.ย. 2564 พล.อ. ประยุทธ์ก็ตั้งให้นายทหารรุ่นน้องคนนี้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา ศปก. ศบค. และเป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ “ศบค.ส่วนหน้า”

ข้าราชการเกษียณวัย 60 ปี ไม่มีท่าทีเหนื่อยล้ากับภารกิจที่ผู้บังคับบัญชามอบให้ เขาเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันแรกที่คำสั่งแต่งตั้งมีผล เรียกประชุม ศบค.ส่วนหน้าสัปดาห์ละ 3 วัน

“งาน ศบค. ถามใครก็คงไม่มีใครอยากทำ แต่ถ้าไม่มีใครทำ ประชาชนก็เดือดร้อน ในเมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินแล้วว่าเรามีความเหมาะสม มีขีดความสามารถที่จะทำได้ ผมก็เต็มใจและภูมิใจมากที่ในช่วง 2 ปีสุดท้ายในชีวิตราชการ (2563-2564) ได้ทำภารกิจในการปกป้องพี่น้องประชาชนจากโควิด เป็นภารกิจที่เป็นเกียรติมาก” พล.อ. ณัฐพลบอกกับบีบีซีไทย พร้อมกับเปิดเผยถึงเรื่องหนักใจของนายทหารที่นำทัพสู้โรคระบาด

คสช.

พล.อ. ณัฐพลวิเคราะห์ว่าการทำหน้าที่หัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คสช. คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มองเห็นว่าเขาสามารถทำงานกับประสานกับข้าราชการพลเรือนได้ จนทำให้ได้รับมอบหมายภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับข้าราชการพลเรือนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

“ผมเคยทำงาน คสช. กับท่าน (พล.อ. ประยุทธ์) มาตั้งแต่ปี 2557 ต้องทำงานร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ หลายกระทรวง ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องง่าย แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ ต้องใช้ศิลปะและปัจจัยหลายอย่าง ท่านก็มองว่าผมมีบุคลิกที่สามารถทำงานนี้ได้”

หลังจบภารกิจที่ คสช. พล.อ. ณัฐพลขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก เมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิดขึ้นช่วงต้นปี 2563 นายกฯ ก็มอบหมายให้เขามาช่วยประสานงานในการควบคุมโรคระบาดตั้งแต่ตอนนั้น

สมช.

เมื่อ พล.อ. สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขา สมช. เกษียณอายุเมื่อเดือน ก.ย. 2563 คนที่ พล.อ. ประยุทธ์เลือกให้มานั่งตำแหน่งนี้ต่อก็คือ พล.อ. ณัฐพล โดยวางตัวให้เขามารับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์โควิดนอกเหนือจากภารกิจอื่น ๆ ของ สมช.

“ทหารไม่ได้เหมือนกันทุกคน ท่านนายกฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจะพิจารณาว่าบุคลิกของทหารคนไหนเหมาะสมกับงานด้านใด” พล.อ. ณัฐพลวิเคราะห์สาเหตุที่เขาถูกเลือกให้มาเป็นเลขา สมช. ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือน และต้องทำงานในลักษณะบูรณาการกับหลายหน่วยงาน

พล.อ. ณัฐพลบอกว่าแม้เขาจะเป็น “ทหารเต็มตัวร้อยเปอร์เซ็นต์” แต่มีบุคลิกที่ทำงานกับข้าราชการพลเรือนได้ ซึ่งบุคลิกที่ว่านี้น่าจะมาจากการที่เขาเกิดและเติบโตมาในครอบครัวชาวสวนใน อ. ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ทำให้ได้สัมผัสชีวิตชาวบ้าน เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีปากเสียง ว่าข้าราชการมีหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาของประชาชน

“อีกเหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะภารกิจแรกของผมหลังจากเรียนจบและรับราชการ คือ การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อปี 2527 ต้องเดินทางเข้าไปในชุมชนพร้อมกับทีมหมอพยาบาลและนายอำเภอ…ผมเริ่มต้นชีวิตราชการด้วยการทำงานกับหมอและพยาบาล แล้วผมก็ได้เกษียณอายุราชการขณะทำงานกับหมอและพยาบาล (ในการควบคุมการระบาดของโควิด)”

ศปก. ศบค.

พล.อ. ณัฐพลเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการตั้งศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก. ศบค.) ว่าเดิมทีนายกฯ มองว่าจะให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นผู้ดูแล แต่ผู้บริหาร สธ. บอกว่า สธ. มีภาระงานเยอะอยู่แล้วจึงอยากให้มีหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วย นายกฯ จึงมอบหมายให้เขา ในฐานะเลขา สมช. มาเป็นผู้อำนวยการ ศปก. ศบค.

ช่วงเวลา 1 ปีที่เขาทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. พล.อ.ณัฐพลบอกว่าแม้จะเป็นช่วงการทำงานที่ “ภูมิใจที่สุดและทำดีที่สุดแล้ว” แต่ก็มีความหนักใจมากด้วยเช่นกัน

“ไม่ว่าจะกำหนดแนวทาง เสนอแนะแนวทางไปในทางใดก็ตาม จะมีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งไม่พอใจ และตำหนิอย่างรุนแรง ถ้าเราใช้มาตรการที่เข้มข้นมาก ประชาชนที่เดือดร้อนจากมาตรการก็ตำหนิว่าไม่เห็นแก่ความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าเราผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้ประชาชนทำมาหากิน คนที่กังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโรคก็จะตำหนิติติงว่าถ้าเกิดการแพร่ระบาดแล้วใครจะรับผิดชอบ…เป็นการทำงานท่ามกลางความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยของคนที่มีจำนวนมากพอ ๆ กัน” อดีตผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. ระบายความรู้สึก

FACEBOOK/ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก
พล.อ. ณัฐพลเยี่ยมทหารใหม่สมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นรอง ผบ.ทบ. เมื่อเดือน พ.ย. 2562

อีกเรื่องที่ทำให้เขาหนักใจคือการถูกมองว่าเป็นทหารที่เข้ามาทำงานในเรื่องที่ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของตัวเอง

“ผมไม่ใช่ทหารสายเข้มข้น และเป็นข้าราชการพลเรือน (ตำแหน่งเลขา สมช.) แต่พอปรากฏชื่อเป็นผู้รับผิดชอบก็จะถูกประชาชนมองว่าทำไมให้ทหารมาทำงาน…ผมไม่อยากให้มองว่าพอเป็นทหารแล้วจะไม่ควรจะต้องมารับผิดชอบอะไรเลยนอกจากรบอย่างเดียว” พล.อ. ณัฐพลกล่าว

พล.อ. ณัฐพลบอกว่าตลอดเวลาที่รับผิดชอบ ศปก. ศบค. เขาจะให้เกียรติและฟัง สธ. เป็นอันดับแรก แต่ก็ต้องฟังหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย “บางครั้งจึงอาจจะมีบ้างที่ไม่ได้คล้อยตาม สธ. แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะฟัง สธ.เป็นหลัก”

ศบค.ส่วนหน้า

วันที่ 17 ต.ค. พล.อ. ประยุทธ์ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ “ศบค. ส่วนหน้า” โดยแต่งตั้งให้ พล.อ. ณัฐพลเป็นผู้อำนวยการศูนย์

คำสั่งนายกฯ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุอำนาจหน้าที่ของ ศบค. ส่วนหน้าไว้ 5 ข้อ คือ 1) กำหนดแนวทางการบูรณาการ ประสานงาน ขับเคลื่อน เร่งรัดและติดตามการแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิดใน จ.สงขลา จ.นราธิวาส จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี 2) ร่วมมือและประสานงานกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนในการแก้ปัญหา 3) กลั่นกรองและให้ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาต่อ ศบค. 4) แต่งตั้งหรือมอบหมายเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการ และ 5) ปฏิบัติการตามที่นายกฯ หรือ ศบค. มอบหมาย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
พล.อ.ณัฐพล ลงพื้นที่พบปะผู้แทนส่วนราชการ ผู้นำศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2564 หรือเพียงหนึ่งวันหลังคำสั่งนายกฯ แต่งตั้ังเขาเป็นผู้อำนวยการ ศบค.ส่วนหน้ามีผล

พล.อ. ณัฐพลเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่ากลางเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงมากเป็นหลักหลายร้อยคนต่อวันในแต่ละจังหวัด นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ได้นายกฯ ในที่ประชุม ศบค. ให้มีการจัดตั้ง ศบค.ส่วนหน้าขึ้นมาสนับสนุนภารกิจ เพราะ สธ. ได้ดูแลอย่างเต็มขีดความสามารถแล้ว ผู้บริหารลงพื้นที่ก็แล้ว เทวัคซีนลงไปก็แล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นนัก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากส่วนราชการอื่น ๆ ซึ่งนายกฯ ก็เห็นชอบ

“จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสภาพแวดล้อมที่ต่างจากจังหวัดอื่น ๆ เพราะมีปัญหาการก่อเหตุตรุนแรงอยู่ด้วย มีหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่าง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ฝ่ายปกครองและองค์กรส่วนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ประชาชนก็มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่แตกต่างไป จึงต้องอาศัยหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหา…ท่านนายกฯ มองว่าในฐานะที่ผมเคยเป็นเสนาธิการ ทบ. และรอง ผบ.ทบ. ที่เคยรับผิดชอบจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน และที่สำคัญก็คือผมบริหารสถานการณ์โควิดมา 1 ปีครึ่ง น่าจะเอาประสบการณ์ 2 ส่วนนี้มาช่วย สธ. ในการแก้ปัญหาได้” ผอ. ศบค.ส่วนหน้าชี้แจง

พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ขณะนี้เขาได้จัดทำแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาโควิดในพื้นที่ 4 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเน้น 5 ภารกิจหลัก คือ ป้องกันการติดเชื้อ, ควบคุมการแพร่ระบาด, รักษาผู้ป่วย, เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค และเตรียมความพร้อมสู่การผ่อนคลายมาตรการเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น

เขาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ศบค.ส่วนหน้าไม่ได้ของบประมาณในการจัดตั้งและดำเนินงาน แต่ให้ส่วนราชการแต่ละแห่งใช้งบประมาณของตัวเอง เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและประหยัดงบประมาณของรัฐ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส/FACEBOOK
เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนใน จ.นราธิวาส

ในส่วนของการป้องกันการติดเชื้อ ขณะนี้ ศบค.ส่วนหน้ากำลังเร่งรัดเรื่องการฉีดวัคซีนซึ่งขณะนี้ยอมรับว่าล่าช้ากว่าเป้าหมายที่ต้องให้การให้ 70% ของประชากรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้วัคซีนเข็มแรกภายในสิ้นเดือน ต.ค.

“เปอร์เซ็นต์ของประชากรที่ได้รับวัคซีนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังต่ำมาก คือ ประมาณ 40-50% แม้ว่า สธ. จะสนับสนุนวัคซีนไปอย่างเต็มที่แล้ว บุคลากรก็ทำเต็มที่ แต่พื้นที่นี่มีปัจจัยที่ทำให้การฉีดไม่ได้เร็วเท่าที่ควร ทั้งความเชื่อ การถูกบิดเบือนเรื่องวัคซีน และปัญหาการก่อเหตุความไม่สงบ”

จากการรายงานของ สธ. เมื่อวันที่ 4 พ.ย. จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้มีทั้งหมด 1,490 ราย หรือคิดเป็น 19% ของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดในประเทศ (7,828 ราย) และมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวมกัน และทั้ง 4 จังหวัดล้วนติดอันดับจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับแรก

จำนวนผู้ติดเชื้อที่มากขึ้นขณะที่ศักยภาพของโรงพยาบาลมีจำกัด จนบุคลากรการแพทย์ด่านหน้าบางคนออกมาเปิดเผยว่าเริ่มมีการปฏิเสธการตรวจหาเชื้อเพราะแม้ตรวจพบก็ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วย บางคนถึงกับบอกว่าระบบสาธารณสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ “กำลังจะล่มสลาย”

พล.อ. ณัฐพลบอกกับบีบีซีไทยว่า ศบค.ส่วนหน้าได้รับรู้ปัญหาดังกล่าวและได้แก้ไขด้วยการจัดระบบกักตัวที่บ้าน (home isolation) ควบคู่ไปกับการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งขณะนี้ปัญหาผู้ป่วยล้นเกินศักยภาพการรองรับได้คลี่คลายในระดับหนึ่งแล้ว

เขาบอกด้วยว่า สิ่งที่ ศบค.ส่วนหน้าระมัดระวังเป็นพิเศษคือการใช้กำลังทหารในปฏิบัติการควบคุมโรค

“ผมได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ไม่ใช้กำลังทหาร เพราะมันเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ทำให้ประชาชนมองว่าใช้ทหารในการควบคุมโรค ทหารจะสนับสนุนการจัดเตรียมสถานที่ พาหนะ และประสานงานกับเครือข่ายภาคประชาชนด้านสันติวิธีให้ช่วยประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้ประชาชนเข้ามารับการฉีดวัคซีน” พล.อ. ณัฐพลกล่าว

ผอ. ศบค. ส่วนหน้าตั้งเป้าหมายว่าจะต้อง “ปิดจ็อบ” โควิดระบาดใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้ก่อนสิ้นเดือน ธ.ค. “เพื่อให้คนไทยมีความสุขในช่วงปีใหม่…เพราะถ้าสถานการณ์ในจังหวัดอื่นดีขึ้น แต่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังระบาดหนัก มันก็ไม่สมบูรณ์”

เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย พล.อ. ณัฐพลบอกว่าในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ เขาสามารถเสนอยุติภารกิจของ ศบค.ส่วนหน้าต่อนายกฯ ได้ทันที หรือหากรัฐบาลยุติบทบาทของ ศบค.เมื่อไหร่ ศบค.ส่วนหน้าก็จะถูกยกเลิกไปด้วยทันที

……….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ "อย่ามองว่าทหารต้องรบอย่างเดียว" เปิดใจ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผู้สนองงาน พล.อ. ประยุทธ์ จาก คสช. ถึง ศบค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง