หน้าฉ่ำวาว รีวิวพลีชีพ ยอมเจ็บ เข็มจิ้มรัว ใสเด้งทันรับปริญญา (คลิป)

หน้าฉ่ำวาว รีวิวพลีชีพ กลัวเจ็บแต่ยอมฉีดสารเติมเต็มทั่วโหนกแก้ม หวังหนังหน้าเรียบเนียบ อิ่มน้ำ ใสเด้งวันรับปริญญา

หน้าฉ่ำวาว ว่าที่บัณฑิตสาวสมัยนี้ไม่ได้เตรียมตัว แค่จะจ้างหรือหาใครมาแต่งหน้า-ทำผม-ถ่ายรูปให้ในวันรับปริญญาแล้วเท่านั้น หาต้องมีการเตรียมงานผิวล่วงหน้าด้วยจ้า

“พอดีเป็นห่วงเรื่องผิวหน้า รับปริญญา กลัวถ่ายรูปสู้เพื่อนคนอื่นไม่ได้ หนูอยากสวยสุดๆ ครั้งหนึ่งเนอะ รับปริญญาครั้งเดียวก็อยากสวยที่สุดอ่ะค่ะ”

น้องรุ้ง หรือ รุ่งอรุณ  จันทรขอนแก่น กล่าวใสๆ ซื่อๆ กับ ข่าวสด บิวตี้ ในวันที่เธอไปฉีดฟิลเลอร์กับนพ.วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ ผู้อำนวยการทางการแพทย์ ของเฮอร์ทิจูด คลินิก เพื่อเติมเต็มรูขูมขนให้ละเอียดเล็กลง มีความเรียบเนียน ผิวชุ่มชื้นฉ่ำวาว

สาวๆ อยากสวยอยู่ 2 วัน คือ วันรับปริญญากับวันแต่งงาน จริงๆ อยู่ว่า เวลาเรารับปริญญา ช่างแต่งหน้าช่วยได้เยอะ เกล้าผมก็ช่วยได้เยอะ ทำผมซะก็สวยแล้ว แต่บางอย่างมันหลอกกันไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาถ่ายรูป นั่นก็คือ เรื่องของคุณภาพผิวหนัง นพ.วรพจน์ เข้าใจผู้หญิง

ถ้าผิวแห้งเกิน แต่งหน้าก็ไม่ติด หากคิดใช้รองพื้นหนาๆ เข้าช่วย ตรงกันข้าม เนื้อรองพื้นจะแตก ถ่ายรูปออกมาไม่สวย

“บางทีมันตกร่องค่ะ ถ่ายใกล้มาก มันไม่โอเค มันโป๊ะ” น้องรุ้ง ผู้มีความสามารถด้านการแต่งหน้า ระดับบิวตี้บล็อกเกอร์ พูดเลย

“เคยเห็นมั้ยครับ ว่าสาวๆ บางคนแต่งหน้าปั๊บ เอ๊ะ ทำไมยิ่งแต่งยิ่งแก่ เพราะรองพื้นหนาขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณภาพผิวหนังเราดีๆ มันเหมือนกับหน้าเราดูดรองพื้นไปเลยครับ และมันจะเหมือนเป็นผิวหนังที่สองของเราจริงๆ การทำคุณภาพผิวหนังก็ทำให้สาวๆ แต่งหน้าได้ง่ายขึ้น”

“ผมวางแผนว่าเพื่อพัฒนาคุณภาพผิวน้องให้ดีขึ้นทั้งสามอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน และความยืดหยุ่น เพื่อให้เวลาถ่ายรูปดูโกลว์มากยิ่งขึ้น ผมจะใช้สารเติมเต็มผิวหนัง (Dermal Filler)”

“ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว น้องยังเด็กอยู่ เพราะนั้นเรายังไม่อยากปรับรูปหน้าให้น้อง เราอยากให้เค้าสวยเป็นธรรมชาติ แต่เราอยากให้แค่ผิวดีขึ้นเท่านั้น”

“การเติมตัวฟิลเลอร์แตกต่างจากการแต่งหน้านิดนึงตรงที่ว่าเติมเสร็จปั๊บ ต้องรอให้ตัวสารฟิลเลอร์ผสมผสานรวมตัวกับผิวหน้าเราก่อน ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ถ้าน้องจะรับปริญญาวันที่ 20 มาทำวันนี้ หน้าก็พอดี”

เทคนิคเติมเต็มความวาว

“เดี๋ยววันนี้เราจะทำให้แก้มวาวมากที่สุดนะครับ เพื่อที่เวลาถ่ายรูปมันจะได้เล่นแสงมากยิ่งขึ้น แต่ยังไงผมต้องทำเครื่องหมายจุดที่ห้ามฉีดไว้ก่อน ขอน้องรุ้งมองขึ้นข้างบนนะครับ”

“เวลาฉีดฟิลเลอร์ หลักสำคัญที่สุด เราจะไม่ฉีดใกล้ดวงตา แต่ไม่ต้องห่วงน๊า เดี๋ยวเติมไป ผิวจะดีขึ้นโดยรวมเอง จุดที่ผมจะให้ความเข้มข้นมากที่สุดของน้องรุ้ง จะเป็นบริเวณแก้มด้านในตรงนี้ รูขุมขนด้วย ริ้วรอยด้วย และความชุ่มชื้นของผิวด้วย จะหนาแน่นมากที่สุดบริเวณนี้”

“จุดถัดมาจะฉีดน้อยลงนิดนึงคือ บริเวณหน้าด้านข้าง และหน้าด้านล่าง ถามว่าทำไมจะฉีดตรงนี้มากที่สุด เพราะบริเวณเราถ่ายรูป แสงจะตกตรงนี้มากที่สุด”

นพ.วรพจน์ เน้นฉีดบริเวณโหนกแก้มของทั้งสองข้าง ซึ่งทันทีที่ฉีดเสร็จ น้องรุ้งถ่่ายทอดความรู้สึกว่า

“ก็ไม่เจ็บเท่าไรค่ะ คือทนได้ แต่พอหลังทำ รู้สึกเลยว่าหน้าลื่นขึ้น รูขุมขน รู้สึกว่ามันเบลอ รู้สึกหน้าขึ้นมาเต็มๆ จับแล้วก็นิ่มๆ”

ตามผลหลังฉีด 3 วัน 7 วัน

ครบ 3 วันแล้ว ก็รู้สึกว่าหน้าตรงนี้เวลาออกแสง มันจะเงาขึ้น จะรับแสงได้ดีขึ้น ถ่ายรูปสวยขึ้น รู้สึกว่ารูขุมขนแคบลง มันเบลอขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น ก็ถือว่าโอเคเลยค่ะ” น้องรุ้งรายงานผลหลัง 3 วัน

“รอยที่ทำฝั่งนี้หายหมดแล้ว ฝั่งนี้ก็จะมีแดงๆ นิดหน่อย เป็นรอยแดงๆ อีกแป๊บนึงคาดว่าน่าจะหายหมดเหมือนฝั่งนี้”

ผ่านไป 7 วัน น้องรุ้งเห็นความต่างเลยว่า

“รู้สึกว่าผิวตรงนี้เนียนขึ้น รูขุมขนดูตื้นขึ้น เริ่มมีคนทักแบบว่าหน้าดีขึ้นนะ ไปทำอะไรมา ผิวดีขึ้น”

สวยใสอออร่าจับวันรับปริญญา

                

“วันรับปริญญา หนูเป็นคนแต่งหน้าเอง ทั้งซ้อมใหญ่และวันจริงเลย จะสังเกตได้ว่ารูปที่ออกมา หน้าตรงนี้จะเงามาก ไม่ได้ลงเยอะ พยายามไม่ลงเยอะ เพราะกลัวว่ามันจะตกร่อง เป็นสังขยา และก็วันนั้นทั้งวัน ทั้งวันซ้อมใหญ่วันจริงที่เพื่อนญาติพี่น้องมา ทักเยอะมากว่าเครื่องสำอางติดทนนานมาก ไปทำอะไรมา คือ หน้าเงา สวยมาก จริงๆ ไม่อยากลงเยอะ เห็นหลายๆ คน คือ ลงหน้าเยอะ พอบ่ายๆ แค่ช่วงบ่ายๆ หน้าก็เริ่มเยิ้มแล้ว แต่ของหนูแทบไม่ได้เติมอะไรเพิ่มเลย อยู่อย่างนั้นทั้งวันจนถึงเย็น”

“ประทับใจมาก หลายๆ คนเห็นและชื่นชมเราว่าหน้าดีขึ้น ส่วนตัวรู้สึกหน้าดีขึ้น รูขุมขนแคบลง รู้สึกว่าแต่งหน้าติดขึ้น ง่ายขึ้นเยอะมากๆ นะคะ”

“พอหลังจากนั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เดี๋ยวนี้เวลาจะออกไปไหน คือ ลงบางๆ แล้ว ไปทำงาน อย่างเช่นวันนี้ลงแค่บีบี ลงแป้งบางๆ นิดเดียว ก็สามารถออกจากบ้านได้แล้วนะคะ รู้สึกว่าผิวตรงนี้เนียนขึ้น รูขุมขนดูตื้นขึ้น เริ่มมีคนทักแบบว่าหน้าดีขึ้นนะ ไปทำอะไรมา ผิวดีขึ้น”

 Tips จากหมอ

ก่อน

สำหรับการเตรียมตัวของคนที่จะมาเติมเต็มสารเติมเต็มผิวหนัง อย่างแรกเลย ต้องเป็นคนไม่แพ้เฮชเอ (HA-Hyaluronic Acid กรดไฮยาลูรอนิค) หรือว่าเฮชเอที่มียาชา ก็ต้องไม่เคยมีประวัติแพ้ยาชามาก่อน ใบหน้าของคนไข้ควรจะไม่มีการติดเชื้อ ถ้ามีสิวเยอะๆ มีการอักเสบของผิวมากๆ ควรหลีกเลี่ยงการเติมสารเติมเต็มผิวหนังไปก่อน”

“นอกจากนี้ก็ควรงดยาบางชนิดที่อาจทำให้เลือดออกได้มากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแอสไพริน ยาแก้ปวดในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs-Non-Steroidal Anti-Inflammatory) วิตามินซี วิตามินอี ใบแปะก๊วย หรือว่าโคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10)”

หลัง

หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว มีวิธีการปฏิบัติง่ายๆ ผมบอกคนไข้เสมอว่าห้ามนวดหน้า อบไอน้ำ ซาวหน้า เลเซอร์ โยคะร้อน อะไรนวดๆ อะไรร้อนๆ อย่าเพิ่งทำ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวฟิลเลอร์ที่ยังไม่เสถียร จะสลายตัวได้ครับ เพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้นเอง”

“ที่สำคัญ ควรดื่มน้ำมากๆ เพราะว่าสารเฮชเอหรือสารเติมเต็มผิวหนัง เป็นสารที่สามารถโอบอุ้มน้ำเข้าไปในตัวมันได้ ทำให้ผิวดีขึ้นเรื่อยๆ”

“การเติมสารเติมเต็ม ก็ยังสามารถรักษาอย่างอื่นต่อได้ อย่างเช่น คนไข้บางคนมาเติมสารเติมเต็มด้วย อยากใช้สารลดริ้วรอย ที่เราเรียกว่าโบท็อกซ์ด้วย ผมก็จะเติมสารเติมเต็มก่อน แล้วต่อด้วยสารโบท็อกซ์ได้เลย ไม่มีข้อห้ามอะไร แต่ไม่ควรทำที่มีพลังงาน อย่าง เทอมาจ อัลเทอร่า ควรเว้นไว้ก่อน

 

บทความก่อนหน้านี้บุกจับหนุ่มกราฟิกคาพิธี นวราตรี ฉกทอง 2บาท เปิดปากรับสิ้นปมก่อเหตุ (คลิป)
บทความถัดไปอุบลฯระทึกซ้ำ ตลิ่งริมแม่น้ำมูลถล่ม ชาวบ้านวิ่งหนี เผยนาที ดินสไลด์ หอประปาพัง (คลิป)