ผบช.น. เเถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ขับสิบล้อหนีตร.คว่ำลงน้ำ ลอบขนยา 4.7 ล้านเม็ด คนขับสารภาพเคยได้ค่าจ้าง 3 แสนบาท

เวลา 15.30 น. วันที่ 24 ม.ค. 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.ศตวรรษ คนชุม รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผบก.สปพ. และ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมเเถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้า 4.7 ล้านเม็ด

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาจะขับรถบรรทุกสิบล้อ รับยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเดินทางไปส่ง ลูกค้าบริเวณพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย จากการสืบสวนคดีขยายผลพบรถบรรทุกคันดังกล่าวมุ่งหน้าจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหน่วยข่าวกรองทหาร กองทัพบกวางกำลังสังเกตการณ์อยู่บริเวณ จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนพบว่ามีรถสิบล้อขับผิดปกติ มีลักษณะพิรุธต้องสงสัย และเปลี่ยนเส้นทางใช้ถนนทางเปลี่ยว ขับไปบริเวณริมคลองมหาราช จังหวัดลพบุรี

เจ้าหน้าที่เชื่อว่ารถสิบล้อคันดังกล่าวจะส่งยาเสพติดให้ลูกค้าบริเวณริมคลอง ก่อนแสดงตัวและเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาขับรถหนี และขับรถตกลงไปภายในคลอง

เบื้องต้นสามารถจับกุม นายสมจิต อายุ 41 ปี เจ้าตัวให้การว่า รับส่งยาเสพติดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกได้เงินค่าจ้าง 3 แสนบาท

ภายในรถคันดังกล่าวพบของที่ใช้อำพรางและยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้าตกหล่นออกมาจากท้ายรถลอยอยู่ในคลองจำนวน 21 กระสอบ รวมเป็นยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ทั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 21 กระสอบ รวมประมาณ 4,790,000 เม็ด รถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว จำนวน 1 คัน โทรศัพท์ จำนวน 2 เครื่อง รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินที่ตรวจยึดประมาณ 150,000,000 บาท

ด้าน พล.ต.ต.วรวิทย์ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายหนึ่งได้ในพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยพบว่ารถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดมีการอำพรางด้วยการขนส่งสินค้าพืชผลทางการเกษตรร่วมมาด้วย เช่น ขิง รวมถึงสินค้าพื้นฐานอื่น เช่น ข้าวโพดหรือข้าวสาร เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวจะมีจุดพักยาในพื้นที่ภาคกลาง ก่อนกระจายเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งที่ผ่านมามักถูกตรวจพบและจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน