เชฟโรเลตชนไฟลุก ขวดสุราตก เหยื่อดับแล้ว1 ที่แท้ครู53ขับ อ้างโรคกำเริบ ปัดไม่ได้ดื่ม

เชฟโรเลตชนไฟลุก ขวดสุราตก เหยื่อดับแล้ว1 ที่แท้ครู53ขับ อ้างโรคกำเริบ ปัดไม่ได้ดื่ม

จากกรณีที่ นายสมศักดิ์ เกรัมย์ อายุ 53 ปี ข้าราชครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง จ.บุรีรัมย์ ก่อเหตุ ขับรถยนต์ ยี่ห้อเชฟ โรเลต เทรลเบลเซอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ-2695 บุรีรัมย์ พุ่งชนรถจยย. ที่จอดติดไฟแดง 4 คัน ที่สามแยกศาลากลางจังหวัดหลังเก่า มีรถจยย. 1 คัน ถูกลากติดไปกับใต้ท้องรถ จนรถยนต์เกิดไฟลุกไหม้

ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ทราบชื่อคือ นายธีวธันย์ วิฑูรย์, น.ส.นัฐพิชชา คนตรง, น.ส.นัฐสุดา หมายประโคน, นายณัฐทะพล จักสาน, น.ส.จันทิมา อ้นขวัญเมือง, น.ส.อัจฉริยา โพธิ์พัก และชายไม่ทราบชื่ออีก 1 คน กู้ภัยนำตัวทั้งหมด ส่งรักษาตัวที่ ร.พ.บุรีรัมย์ แต่ นายธีวธันย์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันยังพบขวดสุราตกอยู่บริเวณหน้ารถคันเกิดเหตุ ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 17 ส.ค. ร.ต.อ.สุมนัส นัดที รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของ นายสมศักดิ์ เจ้าหน้าที่พบมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย 39 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ขณะที่นายสมศักดิ์ ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ตนเองมีโรคประจำตัวที่จะต้องกินยาเป็นประจำ

วันเกิดเหตุไม่ได้กินยาอาการจึงกำเริบทำให้บังคับรถไม่อยู่ จนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ต้องรอใบรับรองจาแพทย์ว่านายสมศักดิ์ มีอาการป่วยจริงหรือไม่ แต่เบื้องต้นก็ได้แจ้งข้อหา “ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และขับรถด้วยความประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย” ส่วนกรณีที่มีผู้เสียชีวิตภาย จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนก่อนจะแจ้งข้อหาอีกเพิ่มเติมต่อไป

ทั้งนี้จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ขณะเกิดเหตุรถจยย.จอดรอสัญญาณไฟที่สามแยกหน้าศาลาหลังเดิมอยู่หลายคัน จู่ๆรถคันดังกล่าวซึ่งมี นายสมศักดิ์ เกรัมย์ อายุ 53 ปี ข้าราชครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง จ.บุรีรัมย์ ขับมาด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งชนกวาดเอารถจยย.ที่จอดติดไฟแดง และเกิดไฟลุกไหม้ที่ด้านหน้ารถยนต์ก่อนจะลามไหม้รถจักรยานยนต์ที่ถูกลากติดใต้ท้องรถไปด้วย

โดยในภาพจะเห็นรถจักรยานยนต์ และผู้บาดเจ็บกระจายเต็มถนน ในจำนวนนี้มีชายคนหนึ่งนอนแน่นิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ ก่อนที่จะมีผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาเข้าไปดู และรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยกู้ภัย ให้เร่งเข้ามาช่วยเหลือ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เทรนด์ฮิตหนุ่มตี๋ศัลยกรรม ปลูกผม-กำจัดถุงใต้ตา มาแรงสุด
บทความถัดไปရှမ်းမြောက်မှာ တိုက်ပွဲပြင်းထန်၊ပရဟိတ လူနာတင်ကား ၁ စီး အပစ်ခံရ၊ ၁ ဦး သေဆုံး