ผอ.กรมอู่เผย สัญลักษณ์บนปืนใหญ่ ตรงกับที่ศาลพระเจ้าตากสิน ถูกฝังใต้น้ำหลายกระบอก

วันที่ 13 พ.ย. ที่กรมอู่ทหารเรือ ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.ต.กิตติพงษ์ เรืองเดช ผอ.กรมอู่ทหารเรือ ธนบุรี นำสื่อมวลชนสำรวจพื้นที่บริเวณ ปากอู่กรมอู่ทหารเรือ หลังจากที่มีการพบ ปืนใหญ่โบราณ 12 กระบอก อยู่ในลักษณะฝังปากกระบอกปืน ปักลงดินราว ราว 3 ส่วน 4 ของความยาวกระบอกปืน ซึ่งคาดว่าเป็นปืนใหญ่ที่สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษในสมัยต้นยุครัตนโกสินทร์ โดยมีกระบอกใหญ่สุดน้ำหนักประมาณ 5 ตัน ก่อนมีพิธีบวงสรวงเชิญปืนใหญ่ทั้งหมด ขึ้นมาทำความสะอาดและนำมาไว้ที่บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์กรมอู่ทหารเรือ เพื่อเตรียมนำไปตรวจสอบอัตลักษณ์และอายุของปืนใหญ่

พล.ร.ต.กิตติพงษ์ กล่าวว่า ทางอู่กรมทหารเรือมีแผนที่จะซ่อมประตูอู่ท่าเรือ ซึ่งจะมีการปรับปรุงพื้นที่หน้าอู่โดยเราทราบอยู่แล้วว่ามีปืนใหญ่อยู่บริเวณที่หน้าอู่ แต่ว่าเนื่องจากที่มีการปรับปรุงประตูในครั้งนี้พื้นที่ที่จะปรับปรุงมีผลกระทบกับในส่วนของที่ปืนใหญ่ฝังอยู่ ทางเราจึงแจ้งไปทางกรมศิลปกรเพื่อที่จะมาช่วยดู อีกส่วนเราได้ขออนุญาตไปทางกองทัพเรือว่าจะขออนุญาตดึงปืนใหญ่ที่ปักอยู่ขึ้นมา เพื่อเป็นการไม่ลบหลู่จึงทำพิธีบวงสรวง แล้วก็ดึงปืนใหญ่ที่ปักอยู่ทั้งหมดขึ้นมา ที่ผ่านมาถ้าเราดูประวัติศาสตร์ของชาติไทยปืนใหญ่ใช้ในการปกป้องประชาธิปไตยของชาติอยู่แล้ว ซึ่งก็มีปืนใหญ่หลายกระบอกไม่ว่าจะเป็นที่หน้ากระทรวงกลาโหมเองก็ตาม หรือว่าที่บริเวณตรงนี้

พล.ร.ต.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า ในทางประวัติศาสตร์เราได้พบว่าปืนหนึ่งในจำนวนที่ขุดเจอเป็นปืนที่ผลิตมาจากประเทศอังกฤษซึ่งดูได้จากสัญลักษณ์บนปืน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับที่ตั้งอยู่บริเวณศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งในยุคโบราณปืนใหญ่เป็นอำนาจหนึ่งที่ใช้ปกป้องศัตรูเพราะฉะนั้นแล้วประเทศใดที่มีปืนใหญ่ ถือเป็นประเทศที่พลังอำนาจ อย่างไรก็ตามทางกองทัพเรือกำลังพิจารณาที่จะสำรวจอัตลักษณ์ของปืนที่เราขุดพบว่ามีส่วนใดบ้างที่เราหล่อเอง และกำลังติดต่อหน่วยงานภายนอกว่าแร่ธาตุของปืน ส่วนผสมของตะกั่วในเนื้อโลหะ ว่ามีลักษณะเป็นแบบใดโดยอาจจะบอกได้ถึงอายุของปืนประมาณเท่าไหร่

“หลังจากสำรวจอัตลักษณ์เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะนำมาเก็บไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ทราบว่าครั้งหนึ่งประเทศไทยมีพลังอำนาจในการรบ นอกจากนี้ในส่วนของที่อยู่ในน้ำก็ยังมีปืนใหญ่ฝังอยู่ หรือแม้กระทั่งฝั่งตรงข้ามก็ท่าเรือก็ยังมีปืนใหญ่ที่ปักอยู่ในลักษณะแบบนี้เช่นเดียวกัน แต่ในส่วนอื่นที่พบว่ามีปืนใหญ่ปักอยู่เราจะยังไม่ขุดขึ้นมา ทั้งอยากจะฝากถึงประชาชนว่าครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติไทยเราก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีพลังอำนาจในก้านการรบ ขอให้ทุกท่านได้ภาคภูมิใจว่าเราอยู่ในประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าในเรื่องของการรบ ขอให้ภาคภูมิใจมี่เกิดมาในเมืองไทย”