โชเฟอร์ทัวร์คว่ำหนี ขนส่งสั่งพักใบอนุญาต 30 วัน ปรับผู้ประกอบการ 5 หมื่น!

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีที่รถทัวร์บริษัทพิษณุโลกยานยนต์ จำกัด เสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทางช่วงโค้งลงเขาที่ จ.พิษณุโลกว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2560 เวลาประมาณ 04.16 น. เกิดเหตุ รถบัสโดยสารประจำทาง หมายเลขทะเบียน 10-1230 พิษณุโลก สาย 965-2 เส้นทางกรุงเทพฯ-บ้านด่านลานหอย เสียการทรงตัวชนกับที่กั้นแบริเออร์ทำให้รถพลิกคว่ำบริเวณ กม. ที่ 88-89 บ้านห้วยทรายเหนือ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นทางลงเขา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1รายบาดเจ็บ12 ราย จากการตรวจสอบความเร็วรถก่อนเกิดเหตุจากระบบ GPS พบว่ารถใช้ความเร็วอยู่ที่ 98 กม./ ชม.ซึ่งเกินกว่าควมเร็ว80กม./ชม. ตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับรถคันดังกล่าวเป็นรถโดยสารประจำทาง (2 ชั้น) หมายเลขทะเบียน 10-1230 พิษณุโลก หมวด 2 กรุงเทพฯ-บ้านด่านลานหอย วันสิ้นอายุภาษี 30 ก.ย.2561 มีนางสาววลัยพร ด้วงสุวรรณ เป็นผู้เข้าร่วมสัมปทานกับ บริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) ส่วนคนขับรถคือนายแนน พันธุ์บุญ ใบอนุญาตขับรถ ท.2 เลขที่ 242/38 สิ้นอายุ 2 ก.พ.2564 ขณะเกิดเหตุได้หลบหนีไป โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัว

“เบื้องต้นกรมได้สั่งพักใบอนุญาตขับรถคนขับ 30 วัน หากตรวจสอบพบว่ากระทำผิด จะพิจารณาพักใช้เพิกถอน ใบอนุญาตขับรถต่อไป นอกจากนี้ยังเชิญ ผู้ประกอบการรถคันเกิดเหตุมาพิจารณาลงโทษขั้นสูงสุดปรับ 5 หมื่นบาท ข้อหาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัย มีการใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด พร้อมทั้งให้ร่วมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยให้กับญาติผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมด้วย “


นายสนิทกล่าวว่า นอกจากนี้ยังสั่งการให้ ขนส่งจังหวัดพิษณุโลกประสานให้ บจก พิษณุโลกยานยนต์ นำรถทัวร์ของบริษัทอีกประมาณ 40 กว่าคัน เข้ามารับการตรวจสภาพซ้ำอีกครั้งที่กรม เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและความมั่นคงแข็งแรง รวมทั้งยังเตรียมเข้าไปตรวจสอบการบริหารงานของ บจก พิษณุโลกยานยนต์ อีกด้วยหากพบการกระทำความผิด จะพิจารณาลงโทษขั้นสูงสุดในทุกกรณีความผิด สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุเบื้องต้น สันนิษฐานว่าใช้ความเร็ว ไม่เหมะสม ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับมาตรการและแนวทาง การป้องกันและลดอุบัติเหตุรถทัวร์นั้นที่ผ่านมากรมได้ดำเนินการเข้มข้นในระยะเร่งด่วนคือเข้มงวด กำกับ ดูแล บังคับใช้ กฎหมาย เด็ดขาด พร้อมมาตรการลงโทษทั้งผู้ประกอบการและพนักงานขับรถในขั้นสูงสุดทุกกรณีความผิด ,กำหนดให้รถโดยสารสาธารณะทุกประเภททุกคัน และรถบรรทุกตั้งแต่สิบล้อขึ้นไปทุกคัน ต้องติดตั้งระบบ GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์บ่งชี้ตัวตนคนขับรถ เพื่อการบริหารจัดการเดินรถเชิงป้องกัน ควบคุมกำกับ ดูแล บังคับใช้ ติดตามการเดินรถ ลักษณะ Online แบบ Realtime ทั้ง พิกัด ความเร็ว ชั่วโมงการขับรถ รวมไปถึงควบคุมพฤติกรรมพนักงานขับรถ มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 59 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีการปรับลดความสูงของรถโดยสารสองชั้นให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลคือ สูงไม่เกิน 4.0 เมตร จากเดิมสูงไม่เกิน 4.30 เมตร โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2560 สำหรับรถจดทะเบียนใหม่ และรถที่ปรับปรุงตัวถัง และยังต้องผ่านการทดสอบการทรงตัว เช่นเดียวกับรถโดยสารทุกประเภททุกคันที่มีความสูงเกิน 3.60 เมตร ซึ่งเป็นมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยสำหรับรถโดยสารทุกคัน ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง

รวมทั้งกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องรับผิดชอบตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถทุกครั้งก่อนการออกให้บริการ ตาม รายการ Checklist เพิ่มเติมจากมาตรการ กำหนดให้รถโดยสารสาธารณะเข้ารับการตรวจสภาพ ปีละ 2 ครั้ง และกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสาร ต้องจัดทำประกันภัยเพิ่มเติมจากกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ วงเงินคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตหรือร่างกายไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท ต่อคนในแต่ละครั้ง และไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินในแต่ละครั้ง มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 60