ลุยตรวจอาหารสนามบิน ยันดอนเมืองมีจุดขายอาหารถูก สุวรรณภูมิ คุมบวกไม่เกิน 25%

เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 12 ม.ค. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม พร้อมด้วยน.ส.ชนาลัย ฉายากุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.และเจ้าหน้าที่ระดับสูงท่าอากาศยานดอนเมือง นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรววจสอบราคาอาหารและเครื่องดื่มของร้านค้าจำหน่ายอาหารภายในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ของสนามบินดอนเมือง

ภายหลังการตรวจเยี่ยม นายไพรินทร์ เปิดเผยว่า จากกรณีมีการร้องเรียนเรื่องอาหารและน้ำที่จำหน่ายภายในสนามบินดอนเมืองมีราคาแพงนั้น ตนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วภายในสนามบินดอนเมืองพบว่า ภายในอาคารผู้โดยสารในประเทศนั้น ทางสนามบินได้ทำทางเลือกในการรับประทานอาหารไว้ให้ผู้บริโภคแล้ว โดยมีร้านอาหารฟู้ดคอร์ท ชื่อเมเจิค การ์เด้น เปิดให้บริการ 20 ชั่วโมง อยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ฝั่งทิศใต้ เปิดจำหน่ายอาหารราคาต่ำสุดเริ่มที่ 60 บาท แพงกว่าในเมืองแต่ไม่มาก เป็นราคาที่รับได้

“หากเปรียบเทียบราคาอาหารฟู้ดคอร์ทในสนามบินดอนเมืองของไทยเริ่มต้นที่ 60 บาท หรือประมาณไม่ถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐ พนันได้เลยว่าหากไปซื้อที่สนามบินอื่นๆ คงไม่มีแน่นอน ที่เริ่มต้นที่ 2 ดอลลาร์ ถือเป็นราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงมาก รับได้ ส่วนร้านอาหารที่มีแบรนด์ หรือมีตรามิชลิน สนามบินคงไม่สามารถไปควบคุมราคาได้ เพราะให้เป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่จะเลือกอาหารฟู้ดคอร์ทหรือกินอารหารมีแบรนด์”

ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า การให้บริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในสนามบินนั้น มีความแตกต่างกับห้างร้านทั่วไป เพราะต้องเปิดให้บริการในช่วงเวลาที่ยาวนานกว่าที่อื่นๆ เกือบจะตลอด 24 ชั่วโมง เพราะต้องเปิดให้บริการก่อนเครื่องบินเที่ยวแรกจะออกเดินทางคือประมาณ ตี 4 หรือตี 5 ทำให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่อื่นด้วย ส่วนร้านอาหารที่มีแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศนั้น จะเห็นว่าบางมีราคาสูงกว่าร้านในเมือง แต่ตามเงื่อนไขสัมปทานกำหนดให้ขายแพงกว่าร้านค้าในเมืองไม่เกิน 10-15 % เท่านั้น

“ปัจจุบันผู้โดยสารที่เข้ามาใช้สนามบินก็มีทางเลือกอาหารราคาไม่แพง แต่ปัญหาอยู่ที่การประชาสัมพันธ์ของสนามบิน เพราะเท่าที่สอบถามผู้โดยสารคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามีร้านอาหารฟู้ดคอร์ทราคาถูกให้บริการ หลังจากนี้ต้องทำประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารรู้ โดยต้องจัดทำเป็นโบรชัวร์อาหาร รวมทั้งขอให้ ทอท.จัดตั้งกรรรมการเฉพาะขึ้นมา ทำหน้าที่ตรวจสอบเปรียบเทียบราคาอาหารและเครื่องดื่มภายในสนามบินเป็นรายเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ร้านค้าแอบลักไก่ขึ้นราคาอาหารและเครื่องดื่ม “นายไพรินทร์กล่าว

นายไพรินทร์กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้สนามบินทำประชาสัมพันธ์อาหารราคาถูกให้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการได้รับทราบ โดยอาจจะทำโบรชัวร์ประชาสัมพันธ์อาหารและเครื่องดื่มเฉพาะด้วย ว่ามีขายอยู่ตรงไหนบ้าง ต้องทำป้ายบอกทางให้ชัดเจน และอยากให้เปลี่ยนมาใช้คำว่าสตรีทฟู้ดแทน เพราะเป็นคำสากลที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักอาหารไทย และอาจต้องทำสตรีทฟู้ดเพิ่มเติมภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ปัจจุบันยังไม่มี  อย่างไรก็ตามปัจจุบันสนามบินดอนเมืองมีจุดให้บริการน้ำดื่มฟรีด้วยประมาณ 40 จุด  และต่อไปจะตรวจสุวรรณภูมิต่อไป

นางสาวชนาลัย เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า ทอท.จะเร่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาทำหน้าที่ตามที่ รัฐมนตรีไพรินทร์สั่งการ  หากพบผู้ค้ารายใดละเมิดสัญญาขายเกินราคาที่กำหนดในสัญญา เราจะตักเตือน สั่งให้ปรับลดราคาลงมาเท่านั้น แต่ยังไม่มีมาตรการลงโทษ แต่หลังจากนี้ ทอท.จะต้องมีการกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานด้วย หากพบว่าขายของแพงเกินราคาที่กำหนด ครั้งแรกอาจใช้มาตรการเตือนก่อน หากทำผิดซ้ำอาจจะต้องลงโทษปรับเป็นเงิน หรือมาตรการอื่นๆ อีก เพราะขณะนี้ ทอท.ถูกตำหนิและร้องเรียนเรื่องราคาสินค้าอาหารแพงเข้ามามาก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสนามบิน ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทอท.ได้มีควบคุมราคาจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ โดยกำหนดไว้ในเงื่อนไขสัญญาสัมปทานชัดเจน โดยในส่วนของสนามบินดอนเมืองนั้น ห้ามขายแพงกว่าห้างชั้นนำในเมืองเกิน 20 % ส่วนสุวรรณภูมิห้ามขายแพงเกินกว่า 25%