“บิ๊กเต่า” สั่งลุย สอบ “บิ๊กอิตาเลียนไทย” ชี้อย่าใช้ความรู้สึกตัดสิน ต้องดูพยานหลักฐานก่อน!

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. เวลา 08.30 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จ.จันทบุรี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงการจับกุมนักท่องเที่ยวที่ตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในจุดต้องห้ามภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ตนได้รับรายงานข้อมูลเบื้องต้นจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนตามพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายว่าใครเป็นผู้กระทำที่แท้จริง อย่าเพิ่งปรักปรำใคร และอย่าใช้ความรู้สึกไปตัดสินว่าใครผิดใครถูก

เมื่อถามว่ากรณีนี้ถือว่ามีความรุนแรงที่สุดหรือไม่ในช่วงระยะหลัง พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า เคยเกิดกรณีที่มีคนไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อ 3 ปี ที่แล้ว สำหรับกรณีล่าสุดเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ต่อข้อถามว่ากรณีนี้มีเจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ขอให้สอบถามข้อมูลที่อธิบดีกรมอุทยานฯ และขอให้ดูพยานหลักฐานก่อนดีกว่า เมื่อถามต่อว่าจะสั่งการอะไรในเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีดูงานเรื่องนโยบายเป็นหลัก อย่าเพิ่งให้รัฐมนตรีไปสั่งทุกเรื่อง เพราะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างเข้มแข็งอยู่แล้ว

ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เบื้องต้นนายเปรมชัยยังให้การปฏิเสธ งกรณีนี้ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ต้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปก่อน โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ส่วนข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้ มาจากเจ้าหน้าที่ไปตรวจพบซากเสือดำและอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เห็นตอนยิง ดังนั้น ทุกอย่างจึงต้องว่าไปตามกระบวนการ

“เท่าที่ได้รับรายงานนอกจากนายเปรมชัย แล้วยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน แต่ยังไม่ทราบว่ามีใครบ้าง อยู่ในแวดวงธุรกิจระดับสูงเหมือนนายเปรมชัยด้วยหรือไม่ หรือมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ต้องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการก่อน แต่เท่าที่ได้รับรายงานขณะนี้ยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แต่กลุ่มของนายเปรมชัยขออนุญาตเข้าพื้นที่ไปจุดหนึ่ง แต่กลับไปอีกจุดหนึ่ง หากเจ้าหน้าที่ไม่ลาดตระเวนคงไม่สามารถจับกุมได้ สำหรับบทลงโทษหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ต้องพิจารณาว่าผิดกระทงใดบ้าง”นายธัญญา กล่าว

เมื่อถามว่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกังวลหรือไม่เพราะนายเปรมชัยเป็นถึงนักธุรกิจระดับสูง นายธัญญา กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เพราะถือว่าเจ้าหน้าที่เราทำดีที่สุด จึงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และต้องให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ เนื่องจากไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าใครถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ต้องอยู่ที่พยานหลักฐานว่าเป็นอย่างไร ส่วนว่านักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปสามารถพกพาอาวุธปืนเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนหรืออุทยานแห่งชาติได้หรือไม่นั้น นายธัญญา กล่าวว่า เราไม่ให้เอาอาวุธเข้าไปอยู่แล้ว โดยปกติเจ้าหน้าที่ของเราไม่มีโอกาสจะไปตรวจค้นว่าใครจะนำอะไรเข้ามาในพื้นที่

บทความก่อนหน้านี้เปิดความจริงครั้งแรก!! ‘แม่ชีศันสนีย์’เผยรักต้องห้าม-สู่รักบริสุทธิ์ น้ำตาไหล‘คุณเสถียร’จากโลก(คลิป)
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ปลื้ม นักศึกษาบูมรับ ให้พาชาติยั่งยืน ฝากช่วยลดขัดแย้ง คิดต่างได้แต่ขอให้ความร่วมมือ