แก๊งเปรี้ยวสารภาพแล้ว “หั่นศพน้องแอ๋ม” แต่ไม่ได้ฆ่า แค่พลั้งมือไปปิดจมูก

วันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาล จ.ขอนแก่น ได้เบิกตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น, น.ส.อภิวันท์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ จากเรือนจำกลางขอนแก่น, นายวศิน นามพรม จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ ซึ่งอยู่ในระหว่างการประกันตัว ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มาขึ้นศาลตามการนัดสอบคำให้การฝ่ายโจทก์นัดที่ 6 นัดสุดท้ายตามการกำหนดพิจาณาคดีของศาล จ.ขอนแก่น ระหว่างโจทก์ คือพนักงานอัยการกับจำเลยคือผู้ต้องหาทั้งหมด โดยยังคงใช้ห้องพิจาณาคดีที่ 8 ชั้น 3 ศาล จ.ขอนแก่น เป็นห้องพิจารณาคดีความดังกล่าว

นายนพดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า การนัดสอบคำให้การนัดที่ 6 วันนี้เป็นการนัดสอบคำให้การนัดสุดท้ายฝ่ายโจทก์ ซึ่งพนักงานอัยการ ในฐานะโจทก์ยังคงลงว่าความเต็มคณะเช่นเดิม ซึ่งในวันนี้ได้เบิกพยานฝ่ายโจทก์ขึ้นสอบคำให้การทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย แพทย์นิติเวชและแพทย์ที่รับผิดชอบในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม และ พ.ต.ท.ศุภฤกษณ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งการสอบคำให้การมีการซักถามและซักค้านอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล โดยฝ่ายโจทก์ยังคงยืนยันในการเบิกความที่เอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมดในมาตรา 289 คือฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งประเด็นนี้ยอมรับว่าฝ่ายโจทก์มีหลักฐานที่สื่อการก่อเหตุทั้งภาพจากกล้อวงจรปิด และเอกสารยืนยันทางนิติเวชและผลตรวจดีเอ็นเอ ที่พยานทั้ง 3 ปากจะให้การในประเด็นนี้ตลอดทั้งวันในวันนี้

“ถึงวันนี้ผู้ต้องหารับสารภาพเพียงแค่ข้อหาเดียวคือการร่วมกันซ่อนเร้นและทำลายศพ ซึ่งก็คือรับสารภาพว่าฝังศพและหั่นศพ แต่ให้การปฎิเสธในข้อหาร่วมกันฆ่าน้องแอ๋ม, ลักทรัพย์และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ แต่เอกสารหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์นำแถลงต่อศาลนั้นมัดแน่นและมีการทำสำนวนที่รัดกุมละเอียด โดยเฉพาะกับการให้การในชั้นพนักงานสอบสวนที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจนนำไปสู่การทำแผนประกอบคำรับสาราภพ โดยเฉพาะพฤติกรรมในการก่อเหตุที่เรามีหลักฐานทั้งหมด ตั้งแต่การล่อลวงผู้ตายขึ้นรถ การทำร้ายร่างกายผู้ตายแบบ 3 รุม 1 โดยมีนายวศิน เป็นคนขับ การขับรถซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ในการหั่นศพ จนไปถึงการฝังศพ” นายนพดล กล่าว


นายนพดล กล่าวต่อว่า และการที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนั้นปฎิเสธไม่ได้ฆ่า ในเรื่องนี้เอกสารทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าผู้ตายขาดอากาศหายใจ ซึ่งตรงกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุในรายการที่แถลงต่อศาล และโจทก์ได้แถลงต่อศาลไปว่าผู้ต้องหาใช้ถุงคุมหัวผู้ตายและใช้เชือกรัดจนแน่นจนทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจ ซึ่งจำเลยแย้งว่าไม่ได้ลงมือทำ โดยเฉพาะ น.ส.เปรี้ยว ที่ให้การต่อศาลว่าเพียงแค่ต่อสู้กันและพลั้งมือไปปิดจมูกน้องแอ๋ม จนทำให้ขาดอากาศหายใจเท่านั้น ประเด็นนี้เอกสารหลักฐานและพยานได้แถลงต่อศาลจนครบทุกประเด็น และผู้ต้องหาก็ได้ให้การรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว ทำให้การให้การในชั้นศาลวันนี้แม้ผู้ต้องหาและทนายความฝ่ายจำเลยจะกลับคำให้การ แต่เอกสารหลักฐานในพฤติกรรมและเกี่ยวกับคดีความดังกล่าวนี้ทีมโจทก์มีเอกสารที่ครบถ้วนทั้งหมด

นายนพดล กล่าวต่ออีกว่า ฝ่ายโจทก์เบิกพยานเข้ารับการสอบคำให้การในคดีนี้รวม 27 ปาก ซึ่งครบในฝ่ายโจทก์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสอบคำให้การฝ่ายจำเลย ซึ่งศาลนัดในการพิจารณาไต่สวนในวันที่ 14-15 มี.ค.2561 โดยทนายจำเลยขอเบิกพยานให้การเพียง 4 คนเท่านั้น ซึ่งคือผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยยังคงไม่นำเอกสารหลักฐานหรือพยานใดๆ มาเสนอต่อศาล ในการเข้ารับการสอบคำให้การฝ่ายจำเลยในวันพรุ่งนี้