แฟลช เอ็กซ์เพรส ขนส่งพัสดุน้องใหม่สัญชาติไทย ทุ่ม 2,500 ล้าน สู้ยักษ์ลงทำศึกอีคอมเมิร์ซ

นายคมสันต์ แซ่ลี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุทั่วประเทศ เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทดำเนินธุรกิจ และได้เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ค.นี้ ภายใต้ชื่อ แฟลช เอ็กซ์เพรส หลังจากเห็นแนวโน้มของตลาดขนส่งพัสดุในไทยที่มีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องปีละกว่า 20% และความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการรับส่งพัสดุที่เร่งด่วนมีจำนวนมากขึ้น จากการขยายตัวของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ในรูปแบบค้าปลีกค้าส่ง หรือการซื้อ-ขายผ่านออนไลน์ ที่มีอัตราเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 30% ทำให้บริษัทเห็นโอกาสในธุรกิจขนส่งพัสดุ จึงพร้อมจะลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาทภายในระยะเวลา 5 ปี ในด้านเทคโนโลยี และระบบการจัดการต่างๆ

“แฟลช เอ็กซ์เพรส จะเป็นทางเลือกใหม่ในการให้บริการขนส่งพัสดุ โดยทีมงานของเราเป็นผู้มีความรู้และความชำนาญในวงการขนส่งพัสดุทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี และเคยร่วมงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีกับบริษัทอาลีบาบา และ อะลีเพย์ โดยจะให้บริการขนส่งพัสดุในประเทศ ภายใต้นโยบาย รับฟรีทุกชิ้น ถึงบ้านทั่วไทย ซึ่งพร้อมไปรับพัสดุฟรีถึงหน้าบ้าน ฟรีตั้งแต่ชิ้นแรก เพื่อนำไปส่งให้ภายใน 1 วัน พร้อมยังมีบริการตั้งแต่ไปรับ นำไปแพ็ก แยกประเภท และส่งพัสดุ เพื่อให้บริการที่สะดวกและดีที่สุด พร้อมกันนี้มีพันธมิตรทางธุรกิจอีกกว่า 10 ราย ทำให้สามารถขนส่งทางอากาศ ทางบก และระหว่างประเทศได้”

สำหรับปีนี้ปีแรกลงทุน 300 ล้านบาทก่อน และคาดว่าจะสามารถเข้ารับพัสดุถึงบ้านลูกค้าได้ฟรีครอบคลุม 30 จังหวัดในเดือนพ.ค.นี้ และวางแผนที่จะสามารถเข้ารับพัสดุได้ครอบคลุมทั่วประเทศ 77 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีแผนจะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดมากขึ้น โดยกำลังเจรจาให้ พระเอกดัง ติ๊ก-เจษฎภรณ์ ผลดี มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้

และบริษัทยังเตรียมพัฒนารูปแบบการส่งพัสดุแบบ นอน-สต็อป คือให้บริการจัดส่งพัสดุแก่ลูกค้า 365 วัน ไม่มีวันหยุด เพื่อสนับสนุนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภายในปีนี้จะเพิ่มบริการรับฝากพัสดุที่คลังสินค้าฟรี ตอบโจทย์พ่อค้าแม้ค้าออนไลน์ที่มุ่งเน้นในการทำธุรกิจ โดยให้ แฟลช เอ็กซ์เพรส ดูแลและการจัดการพัสดุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บริษัทคาดว่าในปีแรกจะมีปริมาณสินค้าจัดส่งประมาณ 5,000 ชิ้นต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-30% วัน ในปีที่ 2 และ 3 ซึ่งจะทำให้บริษัทมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาทในปีแรก และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ซึ่งจะเป็น 1 ใน 3 ของตลาดในไทย และเพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยรายได้จะมาจากตลาดในไทยและในต่างประเทศ มีแผนจะขยายไปในประเทศอาเซียนในสิ้นปีนี้หากช่วงปีนี้สามารถทำได้ตามเป้าหมาย เพราะมองเห็นปัจจัยบวกด้านในตลาดธุรกิจอี-คอมเมิร์ซกลุ่มประเทศอาเซียนที่กำลับเติบโตอีกหลายเท่าตัวใน 2-3 ปีข้างหน้า

บทความก่อนหน้านี้“บอสโก้” : เรามีโอกาสได้เพิ่มหลายประตู หากเราเด็ดขาดกันมากกว่านี้
บทความถัดไปขู่บึ้มสนามบิน! ตร.แกะรอยจับหนุ่มป่วนฮัลโหลบอก‘ระวังระเบิด’อ้างแค่ล้อเล่น(คลิป)