รฟม. เตรียมชงบอร์ด ขอเวนคืนที่เพิ่ม 100 หลังคาเรือน ก่อสร้างรถไฟฟ้าสีชมพู

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 4.6 หมื่นล้านบาท ว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการอาจจะต้องทำการเวนคืนพื้นที่เพิ่มเติมประมาณ 100 หลังคาเรือน บริเวณถนนแจ้งวัฒนะและติวานนท์ เนื่องจากปัจจุบัน รฟม. ได้เข้าไปใช้พื้นของกรมทางหลวง (ทล.) ในการดำเนินการก่อสร้างเสาตอม่อรถไฟฟ้า ซึ่ง ทล. ระบุว่าการใช้พื้นที่ดังกล่าวได้กระทบทำให้ขนาดช่องจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะและติวานนท์ มีขนาดลดลง ต่ำกว่า 3.5 เมตร จนผิดเงื่อนไขคุณสมบัติของถนนซูเปอร์ไฮเวย์ รฟม. จึงจำเป็นต้องขอเวนคืนที่ดินเพิ่มเพื่อนำไปใช้ให้ทล. นำไปใช้สร้างถนนเพิ่มเติม

“ล่าสุด รฟม. เตรียมที่จะนำเรื่องเสนอให้บอร์ด รฟม. อนุมัติให้ รฟม. เวนคืนที่ดินเพิ่มเติมประมาณ 100 หลังคาเรือน ตรงถนนแจ้งวัฒนะและติวานนท์ เพื่อนำพื้นที่ไปใช้คืนให้ทล. ไปสร้างถนนเหมือนเดิม ส่วนวงเงินที่จะเวนคืนเพิ่มยังไม่รู้ว่าจะใช้เท่าไหร่ หากบอร์ด รฟม. เห็นชอบให้เวนคืนเพิ่ม จะต้องจัดทำรายละเอียดวงเงิน และพื้นที่ เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อของบต่อไป หากบอร์ด ไม่เห็นชอบ รฟม.ต้องไปหารือเจรจาต่อรองกับกับ ทล. ใหม่อีกครั้งให้ได้ข้อยุติ เพื่อให้ผู้รับเหมาสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้จริง”

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า แม้ว่า รฟม. กับ ทล. จะมีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันเรื่องการขอเข้าใช้พื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูเพื่อให้เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายยังตกลงกันได้ไม่ครบทุกประเด็นเกี่ยวกับการเข้าพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะขนาดของถนนที่ ทล.ยื่นคำขาดให้รฟม. ต้องคงพื้นที่ถนนไว้เท่าเดิมในระหว่างดำเนินกาก่อสร้าง ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ รฟม. ต้องมีการยุติปัญหาด้วยการเสนอขอเวนคืนพื้นที่เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม มีการระบุด้วยว่าในอนาคต รฟม. อาจจะไม่ขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ก่อสร้างของ ทล.อีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาพื้นที่จราจรตามมาภายหลังเหมือนกรณีดังกล่าว โดยหากจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ในอนาคต รฟม. อาจ จะทำการเวนคืนพื้นที่เพื่อก่อสร้างก่อนที่จะเริ่มงานก่อสร้างเพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากเรื่องการเข้าพื้นที่ก่อสร้างไม่ได้จนอาจส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างและเปิดให้บริการ

บทความก่อนหน้านี้กฟน. มุ่งลดอุบัติเหตุเสริมความรู้เข้มข้น ทำงานปลอดภัยใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง
บทความถัดไปหุ้นไทยวันนี้ร่วงหนัก 25 จุด