‘สมคิด’ นำทัพบุกโตเกียว-ไอจิ-มิเอะ ดึงผู้ผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน-อาหารทางการแพทย์ลงทุนในอีอีซี

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17-21 ก.ค. 2561 นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะนำคณะผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูงไทย-ญี่ปุ่น (High Level Joint Commission-HLJC) ครั้งที่ 4 ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงโตเกียว

โดยรองนายกฯ จะเข้าร่วมกิจกรรมชักจูงการลงทุน ณ จังหวัดไอจิ และจังหวัดมิเอะ ซึ่งตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น และเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของจังหวัดไอจิ และจังหวัดมิเอะ ได้แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของไทยด้วย

“สำหรับบริษัทเป้าหมายที่รองนายกรัฐมนตรีจะพบหารือในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ยานยนต์และอากาศยาน ผู้ผลิตอาหารทางการแพทย์ ผู้ผลิตเครื่องจักร และผู้ผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ”


นอกจากนี้ จะเป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “Thailand Taking off to New Heights” ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ โดยมี นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการบีโอไอ และนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ศักยภาพของไทยในการเป็นแหล่งรองรับการลงทุน และความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆ ในอีอีซี ล่าสุดมีนักลงทุนในจังหวัดไอจิ และพื้นที่ใกล้เคียงสนใจเข้าร่วมงานสัมมนาแล้วกว่า 650 คน

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า รองนายกฯ ยังจะเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ของบีโอไอกับจังหวัดมิเอะ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน โดยทั้ง 2 จังหวัดที่คณะรองนายกฯ จะเดินทางไปเยือนครั้งนี้มีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายของไทย อาทิ จังหวัดไอจิ มีชื่อเสียงมากในเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งนอกจากมีบริษัทใหญ่ระดับโลก เช่น บริษัทโตโยต้าแล้ว ยังมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์อีกจำนวนมาก

ขณะที่จังหวัดมิเอะ มีความร่วมมือกับประเทศไทยมาแล้วในหลายด้าน และกำลังพัฒนาความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนาบุคลากรของไทย ดังนั้นกิจกรรมและการให้ข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ จึงเป็นการเน้นย้ำความตั้งใจของรัฐบาลที่จะขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมหน่วยงานระดับท้องถิ่นรายจังหวัดของญี่ปุ่น