ปี’62 ททท. ลุยดึงแอลจีบีทีคิว เที่ยวไทย ชี้กระเป๋าหนัก ไม่มีภาระ ชอบเที่ยวเชิงสุขภาพ-กินหรู

นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การวางกลยุทธ์การตลาดประจำปี 2562 ของตลาดยุโรปและอเมริกา ททท. จะมุ่งส่งเสริมตลาดแอลจีบีทีคิว (บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ) เป็นหนึ่งในเซกเมนต์หลัก เพราะเติบโตต่อเนื่อง มีศักยภาพสูงทั้งในด้านการใช้จ่ายที่ เนื่องจากเป็นคู่ครอบครัวที่ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายดูแลบุตร ทำให้ไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการท่องเที่ยว ส่วนวันพักเฉลี่ยสำหรับกลุ่มผู้ชายอยู่ที่ 10-11 ทริป/ปี และผู้หญิง 9-10 ทริป/ปี รวมทั้งการเดินทางระยะใกล้และไกลแล้ว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวของไทยที่ตอบรับตลาดนี้และเห็นและวิธีการทำตลาดก็ไม่จำเป็นต้องพิเศษแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป แค่เพียงวางตำแหน่งของกลุ่มนี้เหมือนนักท่องเที่ยวธรรมดาทั่วไป ที่อาจจะมีโอกาสในการทำตลาดเพิ่มขึ้น อยากให้เข้าใจด้วยว่าการที่ ททท. กำหนดกลุ่มเป้าหมายนี้ไว้ ไม่ใช่เรื่องหวือหวาฮือฮาที่ต้องเป็นประเด็น แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเคารพความแตกต่างหลากหลาย หรือเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่ทำได้เหมือนประเทศอื่นๆ และเพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยที่เป็นจุดหมายหลักของโลก ไม่ได้จำกัดการต้อนรับเฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สำหรับตลาดที่มีศักยภาพสำหรับกลุ่มแอลจีบีทีคิว อาทิ สเปน เติบโตโดดเด่น ครองสัดส่วนราว 7-10% ของนักท่องเที่ยวสเปนที่เดินทางออกนอกประเทศ (เอาต์บาวด์) ทั้งหมด หรือ 1.5 ล้านคน และเติบโตกว่า 70% ในปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการใช้จ่ายต่อวันสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดสเปนทั่วไป 2 เท่า และคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% ทุกปี โดยการตัดสินใจเลือกบริการท่องเที่ยว จะต้องส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีได้ และกลุ่มสินค้าท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจ อาทิ เที่ยวเชิงสุขภาพ (เวลเนส), ความงาม และการรับประทานอาหารในร้านชั้นเลิศ (Fine Culinary)

ส่วนตลาดแอฟริกา ซึ่งเป็นกลุ่มดาวรุ่งที่มีอัตราเติบโตกว่า 10% มีเซกเมนต์แอลจีบีทีคิว ที่มีศักยภาพเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เดินทางมาไทยเป็นครั้งแรก สอดคล้องกับที่ไทยกำลังเสนอความเป็นจุดหมายโรแมนซ์เจาะตลาดคู่รัก กิจกรรมที่สามารถนำเสนอ เช่น การเที่ยวเชิงผจญภัย จุดหมายภาคใต้ที่สามารถขยายเพิ่มเติม เช่น เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตามปกติตลาดแอฟริกันจะมีการใช้จ่ายที่สูงอยู่แล้วคือ 7.2 หมื่นบาท/ทริป และระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 14 วัน


ที่ผ่านมาไทยได้การรับรู้อย่างมากในฐานะแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนทางทะเล จนบางครั้งเกิดความเข้าใจผิดว่าภูเก็ตเป็นเมืองหลวงของประเทศ ดังนั้น หากแนะนำแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ให้เข้าถึงตลาดนี้ได้ จะมีโอกาสเติบโตอีกมาก ทั้งนี้ คู่แข่งของไทยต่างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านทะเลทั้งสิ้น ได้แก่ บาหลี, มาเลเซีย และมอริเชียส

ขณะที่กลุ่มคู่รักและฮันนีมูนทั่วไปในโปรตุเกส เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงเช่นกัน โดยไทยมีข้อได้เปรียบในฐานะที่เป็นจุดหมายระยะไกลที่ได้รับความนิยมอันดับ 3 แต่หากเจาะลึกเฉพาะจุดหมายด้านฮันนีมูน ได้รับความสนใจอันดับ 1

อย่างไรก็ตาม ต้องปรับแนวทางทำตลาดปัจจุบัน หันมานำเสนอจุดหมายทางทะเลใหม่ๆ เช่น เกาะเสม็ด, เกาะช้าง, หัวหิน หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น กาญจนบุรี, เชียงใหม่ และเชียงราย เสริมเข้ามา เนื่องจากตลาดส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เคยเดินทางมาแล้ว (Repeater) จึงต้องการความแปลกใหม่กว่าเดิม