บอร์ดรฟม. ตีกลับรถไฟฟ้าสีส้ม “บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนฯ” ลั่นไม่คุ้มค่าลงทุน มอบสิทธิ์ทำพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เอกชนหมด แต่รัฐแบกรับเงินลงทุนอ่วม

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. มีมติเห็นชอบผลการศึกษาและผลการประชาพิจารณ์โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี โดยหลังจากนี้ รฟม. จะเสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร และการเดินรถไฟฟ้าสายสีส้มตลอดเส้นทาง ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี วงเงินรวม 1.3-1.4 แสนล้านบาท ที่จะใช้วิธีรัฐเอกชนร่วมลงทุน (PPP) นั้น บอร์ดขอให้รฟม.ไปทบทวนเรื่องภาระอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนของโครงการให้รอบคอบอีกครั้ง ส่วนกระแสข่าว การลักลอบนำดินที่ขุดจากการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธินไปถมในพื้นที่ของเอกชนนั้น ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมบอร์ด

รายงานจากคณะกรรมการบอร์ด รฟม. เปิดเผยว่า สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกและการบริหารเดินรถตลอดเส้นทางที่ รฟม.นำเสนอให้บอร์ดรฟม.นั้น บอร์ดมีความเห็นว่า เป็นโครงการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ (เฮฟวี่เรล) ที่วิ่งผ่ากลางเมืองแนวตะวันตกและออก คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสารมาก ซึ่งจะมีแนวโน้มผลตอบแทนรายได้ที่ดีมากและมีความเสี่ยงต่ำ

แต่รูปแบบการลงทุนที่รฟม. มีการนำเสนอให้บอร์ดพิจารณากลับทำให้เกิดความเสี่ยงต่อรัฐ เนื่องจากมีการเสนอมอบสิทธิ์ประโยชน์ในการการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายในสถานีรถไฟฟ้าให้กับเอกชนทั้งหมด โดยให้รัฐเป็นผู้รับภาระเงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งในส่วนของค่าเวนคืนที่ดิน และจัดหาวงเงินลงทุนด้านงานโยธา ซึ่งทำให้รัฐต้องรับภาระงบประมาณ ภาระดอกเบี้ยมากเกินไป ซึ่งบอร์ดบางคนแสดงความเห็นว่า ถ้าผลตอบแทนดี รฟม. ควรเป็นผู้ลงทุนเองด้วยซ้ำ ดังนั้นบอร์ด จึงขอให้ รฟม. กลับไปพิจารณาทบทวนรูปแบบการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะเงื่อนไขอัตราผลตอบแทนที่รัฐควรได้รับให้สอดคล้องเหมาะสมมากที่สุด และนำมาเสนอให้บอร์ดรฟม.พิจารณาอีกครั้ง

“รฟม. มีการนำเสนอรูปแบบการลงทุนสายสีส้ม โดยอิงโมเดลเดียวกับ โมโนเรลสายสีชมพู และเหลือง คือให้สิทธิ์เอกชนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งบอร์ดมองว่า รถไฟฟ้าเฮฟวี่เรลกับโมโนเรล มันต่างกัน เฮฟวี่เรลเป็นรถไฟฟ้าสายหลักคนขึ้นเยอะ ในขณะที่ โมโนเรลเป็นรถไฟฟ้าที่ฟีดเดอร์ ทำหน้าที่ส่งต่อคนโดยสารเท่านั้น คนใช้บริการไม่มาก ส่วนการลงทุน เฮฟวี่เรลก็ลงทุนเยอะกว่าโมโนเรลมาก หากจะให้รัฐแบกภาระลงทุนสีส้มทั้งค่าก่อสร้าง และค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย โดยเฉพาะสิทธิ์บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ บอร์ดเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่คุ้มค่า”

บทความก่อนหน้านี้จ่อยิงโหด 2 ผัวเมียร้านเฟอร์นิเจอร์ดับสยอง เผยเคยถูกลอบเผาร้านมาแล้ว
บทความถัดไปพบ 8ผู้ต้องหา ทุบ ‘กำไลไฮเทค’ทิ้ง-เบี้ยวนัดศาล! เผยสถิติศาลติดอีเอ็มมากสุด