ซีพีเอฟหนุนลดการใช้พลาสติก ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพัฒนาและบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้ใช้ทรัพยากรในการผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างคุ้มค่า ซึ่งคาดว่านโยบายนี้จะช่วยลดปริมาณของเสียที่กำจัดโดยการฝังกลบและเผาต่อหน่วยการผลิตลง 30% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558 ตามเป้าหมายความยั่งยืนปี 2563 ของบริษัท ซึ่งในปี 2560 บริษัทสามารถลดปริมาณของเสียได้แล้ว 9.08%

“ซีพีเอฟ มุ่งมั่นพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าและบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้พลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่เป็น Hot spot ตั้งแต่ กลุ่มโรงงานผลิตอาหารสัตว์บก กลุ่มฟาร์มสัตว์น้ำ รวมถึงโรงงานผลิตอาหารของบริษัท”นายสุขสันต์ กล่าว

นอกจากนี้ นโยบาย “บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน” ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งกำหนดให้ทุกกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินการในประเทศไทยต้องหันมาใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ทำจากวัสดุ “นำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ และย่อยสลายได้” ทั้งหมด ภายในปี 2568 ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนนโยบายขององค์กรด้านความยั่งยืนระดับโลกซึ่งซีพีเอฟเป็นสมาชิกอยู่ เช่น for Ocean Stewardship (SeaBOS) และ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติข้อ 12 การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน

นายสุขสันต์ กล่าวว่า ซีพีเอฟ ลดการใช้พลาสติกในกระบวนการผลิตด้วยการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมสีเขียวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดขยะพลาสติกในห่วงโซ่คุณค่าทุกสายธุรกิจ ทำให้ในปัจจุบันสามารถลดการใช้พลาสติกได้มากกว่า 10,000 ตันต่อปี เช่น ในปี 2556 โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกของซีพีเอฟ ใช้ Bulk feed tank ทดแทนการใช้ถุงพลาสติกบรรจุอาหารสัตว์ และในปี 2560 สามารถลดการใช้พลาสติกได้ 60% ของการใช้พลาสติกในกระบวนการผลิต หรือคิดเป็นพลาสติกมากกว่า 8,000 ตัน เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 17,000 ตันคาร์บอน นอกจากนั้นยังได้ขยายผลไปยังกิจการต่างประเทศได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์และรัสเซีย และในธุรกิจสัตว์น้ำได้นำ Q-pass tank มาใช้ที่ฟาร์มสัตว์น้ำเพื่อทดแทนการใช้ถุงพลาสติกบรรจุลูกกุ้ง ลดพลาสติกได้มากกว่า 1,600 ตัน เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 3,600 ตันคาร์บอน

ในส่วนโรงงานแปรรูปเนื้อไก่และอาหารแปรรูป บริษัทมีการพัฒนาการลำเลียงวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตและการขนส่งสินค้า ด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ลดปริมาณการใช้พลาสติกตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันได้มากกว่า 3,500 ตัน นอกจากนี้ถุงพลาสติกทั้งหมดที่บริษัทใช้ในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่และอาหารแปรรูปจะต้องไม่ก่อให้เกิดขยะฝังกลบ ภายในปี 2568

นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ของบริษัทกล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่นำพลาสติกชีวภาพย่อยสลาย (Poly Lactic Acid หรือ PLA) ซึ่งทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่นข้าวโพด และสามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกทั่วไป มาใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหารหมูสดและไก่สด

“บริษัทมุ่งสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารที่ตอบสนองความต้องการให้แก่ผู้บริโภคทั้งด้านการใช้งาน ด้านภาพลักษณ์ ตลอดจนถึงความปลอดภัยด้านอาหาร และการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้”นายสุขวัฒน์ กล่าว

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้ส่งเสริมบุคลากรให้มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ความคิดสร้างสรรค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง Innovation & Renovation รวมถึงตั้งเป้าให้ศูนย์ Research and Development Center ซึ่งเพิ่งเปิดตัวใหม่ เป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เทคโนโลยี การออกแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในทุกกลุ่มธุรกิจอาหาร และวิเคราะห์แก้ไขปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์ให้กับบริษัทในเครือ ทั้งในและต่างประเทศ (Technical Assistance)

บทความก่อนหน้านี้ด้วยบารมี‘หลวงพ่อคูณ’ลุ้นระทึกยกยอดฉัตรนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก เจอลมแรง
บทความถัดไปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานตะกร้าสิ่งของ ครอบครัว 4 อส. ถูกยิงดับในโรงเรียน