พาณิชย์เกาะติดจีนตอบโต้สหรัฐประกาศปรับแผนขึ้นภาษีสินค้านำเข้า 5-10%

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่จีนประกาศปรับแผนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ 5-10% รวม 5,078 รายการ มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งมีแผนขึ้นภาษีรถยนต์ 25% และชิ้นส่วนยานยนต์ 5% เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา ว่า การขึ้นภาษีของจีนครั้งนี้ มีเป้าหมายไปที่รายการสินค้าต่างๆ อาทิ ถั่วเหลือง ฝ้าย เนื้อหมูและวัว น้ำมันดิบ เครื่องจักรและอุปกรณ์ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (โทรศัพท์มือถือ และเซมิคอนดักเตอร์) อุปกรณ์การแพทย์ และเครื่องบินเล็ก เป็นต้น

ขณะที่มีสินค้าใหม่ประมาณ 2,000 รายการ และพบว่าสินค้าไทยมีศักยภาพในการเป็นแหล่งส่งออกทดแทนในหลายรายการ อาทิ ปลาแช่แข็งและแปรรูป ผลิตภัณฑ์นมและครีม เครื่องจักรสาน เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรและส่วนประกอบ อุปกรณ์ไฟฟ้า ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของยานยนต์

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐ จะใช้มาตรการใดต่อไป ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้รูปแบบทางการค้าและการลงทุนเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คิด ไทยควรใช้โอกาสที่สหรัฐ ส่งสัญญาณชัดเจนให้บริษัทพิจารณาแหล่งผลิตอื่นๆ กระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและดึงดูดการลงทุนจากสหรัฐ รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากข้อพิพาททางการค้า ในส่วนของการส่งออก แม้ว่าการส่งออกจะชะลอตัวบ้างและจำเป็นจะต้องติดตามสถานกาณณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังเห็นโอกาสในหลายจุด เช่น การส่งออกไปยังสหรัฐ เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ยังคงขยายตัวถึง 16.3% (YOY) แสดงให้เห็นว่าไทยยังมีสินค้าหลายรายการที่แข่งขันได้ เราต้องใช้จุดแข็งแสวงหาโอกาสในการส่งออกเพิ่มขึ้น

การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับภาคเอกชนเตรียมมาตรการกระตุ้นการส่งออก การค้าชายแดน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นโอกาสที่เราจะนำสินค้าไทยแทรกเข้าไปในหลายๆ ตลาด เพื่อกระจายความเสี่ยงตลาดส่งออก ลดการพึ่งพาตลาดเดิม ตลอดจนการลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจของภาคเอกชน

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งทีมวอร์รูม (War Room) ติดตามสถานการณ์สงครามการค้าอย่างใกล้ชิดและเสนอแนวทางรับมืออย่างทันท่วงที และเฝ้าระวังการนำเข้าในกลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ฯ อะลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่นๆ เครื่องจักรไฟฟ้าฯ ทองแดง และเคมีภัณฑ์ เพื่อป้องกันการสินค้าไหลเข้ามาไทยเป็นจำนวนมากจากมาตรการภาษีระหว่างสหรัฐ และจีนที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศและผู้บริโภค รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ไทยเป็นแหล่งสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้าอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้รูนีย์ โดนแฉ! ออกย่ำราตรีที่แวนคูเวอร์ – หิ้วสาวขึ้นโรงแรม
บทความถัดไปEVOS แรงไม่ตก เชือด BZ สุดมันส์ – บุรีรัมย์ ถล่ม ปลากัด – สรุปตารางคะแนน