บี.กริม เปิด 2 โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่เวียดนามผงาดเป็นผู้นำระดับภูมิภาคดันรายได้ปี’62 พุ่ง 20%

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน กลุ่มบริษัทบี.กริม เปิดเผยว่า กลุ่ม บี.กริม ร่วมบุกเบิกด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคมากกว่า 141 ปี โดย บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ เป็นบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยมากว่า 20 ปี รวมไปถึงการขยายธุรกิจไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2562 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ได้เปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโครงการ DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 (DT1& DT2) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 420 เมกะวัตต์ อย่างเป็นทางการ ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

สำหรับเวียดนามนั้นถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพการลงทุนสูง ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยจีดีพีขยายตัวกว่า 6-7% ต่อปี และมีการสนับสนุนด้านพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง การเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 ที่เวียดนามซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนนั้น ถือเป็นก้าวสำคัญของการเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่การขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินโครงการ DAU TIENG 1 และ DAU TIENG 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 420 เมกะวัตต์ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) จำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ Electricity of Vietnam (EVN) แล้วเมื่อวันที่ 3 และ 13 มิ.ย. 2562 ตามลำดับ ด้วยสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงเป็นระยะเวลา 20 ปี

นอกเหนือจากนี้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2562 บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์ ทำให้ บี.กริม เพาเวอร์ มีกำลังการผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมกว่า 677 เมกะวัตต์ สร้างรายได้ให้บริษัทแล้ว 181 ล้านบาท ในเดือนมิ.ย. แม้จะเพิ่งเปิดดำเนินการในระหว่างเดือน ซึ่งส่งผลให้กำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการแล้วของ บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ ณ ปัจจุบัน เติบโตกว่า 40% จากช่วงต้นปี โดยมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนเพิ่มเป็น 30% จากเดิม 8%

พร้อมกันนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ขนาดกำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ ในประเทศไทย ซึ่งจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงเดือนธ.ค.นี้ โดยจะส่งผลให้ ณ สิ้นปีนี้จะมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์รวมทั้งสิ้น 46 โครงการ โดยเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 17 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 24 โครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 3 โครงการ โครงการขยะอุตสาหกรรม 1 โครงการ และ โรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 โครงการ มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 2,896 เมกะวัตต์ และส่งผลให้รายได้ปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย 15-20%

นอกจากนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาขยายการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าในอีกหลายประเทศทั้งใน เวียดนาม เกาหลีใต้ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา รวมถึงระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนไปสู่เป้าหมายการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565

บทความก่อนหน้านี้อดีต ส.ส.ปชป. ปูด กทม. ส่อทุจริต เวนคืนที่ทำถนน ‘แจ้งวัฒนะ-สรงประภา’ สูงกว่าราคาประเมิน
บทความถัดไปประลองหมากล้อม ! เปิดฉากค้นหาแชมป์หมากล้อม โค้ก โกะ แชมป์ปี้ยนชิพ 2019