พาณิชย์ร่วมงาน Expo จีน ขนผู้ประกอบการแสดงสินค้า พร้อมนำสินค้าเอสเอ็มอีขึ้นห้างออนไลน์ใหญ่

พาณิชย์ร่วมงาน Expo จีน

พาณิชย์ร่วมงาน Expo จีน นำผู้ประกอบการจัดแสดงสินค้า พร้อมนำสินค้าเอสเอ็มอีขึ้นห้างออนไลน์ใหญ่ คาดการณ์ยอดสั่งซื้อรวมกัน 4,200 ล้านบาท

พาณิชย์ร่วมงาน Expo จีน – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ เยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในระหว่างวันที่ 5-6 พ.ย. 2562 เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดงาน CIIE 2019 หรือ China International Import Expo 2019 ตามคำเชิญของทางการประเทศจีน โดยกำหนดการนายจุรินทร์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนประเทศไทยในนามคณะผู้แทนนานาชาติร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด CIIE 2019 โดยมีประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง เป็นประธานในพิธี

โดยนายจุรินทร์ เปิดเผยว่า งานนี้เพื่อส่งเสริมการนําเข้าสินค้าตาม นโยบายเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของจีน ผลการจัดงานปีแรกงานนี้ของประเทศจีนนั้นมีการจัดแสดงสินค้า 3,617 ราย บนพื้นที่จัดงาน 2.7 แสนตารางเมตร ผู้เข้าชมงานกว่า 8 แสนคน ยอดขาย 5,783 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.73 แสนล้านบาท ในส่วนของผลการเข้าร่วมงานนี้ในปีที่ผ่านมาของไทยเรามีการออกบูธ Exhibitor 63 ราย ยอดการซื้อขาย 64 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,921 ล้านบาท และปีนี้ในฐานะรมว.พาณิชย์ ได้ให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประสานงานร่วมจัดแสดงสินค้าเช่นกัน

กำหนดการจากนั้นจะเข้าเยี่ยมชมซูเปอร์มาเก็ตเหอหม่า Hema Fresh ที่เป็นซูเปอร์มาเก็ตซึ่งได้รับเงินลงทุนจากอาลีบาบาเพื่อทดลองการเข้าสู่ตลาดค้าปลีก จุดเด่นของเหอหม่าคือ การให้บริการทั้งรูปแบบ Offline และ Online เน้นจําหน่ายสินค้าอาหารสด ซึ่งสินค้าสดคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของสินค้าทั้งหมด การจัดส่งสินค้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ระบบบริหารจัดการทั้งหมดเป็นระบบดิจิทัล สินค้ากว่า 20,000 ชนิด จากกว่า 2,000 แบรนด์ มีระบบ Traceability สืบค้นหาสินค้าได้ละเอียด

ประเด็นการเข้าเยี่ยมชมก็เพื่อการผลักดันให้สินค้าไทยเข้าไปวางจําหน่ายในห้างฯให้มากขึ้นโดยเชิญฝ่ายจัดซื้อมาร่วมงานแสดงสินค้าในไทยของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (THAIFEX STYLE) หรืองานจับคู่เจรจาการค้า จัดกิจกรรมส่งเสริมการจําหน่ายสินค้าไทยทั้ง Offline และ Online ศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นตัวขับเคลื่อน ในการจัดวางกลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีก อาทิ การเลือกสถานที่ในการจัดตั้ง ร้านค้าปลีก ออฟไลน์ของ Hema กับจํานวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์การ จัดการคลังสินค้าเพื่อลดต้นทุนและรักษาความสดใหม่ของคุณภาพ สินค้า เป็นต้น ซึ่งจะเป็นโอกาสอย่างมากของสินค้าไทย

ด้านนายสมเด็จ สุสมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 46 รายเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า ได้แก่ สินค้าไลฟ์สไตล์ 7 ราย อัญมณีและเครื่องประดับ 15 ราย สินค้าอาหารและสินค้าเกษตร 17 ราย ธุรกิจบริการ 1 ราย อุปกรณ์การแพทย์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ 5 ราย การท่องเที่ยว 1 ราย โดยคาดว่า จะมีมูลค่าการสั่งซื้อกว่า 1,500 ล้านบาท และมั่นใจว่าสินค้าเหล่านี้ จะเจาะเข้าสู่ตลาดจีนได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ กรมฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และนวัตกรรม รวมถึงการประชาสัมพันธ์ศักยภาพและความเชื่อมโยงกับจีนในมิติต่างๆ ในพื้นที่ Thailand Pavilion ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้จัดโซนสินค้าไทยเกรดพรีเมียม ที่ได้รับเครื่องหมาย Thailand Trust Mark และสินค้าเกษตรนวัตกรรม (API) ของกรมการค้าต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีกำหนดนัดพบหารือผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกในนครเซี่ยงไฮ้ ได้แก่ ตลาดค้าส่งผลไม้หลงอู่ – เพื่อกระตุ้นการส่งออกผลไม้สดจากไทยไปสู่ตลาดจีนตอนกลางมากขึ้น และซูเปอร์มาเก็ตเหอม่า เฟรช – เพื่อผลักดันสินค้าผลไม้แปรรูปและอาหารทะเล ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการถูกตัด GSP ในตลาดสหรัฐ โดยทั้งสองตลาดคาดว่าจะมีการสั่งซื้อสินค้าคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมกันนี้ จะเชิญผู้แทนจากทั้งสองตลาดเข้าร่วมงาน Thaifex – Anuga Asia 2020 ในเดือนพ.ย. 2563 สำหรับกิจกรรมพิเศษ กรมฯ จะเปิดตัว TOPTHAI Flagship Store เพื่อปักธงนำสินค้าแบรนด์ไทยในกลุ่มสินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย) ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม เครื่องสำอาง และอาหาร ขึ้นไปขายบนแพลตฟอร์ม Tmall Global ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบ B2C ที่มียอดขายอันดับ 1 ในจีน ที่เน้นจำหน่ายเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพสูงและเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศต่อไป คาดว่า จะมียอดจำหน่ายสินค้าไทยคิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

ทั้งนี้ ตลาดเซี่ยงไฮ้ถือเป็นตลาดใหญ่ ที่นำเข้าสินค้าจากไทยเป็นอันดับ 2 ของจีน รองจากเมืองเซินเจิ้น ปัจจุบันประชากรในนครเซี่ยงไฮ้มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวมากกว่ามลฑลอื่นของจีนกว่า 2 เท่าตัว ประกอบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีนมีนโยบายเปิดรับการค้าการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น จึงทำให้เซี่ยงไฮ้เป็นตลาดสำคัญที่ผู้ประกอบการทั่วโลกยังคงให้ความสำคัญตลอดมา

บทความก่อนหน้านี้เล่านาทีโดนล็อก จับกระทงลิขสิทธิ์ ลั่นไม่เอาเงินค่าปรับคืน ชี้อาจเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์!
บทความถัดไป“ประธานศาลฎีกา” ยอมรับ จากงานวิจัยฯ “คนจน มักติดคุกจริง”