‘สุริยะ’ ตั้งกรรมการยานยนต์ไฟฟ้า เสนอ ‘สมคิด’ 3 เดือน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานรับข้อเสนอของเครือข่ายพัฒนาศักยภาพไทย ว่า ทางเครือข่ายขอให้เร่งรัดปรับนโยบาย/มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และพิจารณาจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบแบบบูรณาการโดยตรง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ของยานยนต์ไฟฟ้า จะเร่งจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ พร้อมกับหาหน่วยงานดูแล ภายใน 3 เดือนหลังจากนี้ ซึ่งจะนำเสนอต่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ก่อนที่จะนำเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป

“ผมรับเรื่องที่เสนอมาและจะไปเร่งกำหนดนโยบายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเชิญผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายมาร่วมด้วยเพื่อพิจารณานโยบายที่ชัดเจน ทั้งนี้ ผมเชื่อว่าถ้ามีการทำอย่างจริงจัง จะช่วยให้เกิดการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างแน่นอน”นายสุริยะ กล่าว

นายสมชาย สาโรวาม ประธานเครือข่ายพัฒนาศักยภาพไทย กล่าวว่า การดำเนินงานของรัฐบาลต้องมีการพิจารณาเร่งรัดและปรับนโยบาย แผนงาน และมาตรการต่างๆ ของการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นเชิงรุก ปรับเวลาในแผนส่งเสริมให้เร็วขึ้น ในทุกประทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี รวมถึงการจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบแบบบูรณาการโดยตรง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์แผนงาน เป็นศูนย์กลางในการประสานงานและดำเนินงานด้านนี้ให้ไปในทิศทางเดียวกัน รองรับด้านต่างๆ อย่างครบวงจร รวมถึงจัดทำโรดแม็ปควบคุม กำกับดูแล และประสานงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

“สืบเนื่องจากการใช้พลังงานน้ำมันและก๊าซจากฟอสซิล จะทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง มีความไม่มั่นคง อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม มลภาวะเป็นพิษ โลกร้อน ตลอดจนปัญหาสุขภาพของประชาชนที่เกิดขึ้นและนับวันจะรุนแรง เครือข่ายเลยต้องการให้กระทรวงอุตสาหกรรมที่เป็นแม่งานดำเนินเรื่องดังกล่าว ต้องเร่งรัดในการสนับสนุนและส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว”นายสมชาย กล่าว

นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับเครือข่ายพัฒนาศักยภาพไทย เนื่องจากทุกฝ่ายทีเกี่ยวข้องอยากเห็นประเทศไทยเกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าหรือรถอีวี ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นรัฐบาลมีการกำหนดการการสนับสนุนที่กว้างเกินไป โดยการรวมรถยนต์ปลั๊กอิน และไฮบริดเข้ามาด้วย จึงไม่สนับสนุนและส่งเสริมการเกิดรถอีวีอย่างแท้จริง ซึ่งหลังจากนี้หวังว่าจะเกิดความชัดเจนมากขึ้นเนื่องจากจะส่งผลให้เกิดความต้องการในตลาดของประเทศไทย

“รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจน รวมถึงการแนวทางการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้วย ที่จะทำให้เกิดแรงจูงใจการลงทุนมากขึ้น และก่อนหน้าที่มีข่าวว่าบริษัท เบนซ์นั้นถอนการลงทุนรถอีวีไป จริงๆ แล้วยังไม่ได้ถอน และยังมีแผนการลงทุนอยู่แต่ยังไม่เริ่มดำเนินการ เนื่องจากยังอยากเห็นความชัดเจนของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมอีวีอยู่ นอกจากนี้ก็มีอีกหลายบริษัทที่อยากจะนำเข้ารถอีวีที่ผลิตต่างประเทศ และนำเข้ามาทั้งคัน (ซีบียู) ด้วย แต่ก็ยังติดเงื่อนไขของบีโอไอ”นายอดิศักดิ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้กฟผ. ชงปรับสูตรคำนวณราคาก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสมใหม่ รองรับการนำแอลเอ็นจี
บทความถัดไปอัยการนัดฟังคำสั่งคดี คสช. ฟ้องพิชัย 3 ธ.ค. ข้อหาโพสต์ นิตยสาร Time ปกบิ๊กตู่