แจงบัตรสวัสดิการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันได้ทุกชนิด ทั้งอาหารสด ผักผลไม้ ยา โอท็อป

นายวิเชียร ชวลิต ที่ปรึกษารมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะทำงานกำกับดูแลและประชาสัมพันธ์โครงการธงฟ้าประชารัฐที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม ว่า การซื้อสินค้าของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพได้ทุกชนิดของผู้ประกอบการทุกรายที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เช่น อาหารสด ผักผลไม้ เครื่องปรุงรส อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน ยาสามัญประจำบ้าน รวมทั้งสินค้าชุมชน โอท็อป รวมทั้งสินค้าเพื่อการศึกษา เช่น เครื่องแบบนักเรียน เครื่องเขียน สมุด หนังสือ เป็นต้น และสินค้าวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม

ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือสินค้าฟุ่มเฟือย

นอกจากนี้ ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐจะมีสินค้าในโครงการธงฟ้าประชารัฐที่จำหน่ายในราคาถูกกว่าราคาตลาด 10-20% เพื่อเป็นสินค้าทางเลือก ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้วงเงินตามสิทธิที่มีอยู่ซื้อสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น โดยได้เปิดรับสมัครให้ผู้ผลิตสินค้าทุกรายทั้งรายใหญ่ SMEs ผู้ผลิตสินค้าชุมชน สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐ โดยไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทใหญ่แต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตสินค้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 24 ราย 40 สินค้า 318 รายการ และมีผู้ผลิตสินค้าที่ติดต่อสมัครเข้าร่วมเพิ่มอีกจำนวนมาก


คณะทำงานฯ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ประสานกับกรมบัญชีกลางและธนาคารกรุงไทย เพื่อเร่งรัดให้มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งอุปกรณ์รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องอีดีซี เพิ่มมากขึ้นและครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างน้อยตำบลละ 1 แห่ง สำหรับในบางพื้นที่ที่ห่างไกล ประชาชนผู้ถือบัตรอาจไม่สะดวกในการเดินทาง กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติเตรียมจัดรถธงฟ้าประชารัฐเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เพื่อเข้าไปให้ผู้บริการแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สำหรับในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งจะเริ่มใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 2560 เตรียมร้านค้าธงฟ้าประชารัฐให้ครอบคลุมพื้นที่ที่สำคัญและเป็นแหล่งชุมชนเพื่อรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่กรมการค้าภายใน โทร. 0-2507-5663-4 หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานคลังจังหวัด และประชาสัมพันธ์จังหวัด