ไอคอนสยาม 54,000 ล้าน เปิดแน่ต.ค.นี้ ล่าสุดอวด “เมืองสุขสยาม” ชูวิถีไทย 1 ใน 7 แม่เหล็กสำคัญ

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารโครงการไอคอนสยาม กล่าวว่า ความคืบหน้าของโครงการไอคอนสยาม ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์ที่ตั้งอยู่บนที่ดิน 55 ไร่ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีมูลค่า 54,000 ล้านบาท ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 85% แล้ว และพร้อมจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนต.ค.นี้ โดยล่าสุดเปิดตัว 1 ใน 7 แม่เหล็กสำคัญของโครงการ ได้แก่ เมืองสุขสยาม บนพื้นที่ 15,000 ตร.ม. หรือประมาณ 10 ไร่ ซึ่งจะทำให้เป็นเมืองมหัศจรรย์รูปแบบใหม่ มูลค่า 700 ล้านบาท

เมืองสุขสยาม เกิดจากแนวคิดที่เรียกว่า ‘Co-Creation’ หรือการร่วมกันรังสรรค์ คือผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ ศิลปิน วิสาหกิจท้องถิ่น ชุมชนวิถีไทย และผู้ประกอบการรายย่อยระดับท้องถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วไทย ซึ่งจะนำผลิตภัณฑ์และผลงานภูมิปัญญาไทย จาก 4 ภูมิภาคหลักของประเทศ และไม่ว่าจะเป็น อาหาร งานศิลปะ หัตถกรรมงานฝีมือ เวชศาสตร์ การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่น จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยไว้ในพื้นที่เดียวกัน และจะประกอบไปด้วยร้านค้าและบริการหลากหลายมากกว่า 3,000 ผู้ประกอบการรายย่อย โดยจะให้พื้นที่กับชุมชนมีทั้งไม่คิดค่าบริการ และราคาค่าเช่าพื้นที่ในอัตราที่ถูกว่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้า

“ตั้งเป้าจะให้เมืองสุขสภาพ เป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์มหัศจรรย์วิถีไทย และเป็น 1 ใน 7 แม่เหล็กสำคัญของโครงการ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาที่โครงการไอคอนสยาม ปีละ 21.9 ล้านคน ขณะนี้ไอคอนสยามกำลังเตรียมความพร้อมที่จะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 หรือประมาณหลังกลางเดือนต.ค.นี้ ที่จะเปิดได้เกือบทั้งหมดของโครงการ โดยตอนนี้พื้นที่เช่าได้ถูกส่งมอบให้กับบรรดาผู้เช่าเริ่มเข้ามาทำการตกแต่งแล้ว”

นายชยะพงส์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการสุขสยาม กล่าวว่า โครงการสุขสยามช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถนำเสนอสินค้าได้ตลอด 365 วัน อีกทั้งจะช่วยด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรและชาวบ้าน รวมถึงการสนับสนุนในการเรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง สู่ต่างประเทศ การตลาดในรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร (Omni Channel) อันเป็นการดำเนินธุรกิจในกลไกของระบบนิเวศทางการค้าที่มีการบริหารจัดการสินค้าอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ในการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น

บทความก่อนหน้านี้เสียโฉมแต่ใจสู้ สาวอัฟกันถูกสามียิงแสกหน้า เริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศที่อ้าแขนรับ
บทความถัดไปเปิดความหมายที่ดิน “ราชพัสดุ” ชี้ชัดปม “บ้านเชิงดอยฯ