มิสอินเตอร์เนชันแนล ควีน 2022 ควงรองอันดับ 2 ขอบคุณข่าวสด เปิดใจหลังคว้ามงกุฎ ชมไทยยอมรับและสร้างความเท่าเทียมให้ LGBTQ+

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

สาวงามฟิลิปปินส์มักจะเป็นตัวเต็งบนเวทีการประกวดต่างๆ อยู่เสมอ และสามารถครองตำแหน่งแชมป์บนเวทีระดับโลกมากมาย ขณะที่สาวทรานส์ของฟิลิปปินส์ก็ยังโดดเด่นไม่แพ้กัน

ล่าสุดปีนี้ ฟูเชีย แอนน์ ราเวนา สาวงามข้ามเพศชาวฟิลิปปินส์ วัย 27 ปี คว้ามงกุฎ มิสอินเตอร์เนชันแนล ควีน 2022 ไปครอง ส่วนรองอันดับหนึ่งได้แก่ จัสมิน จิเมเนซ จากโคลัมเบีย และรองอันดับสอง เอลา ชาเนล จากฝรั่งเศส ในการประกวดที่พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา

วันที่ 29 มิ.ย. ที่อาคารข่าวสด ฟูเชีย แอนน์ ราเวนา พร้อมด้วยเอลา ชาเนล เข้าเยี่ยมขอบคุณกองบรรณาธิการข่าวสดในการนำเสนอข่าวการประกวด พร้อมเปิดใจให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง

ฟูเชีย แอนน์ ราเวนา เผยว่า ตนเห็นว่าหากได้ตำแหน่งเสียงเราจะดังขึ้น สามารถเรียกร้องได้มากขึ้น สถานการณ์ที่ฟิลิปปินส์ต่างจากฝรั่งเศส โชคดีมากที่คนในประเทศยอมรับ เปิดกว้างในเรื่องนี้มากๆ เราเป็นคนโชคดีที่ไม่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องการไม่ยอมรับ การถูกกีดกัน

“อยากส่งข้อความออกไปถึงคนทั่วโลกถึงความรัก การรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อความสงบสุขและสันติภาพของโลก ทำไมจะต้องมีการบอกว่าผู้หญิงหรือผู้ชายสามารถทำอะไรได้ ความจริงแล้วทุกเพศทำสิ่งต่างๆ ได้ เราชาว LGBTQ+ สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้เช่นกัน ไม่ควรแบ่งแยกใดๆ”

“ฉันมองว่ากลุ่ม LGBTQ+ เมืองไทยได้รับการยอมรับที่ดีมาก เนื่องจากที่นี่มีเวทีการประกวดต่างๆ เป็นพื้นที่ของเรา ทำให้สร้างความเท่าเทียมได้มาก ฉันชอบอาหาร วัฒนธรรม และสิ่งต่างๆ ในประเทศไทยมากๆ ไทยทรานส์สวยมากๆ ความรู้เรื่องฮอร์โมนต่างๆ ก็ได้รับมาจากไทย เราเชื่อถือประเทศไทยในเรื่องนี้มากๆ ฝากถึงพี่น้องชาวทรานส์ให้เป็นตัวเอง และแพร่กระจายความรักนั้นไปสู่ทุกคน” มิสอินเตอร์เนชันแนล ควีน 2022 กล่าว

ด้านเอลา ชาเนล กล่าวว่า คนมักจะคิดว่าฝรั่งเศสเป็นประเทศที่เปิด แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ เมื่อได้ตำแหน่งคนจะสนใจเรามากขึ้น รวมถึงคนที่เป็น LGBTQ+ ด้วย เราจะสามารถเรียกร้องสิ่งต่างๆ ที่มีน้ำหนักมากขึ้น ที่ฝรั่งเศสแม้เราจะมีกฎหมายรองรับ แต่ในประเทศของฉันไม่เปิดกว้างและยอมรับกลุ่ม LGBTQ+ มากนัก

“แม้คนรุ่นใหม่ๆ ในฝรั่งเศสจะยอมรับพวกเรา แต่ก็ยังมีส่วนที่อนุรักษ์นิยมมากๆ และแม้จะมีกฎหมายรองรับให้ทำสิ่งต่างๆ แต่พวกเรายังต้องเผชิญการถูกเหยียด กีดกัน ฉันจบปริญญาโท 2 ใบ แต่ยังไม่สามารถทำงานที่เหมาะสมได้”

เอลา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาฉันทำงานรณรงค์กับภาครัฐในการเรียกร้องเรื่องความเท่าเทียมต่างๆ ซึ่งดีขึ้น เมื่อเรามาประกวดแล้วได้ตำแหน่ง เราจะมีตัวตนมากขึ้น หากกลับไปทำงานรณรงค์เหมือนเดิมเสียงเราจะดังขึ้น ที่บ้านฉันแม้จะมีกฎหมายรองรับ แต่ในความเป็นจริงยังมีการไม่ยอมรับอยู่

“ในประเทศไทยฉันได้รับการยอมรับที่ดี มีความสุข ต่างจากที่บ้าน ฉันชอบอาหารเผ็ดๆ ของไทย เมื่อมาอยู่เมืองไทยก็แค่เป็นตัวเอง ไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกมากมาย สามารถเป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดได้เลย”

“ฉันเติบโตมาโดยมีคนกรอกหูอยู่ตลอดว่ายังไม่พอ ยังไม่ดี เราก้าวผ่านสิ่งนั้นมาได้ และไม่ต้องบอกตัวเองว่าเราคือความผิดพลาดของพระเจ้า เราทั้งหมดคือผู้อยู่รอด คือนักรบที่ก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมาได้ อยากบอกทุกคนว่าไม่ต้องไปฟังเสียงเหล่านั้น ทุกอย่างอยู่ในตัวคุณเองที่จะก้าวผ่านสิ่งต่างๆ ไปให้ได้” เอลา ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน