แหม่ม ไม่สปอยล์ลูก กลัวเหลิง คนชมหล่อ ย้ำ น้องแมค โฟกัสเรียน-เบรกเข้าวงการ รู้หน้าที่ เพราะหล่ออย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความรู้ โอบอ้อมอารี

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ทำเอานักแสดงสาว แหม่ม คัทลียา แมคอินทอช น้ำหนักลดไป 6 กิโลกรัม หลังสูญเสียคุณแม่กะทันหัน บวกกับอาการลองโควิด-19 แสนหนักหน่วง ต้องฮึบสู้ แต่ดีที่สามีคอยอยู่เคียงข้าง

ล่าสุด แหม่ม คัทลียา เดินทางไปร่วมงานบวงสรวงละคร สาปซ่อนรัก ที่ ช่อง 3 หนองแขม ภายหลังจบงานได้ให้สัมภาษณ์ถึงสภาพร่างกายและจิตใจ หลังสูญเสียคุณแม่ พร้อมอัพเดตเรื่องลูกชาย จะผลักดันเข้าวงการหรือไม่! เมื่อชาวเน็ตชมไม่ขาดปากว่าหล่อมาก

งานคุณแม่เรียบร้อยแล้ว? “เรียบร้อยแล้วค่ะ บ้านเราขี้เกรงใจ เราไม่แจ้งอะไร ด้วยช่วงโควิด-19 ทุกคนต้องทำงานเลยไม่ได้ลงไอจี แล้วสภาพจิตใจมันก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้วด้วย แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ด้วยค่ะ”

ในครอบครัวได้คุยกัน? “ไม่มีคำพูดอ่ะ หันหน้ามองพี่วิลลี่ก็พยายามจะเอ็นเตอร์เทนกันไป แบบเราต้องคิดว่าแม่ไปสบาย คุณแม่มีความสุข คุณแม่มีบุญมาก เจอเพื่อนๆ ก็บอกถ้าเลือกได้ก็อยากไปเหมือนคุณแม่ เพราะแม่เขาไปสบายจริงๆ ก็คนมีบุญอ่ะ แล้วเขาก็มีความสุขมากจากล่าสุดที่ไปรวมญาติกันที่อังกฤษ ทุกคนมาหมด แล้วชีก็เอาเงินไปแจกหลานๆ แบบสุขขั้นพีคแล้วก็ไป แม่ก็แฮปปี้แต่เราช็อกไง เพราะว่ากะทันหัน

วิลลี่เล่าว่าร้องไห้อยู่ 2 วันแล้วก็พยายามไม่เศร้า เพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วง? “ใช่ เราสองคนพี่น้องก็สนิทกับคุณแม่ที่สุด ก็รักแม่ที่สุดนะ ร้องจนไม่รู้จะร้องยังไง ทุกวันนี้ก็ยังร้องอยู่นะคะ พอเราอยู่เงียบๆ คนเดียว แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ผู้ใหญ่หลายๆ ท่านก็บอกว่าอย่าร้อง หรือถ้าอยากร้องก็ร้องให้เสร็จ แล้วก็ต้องคิดว่าแม่ไปสบาย เพราะถ้าเกิดเรายังร้องยังโหยหาเรียกแม่ เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง ใช่มั้ย

เหมือนเราไปส่งใครที่สนามบินอ่ะ เราก็จะบอกว่าไปเที่ยวให้สนุกนะ ส่งรูปมาให้ดูด้วย หรือจะบอกว่าเธออย่าไปเลย อย่าทิ้งฉันไป ก็คิดแล้วคนไปเขาจะรู้สึกยังไง แต่มันช็อกไง เพราะว่าแม่ไม่ได้ป่วย ไม่ได้มีอาการอะไรเลย แล้วก็กำลังจะขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย เขาก็ยังนัดกับเพื่อนๆ เขา ว่าจะไปเขาใหญ่ เพราะโควิด-19 ก็เริ่มซา เอาเวลาของคนแก่ไป 3 ปีแล้ว แล้วแม่เราชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว”

เอาอัฐิไปลอยอังคารหรือยัง? “ไม่ค่ะ ก็เอาไปฝังค่ะ ฮวงซุ้ยก็เป็นพิธีจีน ไปฝังที่ปากช่องค่ะ เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผอมลง? “ใช่ค่ะ ถ้ารวมที่เป็นโควิด-19 เป็นลองโควิด-19 ก็ลงไป 2 กก. พอมีเรื่องคุณแม่อีกก็ลงไปอีก 4 กก. เป็น 6 กก. ค่ะ เอาจริงๆ ไม่ได้สนใจตัวเองว่าหุ่นบางยังไงนะ รู้แต่ว่าทานไม่ได้ ตรอมใจ เข้าใจเลยคำว่าเสียหลัก มันทานไม่ลงเป็นยังไง มีคนทักเราเยอะ แล้วทุกคนก็บอกเราว่าก็ไม่ต้องกลับไปอ้วนแล้วนะ(หัวเราะ) ให้อยู่อย่างนี้ สตาฟไว้

แต่จริงๆ ก็ต้องให้เครดิตสามีนะ เพราะช่วงที่คุณแม่เสียก็อยู่ที่โน่นกันหมด ทุกคนกำลังจะแยกกลับ แต่เราจะอยู่ต่อ ก็ทำธุระเรื่องโรงเรียนลูก แล้วเขาก็อยู่กับเรา พาไปเดิน พาไปออกกำลังกาย คลายเครียดแบบเดินป่า จะได้เหนื่อย จะได้หิวและอยากทาน เขาก็ทำกับข้าวให้ทานทุกมื้อ เราก็เหมือนคนจะตายอ่ะ มันไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่อยากทำอะไรเลย แล้วเขาก็ดูแลอย่างดี เราทิ้งตัวใส่เขาเลย เขาก็บอกจะให้ช่วยอะไรมั้ย”

ตอนนี้โอเคกับรูปร่างตัวเองหรืออยากให้น้ำหนักขึ้นไปกว่านี้? “ไม่ขึ้นก็ได้ ก็โอเคแต่คิดว่ามันไม่ใช่ผอมแข็งแรง มันผอมแบบซูบ ก็คงต้องออกกำลังกาย แต่ก่อนหน้านี้จะออกก็มีอาการลองโควิด-19 อีก ก่อนหน้านี้ฉันเดินเขาได้ ไม่เคยเหนื่อย แต่ตอนนี้เดินแค่นี้เหนื่อย ปีนี้เป็นปีที่หฤโหดกับเรามาก แต่เดี๋ยวจะพยายามฟิต พอเราเห็นว่าแม่ไม่อยู่

แหม่มกับพี่วิลลี่ก็พังมาก เรารู้สึกว่ามันไม่โอเคละ เราจะต้องแข็งแรง เพื่อให้เราได้อยู่กับลูกได้นานที่สุด พี่วิลลี่ไม่แน่ใจว่าผอมลงหรือเปล่า แต่เขาก็ต้องรีบกลับมา งานเขาเยอะมาก แล้วทุกคนก็ต้องทำงาน ทุกกองก็ต้องออก ไม่ใช่ว่าต้องหยุดเพราะเราหมด แล้วเขาก็ต้องสนุกสนาน เอ็นเตอร์เทน หัวเราะ ก็น่าสงสาร เขาก็เศร้า เพราะเขาสนิทกับแม่มาก แต่เวลาก็คงจะช่วย”

เรื่องลูกชายยิ่งโตยิ่งหล่อ? “ได้แม่เนาะ ขอบคุณค่ะ นี่ว่าเด็กสมัยนี้หน้าตาดีหมดแหละ ทุกบ้านแหละ”

คิดว่าลูกเราหล่อไหม?ลูกเราหล่อมั้ย ก็พอใช้ได้ อย่าไปชมเยอะ เดี๋ยวนางเหลิง ด้วยความที่เด็กกำลังโต ใจเขาอาจจะยังไม่แข็งแรง อาจจะยังไม่ได้เจออะไรมากมาย สมมติว่าถ้าได้รับอะไรมากมายเกินไป นางอาจจะยังควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องพยายาม เหมือนกับที่คุณแม่เลี้ยงเรามา เขาก็จะไม่เคยชมเราเลย ซึ่งถ้าเกิดชมมากๆ อาจจะกร่าง อาจจะแอ๊กก็ได้นะ

อย่างเวลาไปเจอญาติๆ เขาก็ชมลูกเราหล่อจังเลยนะ? “ก็ขอบคุณค่ะ แต่ว่ามันไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต มันไม่ใช่ที่สุดในชีวิต คือหล่ออย่างเดียวไม่พอ เราต้องเป็นคนดีด้วย เรียนหนังสือด้วย มีใจโอบอ้อมอารีด้วย มันเยอะมาก

มีคนมาบอกไหมว่าหล่อจังเลย? “มี แต่อาจจะไม่ค่อยได้เห็น เพราะนี่เป็นงานคุณของคุณแม่ งานแรกที่เขาต้องออกมาเจอ ไม่งั้นปกติเขาก็ชอบอยู่บ้าน”

เป็นเจ๊ดันเข้าวงการ?แม่ไม่ดัน แม่บอกเรียนหนังสือก่อน ไม่หรอก เขาก็อายุ 16 ปี เราก็สอนตลอดว่าหน้าที่หลักคืออะไร ทุกคนต้องรู้หน้าที่ก่อนว่าต้องเรียนหนังสือ เพราะมันจะเป็นสมบัติเดียวที่ติดตัวไปได้ตลอดชีวิต ไม่มีใครเอาไปจากเราได้ สมมติที่ดิน มรดก เงินทอง หรือใดๆ มันมีคนเอามาเอาไปได้ แต่ความรู้มันจะอยู่ที่สมอง ไม่ไปไหน”

มีคนติดต่อมาเยอะไหมงาน? “ไม่เชิงติดต่อ แต่ก็จะมีแบบทำมั้ย ชอบเปล่า อยากเข้าวงการหรือเปล่า”

แม่เบรกก่อน? “แม่ไม่เชิงเบรก แต่ว่าให้เรียนก่อน แล้วก็ยังไม่ได้มีว่าขอมาทำงานนี้หน่อยสิ มาแค่ถามว่าเขาทำได้มั้ย เขาสนใจหรือเปล่า ถามว่ามีแววมั้ย ถ้าพูดถึงนางก็ยังดูเด็กอยู่ จริงๆ นะ ท่านางอาจจะยังดูโต แต่อยู่บ้านยังแกล้งน้อง ยังเล่นกับน้อง ยังบ้าๆ บอๆ”

เคยถามไหม ว่าเขาอยากเล่นละคร? “เคยถาม เขาบอกชอบร้องเพลง แต่ว่าเสียงไม่ได้เลยนะ ร้องที่บ้านทีไร พ่อจะบอกว่าแมคหยุดๆ หยุดก่อน หยุดร้อง ก็ถามแต่เขาก็ไม่เชิงว่าจะทำ เพราะว่าเรียนหนัก หน้าที่นางยังเรียนหนัก แล้วเดี๋ยวแป๊บหนึ่งก็ต้องกลับไปแล้ว แล้วสอบกันเป็นเดือน”

เขาชินกับชีวิตเมืองนอก? “เขาก็ได้ทั้งสองนะคะ คืออยู่ที่โน่นเขาก็ได้ใช้ชีวิต เวลาไปไหนก็ได้นั่งรถเมล์ไปเจอเพื่อน นั่งรถไฟใต้ดิน คือเราก็พยายามอยากจะให้เขาได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง”

เป็นวัยรุ่นแล้ว ห่วงไหม? “พูดตลอด พูดปากเปียกปากแฉะ เข้าใจเลย จนเราก็คิดว่าอันนี้เราฟังมาเป็นร้อยหนแล้ว แม่พูดหนเดียวพอ แม่ก็บอกไม่ได้ เดี๋ยวลืม ตอนนี้เราก็ห่วงลูกเรื่องยาเสพติด ห่วงเรื่องไปทำอะไรไม่ถูกไม่ควร คือเรื่องเบสิกที่พ่อแม่ทุกคนห่วง แต่มันเป็นเรื่องสำคัญใหญ่ๆ แต่เขาก็เป็นเด็กดี เราก็พูดอยู่เสมอแล้วก็ให้เห็นว่าอะไรดี อะไรไม่ดี คือเราได้ใส่ทุกอย่างที่เราควรจะต้องใส่ให้เขาหมดแล้ว สุดท้ายอยู่ที่ตัวเขาว่า เขาจะนำไปปฏิบัติแค่ไหน”

ต้องโทร.เช็ก? “ก็เช็กค่ะ ก่อนหน้านี้เขาจะโทร.หาพี่ตลอด แต่อย่างแมคพอโตแล้วเขาก็จะยุ่ง ตอนแรกเราก็งงๆ ตอนเริ่มเข้าโรงเรียนมัธยม ก็งงว่าเอ๊ะทำไมไม่โทร.แล้ว ส่งแต่ข้อความ เขาก็บอกว่ายุ่งมาก แล้วโรงเรียนเขาไม่ได้ให้ถือมือถือ เขาให้ใช้แค่ตอนเช้า สมมติจะคุยงานคุยธุระก็รีบเช็กแล้วก็คืนครู แล้ววันนั้นทั้งวันก็เรียนหนังสือ ไม่ใช่เดี๋ยวหยิบมือถือดู ไม่มี ตกเย็นค่ำมาก็ได้ดูอีกครึ่งชั่วโมง ซึ่งเราก็ว่ามันเป็นระบบที่ดี”

การที่เราโทร.ตามจะทำให้เขามีความกดดัน? “เขาเช็กเรา เราไม่ได้เช็กเขา(ยิ้ม) ไม่ แม่ไม่จิก แม่ไม่ได้เป็นคนจิกนะ แต่ก็จะส่งข้อความว่าเป็นยังไง โอเคมั้ย โตแล้ว เราต้องให้เกียรติให้สเปซเขาด้วย ก็จะคายตะขาบมาให้คนที่สอง บางทีเขาก็จะโทร.หาแม่วันละ 4 รอบ

บินไปหาลูกทุกเดือน? “ตอนนี้พอมันเป็นโควิด-19 ก็เลยกลายเป็นสามีไปอยู่แทน เพราะว่าตอนนั้นเราไม่ทราบว่าโควิด-19 มันจะอยู่ หรือเราต้องกลับประเทศหรือจะปิดประเทศ ลูกก็ยังเล็ก เขาก็เลยบินไปสแตนบาย”

ห่วงน้องแมคเรื่องสาวๆ? “สาวๆ เราก็ให้ข้อมูลไปหมดแล้วนะ(ยิ้ม) หมายถึงว่าเราต้องเลี้ยงลูกให้ไปตามยุคสมัย แต่ถามว่าเป็นเพื่อนกับลูกร้อยเปอร์เซ็นต์ได้มั้ย ไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้เพราะว่าเราก็ต้องมีความเป็นแม่ เขาก็ต้องมีความเกรงใจ

สมัยนี้จะไปบอกว่าอย่าเพิ่งมีแฟน ไม่ได้ แต่ก็บอกว่าหน้าที่คืออะไร ยูต้องจัดลำดับหน้าที่ความสำคัญ เรียนหนังสือก่อน แต่ถ้าจะมีแฟนจะมีเพื่อนคุย เขาก็มีหมด ทั้งเพื่อนผู้หญิงและผู้ชาย แต่ตอนนี้อายุ 16 จะเอาอะไร”

มีคนคุยหรือยัง? “ยังไม่มี น้องถามดี๊ดีเลยแหละ คนเล็ก เนสซี่บอกว่ายังไม่มี เขากำลังยุ่งๆ อยู่ แต่ถ้าเขาจะมีแฟนเราต้องเป็นคนเลือกให้เขานะ เนสซี่บอกแม่ชะตาขาด”

บอกแม่ไม่ต้องเดี๋ยวเนสซี่จัดการเอง? “ไม่หรอก ก็ไปตามธรรมชาติค่ะ เราไม่ได้ไปตึงเปรี๊ยะอะไร ไม่ได้ห่วงขนาดนั้น ก็โอเคแหละ เลือกผู้หญิงก็เลือกให้ดี เลือกให้อยู่ (แต่เขาก็บอกเราทุกเรื่อง?) ใช่ค่ะ ณ ตอนนี้นะ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องที่รู้นี่หมดหรือยัง ตอบไม่ได้เหมือนกัน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน