ผมผิดเอง สันติสุข เผยเหตุเลิก จินตหรา เพราะอะไร…ไม่ได้พาเขาไปถึงที่สุด ทุกวันนี้คนยังคิดว่าเป็นแฟนกัน พระทักจนเมียเดือด

หนุ่ม – สันติสุข พรหมศิริ เปิดใจเรื่องราวความรักในรายการ Club Friday Show ตอนหนึ่งเล่าถึงความรักกับนางเอกคู่ขวัญ แหม่ม – จินตหรา สุขพัฒน์ จากคู่ขวัญกลายเป็นคู่จริงตอนไหน

เป็นคู่ขวัญกันที่ชัดเจนที่สุดจากภาพยนตร์เรื่อง หวานมันส์ฉันคือเธอ (พิธีกร : แล้วจากคู่ขวัญตอนที่เริ่มอยากจะกลายเป็นคู่จริงตอนไหน) ผ่านไปหลายเรื่อง ก็ทำงานด้วยกัน อาจจะด้วยความใกล้ชิด ความผูกพัน

น่าจะเริ่มมีใจกันตอนเรื่องหวานมันส์ฉันคือเธอ เพราะมันสนิทกันมาก แล้วต้องเล่นสลับร่าง สลับวิญญาณกันด้วย ตอนนั้นอยู่ด้วยกันทุกวัน เป็นเวลาเกือบครึ่งปี ไม่ได้กลับบ้านเลย

คู่ขวัญรักกันจริงคนจะฟิน สันติสุข ตอบว่า แฟนคลับอาจจะชอบ แต่มุมมองค่าย ทางไฟว์สตาร์ ถ้าเกิดเป็นแฟนกัน แล้วต้องไปเล่นกับคนอื่น เดี๋ยวคนจะไม่รับ เดี๋ยวทำธุรกิจหนังเสียหาย

ถามว่าต้องทำยังไงแอบคบกัน สันติสุข เล่าว่า ด้วยการไปไหนมาไหน ด้วยกัน ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว จะมีพี่สมเกียรติ ผู้จัดการ ของแหม่มตอนนั้นจะเป็นพี่กอบสุข ไปไหนจะไปด้วยกัน 4 คน

มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสองน้อยมาก แต่ไม่ได้พูดเลยนะ อาจเป็นด้วยว่าเล่นหนัง มันพูดกันเยอะแล้วไง จะพูดแล้วเหมือนเขินๆ เราจะพูดดีไหม แต่ว่าการกระทำเขาก็รู้แล้วแหละ พี่หนุ่มเขามีใจ

ที่ชัดเจนเอาซาวด์เบาว์เพลงหนึ่งมิตรชิดใกล้ไปใส่หูเขา ตอนหลังไปโชว์ตัวก็ร้องเพลงนี้ ก็มีแอบจับมือกันในรถ เวลาขึ้นรถตู้ หาจังหวะรีบไปนั่งข้าง ก่อนพี่กอบสุขจะมานั่ง พี่กอบสุขก็รู้

ไม่มีคำสั่งห้ามคบ ไม่มีใครพูดเลย แม้ในบริษัท ตอนนั้นเรื่องดารา เรื่องส่วนตัวเหมือนเป็นเรื่องร้ายแรง เรื่องส่วนตัวมากๆ

ถามว่าแอบจีบกันตอนนั้นมีดราม่าไหมว่าความรักของเราคงเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกอย่างดูกีดกั้น สันติสุข ยอมรับว่า ไม่ได้คิดถึงตรงนั้น เขาก็เป็นคนใกล้ตัวเราคนดีคนหนึ่ง เขาก็รักเรา เราก็รักเขา คบกันอย่างนี้เราก็มีความสุข ที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ไป

คนสมัยก่อนเขาก็คิด สันติสุข – จินตหรา ไม่จริงหรอก โปรโมต เป็นแฟนกันสร้างภาพ มีแต่คนในไฟว์สตาร์จะรู้ เฮ้ยไม่ใช่ เขาเป็นแฟนกันจริงๆ ไม่ถึงขั้นประกาศหรือถึงขั้นปกปิด

หลังคบกัน 5-6 ปี ถามถึงเรื่องตอนเลิกกันแต่ยังต้องทำงานร่วมกัน สันติสุข ยอมรับว่า จริงๆมันก็เป็นความผิดของผมเอง เพราะ ตอนนั้นเราก็ยังไม่หยุด เรายังสนุกสนานกับชีวิต ขณะที่ทางแหม่ม ผู้หญิงเขาก็หยุดแล้วไง เรายังไม่หยุดสักที

ต้องยุติความสัมพันธ์ในที่สุด สันติสุข ยอมรับว่า ใช่ (พิธีกร : จังหวะที่ต้องเลิกกันความรักก็หลายปีเหมือนกันเสียใจขนาดไหน) เสียใจ บางทีมองเห็นรูป เห็นหนัง เราก็แบบ เราไปเอาชีวิต ไปเอาเวลาของเขามาช่วงหนึ่ง เราก็ไม่ได้ดูแลเขาต่อ บางทีก็นึกเสียใจเหมือนกัน ไม่ได้นำพาเขาไปถึงที่สุด

หลังจากนั้นยังต้องทำงานด้วยกัน สันติสุข ตอบว่า ใช่ อีกหลายเรื่องเลย (พิธีกร : ได้ไหม ไหวไหม) ก็…มันก็ยาก เพราะมันก็ตัดไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่แอ๊กชั่น เราก็ต้องกลับมาเป็นตัวละครที่เหมือนเดิม

เพราะเราคุยกันปรึกษาหันตั้งแต่แรกว่าอย่านะ ไม่ใช่เลิกกันแล้ว ไม่มองหน้ากัน ไม่อะไรกัน คนเคยรักกัน ควรจะส่งเสริม ช่วยกันต่อไป

มีผลต่อความเป็นคู่ขวัญไหม ในแง่ความนิยมในยุคนั้นไหม สันติสุข กล่าวว่า มันเป็นช่วงหนังไทยเปลี่ยนระบบพอดี จำได้ว่าเรื่องที่ฉายเรื่องสุดท้าย อำแดงเหมือนกับนายริด เป็นเรื่องที่คาเรื่อง

ครึ่งเรื่องเลิกกัน ตอนครึ่งเรื่องพอดี เป็นเรื่องสุดท้าย พอเรื่องนั้นผ่าน เขาทุบโรงทิ้ง โรงก็เข้าไปอยู่ในห้างกันหมด หนังไทยยุคเปลี่ยนผ่านพอดี

“คนก็ยังคิดว่าเป็นแฟนกันอยู่ จนกระทั่งต้องไปออกรายการ บอกว่าเลิกกันแล้ว เขาก็ยัง เลิกกันทำไม จนกระทั่งทุกวันนี้ ไปที่วัดขนาดพระ อ้าวคุณหนุ่ม คุณแหม่มไม่มาด้วยเหรอ

เราก็หันไปมองหน้าเมีย อ๋อผมมากับเมียครับ อ้าวแล้วคุณแหม่ม จนเมียโกรธ ไม่ต้องถวายสังฆทานแล้ว ไปถวายองค์อื่น ถามอยู่นั่น ก็บอกแล้วมากับเมีย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน