บทบรรณาธิการ : ม.44 อีกครั้ง

การใช้มาตรา 44 อีกครั้งในรัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายข้าราชการซึ่งสะท้อนว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ใช้กฎหมายตามขั้นตอนปกติไม่ได้

แต่ล่าสุด การย้ายบุคคลให้พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. กลับไม่มีคำอธิบายชัดเจน

ยิ่งเมื่อระบุว่าเรื่องการปรับย้ายไม่ใช่การรังแก และไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีความผิด แต่เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ ยิ่งเป็นเรื่องน่าสงสัย

เนื่องจากบุคคลที่ถูกให้พ้นจากตำแหน่งเพิ่ง จะเข้าทำงานได้ไม่นาน หากเกิดกรณีที่ทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพ จึงยิ่งควรให้รายละเอียดว่าเป็นเรื่องใด

เพราะผลกระทบของการไม่ให้รายละเอียดนั้น อาจกระทบต่อชื่อเสียงและการทำงานของผู้ถูกให้พ้นตำแหน่ง

แม้ตำแหน่งทางราชการไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารราชการที่เชื่อมโยงกับภาคการเมือง

การโยกย้ายข้าราชการแต่ละครั้งได้รับความสนใจและติดตามจากประชาชน เพราะสะท้อนถึงศักยภาพของรัฐบาลในการคัดเลือกบุคคลและผลงานของข้าราชการให้เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆ

ขณะที่การใช้มาตรา 44 อันเป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กลับยังไม่มีการยกเลิก แม้ว่าประเทศบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว เป็นไปตามคำชี้แจงของคณะผู้ปกครองเองว่าจำเป็นต้องคงไว้สำหรับการบริหารจัดการที่สำคัญ

ความสำคัญดังกล่าวยิ่งเป็นเรื่องที่ควรมีคำอธิบายที่ตรงไปตรงมาให้ประชาชนรับทราบ

คําอธิบายในตอนนี้จากบุคคลในรัฐบาลต่อกรณีปลดเลขาธิการปปง.เป็นเพียงการระบุให้บุคคลที่ถูกทำให้พ้นจากตำแหน่ง ร้องเรียนได้ต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม

แต่เหตุผลอื่นๆ กลับเป็นไปตามการคาดเดาของกลุ่มคนต่างๆ ที่ไม่อาจหาข้อสรุปได้

ความไม่ชัดเจนนี้ไม่ส่งผลดีต่อรัฐบาลเอง เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน การดำเนินการทางการเมืองโดยใช้กฎหมายลักษณะนี้จึงย่อมถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องมีระบบตรวจสอบ และไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ

ยิ่งมาเกิดในช่วงเวลาเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งที่ต้องมีผู้ได้เปรียบเสียเปรียบแล้ว อาจนำไปสู่การตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรม 

บทความก่อนหน้านี้ข่าวสดทีวีไกด์ : คุณย่ารู้สึกถูกชะตากับ สาริศา แต่พอรู้ว่าปู่สันติของสาริศา เป็นนักบิน ย่าเอมอร จะรู้สึกอย่างไร ติดตาม “ใต้ปีกปักษา”
บทความถัดไปชกไม่มีมุม : จาการ์ตาเกมส์ จาการ์ตาโพสต์