FootNote : “ประวิตร” ตามรอย “เปรม” พร้อมกับคำ “ผมพอแล้ว”

FootNote : “ประวิตร” ตามรอย “เปรม” พร้อมกับคำ “ผมพอแล้ว”

การออกมาเปล่งคำว่า “ผมพอแล้ว” จากปาก พล.อ.ประวิตร วงษ์
สุวรรณ ปรากฏผ่านเพจ ROON 44 เมื่อวันที่ 22 แล้วจากนั้นก็ส่งผ่านไปยังสือหนังสือพิมพ์ในวันที่ 23 สิงหาคม
คำว่า “ผมพอแล้ว” นี้จึงไม่ธรรมดา
เพราะว่าคนจำนวนไม่น้อยเมื่อได้ยินคำนี้ก็ต้องบังเกิดนัยประหวัดไปยัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเคยเปล่งประโยคนี้ออกมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2531
เมื่อ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ พา พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา เข้าพบ ณ บ้านสี่เสา เทเวศร์ ภายหลังการเลือกตั้ง เพื่อเชิญให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง
“ผมพอแล้ว” จากปาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จึงทรงความหมายเป็นอย่างสูง

1 ไม่เพียงแต่ทำให้ พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ มีความมั่นใจที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
และ 1 จากนั้นไม่นาน
พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็ทะยานเข้าไปดำรงยศเป็น พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
คำว่า “ผมพอแล้ว”จึงมีนัยยะทางการเมืองอันลึกซึ้ง
และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เลือกที่จะมาเปล่งคำว่า “ผมพอแล้ว”ในเดือนสิงหาคม 2561 อันไม่เพียงแต่เป็นเดือนเกิดของตนเอง
หากในวันที่ 26 สิงหาคม ยังเป็นวันเกิดครบไปที่ 98 ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อีกด้วย
จะแตกต่างก็เพียงแต่ว่า
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พอแล้วในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พอแล้วในตำแหน่งรองนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หลังการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 คำว่า”ผมพอ แล้ว” จะได้รับการพิสูจน์

ไม่ว่ารากฐานการเปล่งคำว่า “ผมพอแล้ว” ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2531 กับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุ วรรณ ในเดือนสิงหาคม 2561 จะแตกต่างกัน
แต่ความเหมือนก็คือ การยืนยันต่อการหยุด นั่นก็คือ ไม่ไปอีกแล้ว พอแล้ว
เป็นการลงจาก”หลังเสือ”แห่งอำนาจด้วยความสุกงอม

บทความก่อนหน้านี้เรืองไกร จี้ ข้าวล้านกว่าตัน สมัย ยิ่งลักษณ์ ล่องหนจากบัญชีไปไหน? หลังคสช. ยึดอำนาจ
บทความถัดไปธนาธร อัด ‘วิษณุ’ ความคิดดึกดำบรรพ์ หวังดีให้ประหยัดงบ แต่ปิดทางหาเสียงใน’โซเซียล’