บทบรรณาธิการ : บทเรียนคดีเกาะเต่า

เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง หลังนักท่องเที่ยวสาววัย 19 ปี ชาวอังกฤษ ร้องเรียนสื่อมวลชนระดับโลกว่าถูกมอมยาและข่มขืนกระทำชำเรา โดยชายคล้ายชาวเอเชีย

อ้างด้วยว่าหลังละเมิดทางเพศ ชายคน ดังกล่าวก็ขโมยเอาทรัพย์สินโทรศัพท์มือถือ และเงินสดจำนวนหนึ่งไป เมื่อแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รับแจ้งความเพียงการโจรกรรมเท่านั้น

น่ายินดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในท้องที่ และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ พร้อมส่งนายตำรวจระดับรองผบช.ตำรวจท่องเที่ยวลงไปดูแลคดี

ภายใน 7 วัน คาดว่าจะได้ผลสรุป

ปี 2557 เกาะพะงัน มีเหตุการณ์ฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษจำนวน 2 คน ในรายที่เป็นผู้หญิงนั้นมีหลักฐานว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีจนนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุได้

เมื่อนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรม ก็สามารถนำหลักฐาน วัตถุพยาน ตลอดจนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แสดงให้เห็นว่า ผู้ต้องหามีความผิดจริง และถูกพิพากษาลงโทษประหารชีวิต

การสืบสวน สอบสวน ตลอดจนการแสวงหาพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว ถือว่าดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา มีความเป็นมืออาชีพ อีกทั้งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประเทศของผู้เสียหายด้วย

ทำให้ “เกาะแห่งความตาย” ที่ถูกกล่าวหากลับมาเป็น “เกาะสวรรค์” อีกครั้ง

เหตุการณ์ครั้งนี้ แม้ว่าผู้เสียหายจะเดินทางกลับประเทศไปแล้ว แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทั้งจากโรงแรมสถานที่พัก ตลอดจนสถานีตำรวจทั้งท้องที่และใกล้เคียงพบว่ามีการแจ้งเหตุจริง

ต่อจากนี้ไป ก็คงจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด เพื่อนำไปวิเคราะห์ว่าปมถูกละเมิดทางเพศมีข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งก็คงจะได้ประสานงานเพื่อสอบปากคำผู้เสียหายด้วย

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสบการณ์จากคดีฆาตกรรมหนุ่มสาวชาวอังกฤษมาแล้ว ก็คงจะได้ถอดบทเรียนจากคดีดังกล่าวมาปรับใช้ในคดีนี้ด้วยไม่มากก็น้อย

มีแต่การทำให้เกิดความกระจ่างเท่านั้น ที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่น 

บทความก่อนหน้านี้เสียชีวิตในกองทัพ : ประสบการณ์ติดตามคดีของเหล่าญาติ
บทความถัดไปข่าวสดทีวีไกด์ : พี่ยม ท้าชนแก้ว จูเลีย กระชับความสัมพันธ์และเป็นการรับน้อง งานนี้ใครจะร่วงใครจะรอด ติดตาม “เป็นต่อ” ตอน ที่นี่บราซิล