บทบรรณาธิการ : เตรียมก่อนเลือกตั้ง

ช่วงเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหนังสือแจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดให้เตรียมการแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นช่วงเดียวกับที่มีผู้ร้องเรียน กกต.เรื่องการรวบรวมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในจังหวัดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เพื่อจะนำสำเนาบัตรไปใช้สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่เป็นเครือข่ายสนับสนุนบุคคลในฝั่งรัฐบาล จ่ายเงินค่าตอบแทน หรือเป็นหลักฐานการรับเงินในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ

กรณีเหล่านี้บ่งบอกว่า กกต.จะต้องมีงานหนักขึ้นและต้องเร่งทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เพื่อให้การเลือกตั้งไม่ถูกครหาว่ามีการจัดแจง และเอื้อประโยชน์อันไม่เป็นธรรมแก่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

เนื่องจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นอยู่ในช่วงที่มีรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มีแนวโน้มที่บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องและสนับสนุนรัฐบาลจะลงรับสมัครเลือกตั้งด้วย

ดังนั้น การตรวจสอบต้องเปิดเผย ตรงไปตรงมาและฉับไว เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม

โดยเฉพาะการนำเสนอนโยบายต้องชัดเจน และแบ่งแยกชัดเจนกับการเสนอผลประโยชน์ในระยะสั้น


เช่นเดียวกับผู้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งต้องวางตัว แสดงตัว และปฏิบัติตัวอย่างเป็นกลาง มุ่งมั่นให้เกิดการเลือกตั้งที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ

ไม่ให้เกิดข้อครหาว่าจัดการเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมที่ไม่ได้สะท้อนเสียงของประชาชน

นอกเหนือจากการตรวจสอบข้อร้องเรียนต่างๆ ประเด็นการให้ความรู้แก่ประชาชนในช่วงเวลานี้เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน

โดยเฉพาะการจัดทำไพรมารีโหวตที่เป็นเรื่องใหม่ หากเดินหน้าถึงขั้นที่ คสช.ต้องออกคำสั่ง ม.44 ให้ กกต.ดำเนินการแบ่งเขตให้เสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ควรต้องรีบอธิบายและประชาสัมพันธ์

ไม่ควรเร่งรีบจัดทำเหมือนเมื่อครั้งที่จัดทำประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาชนยังไม่ได้รับทราบข้อมูลที่รอบด้าน และไม่เกิดการถกเถียงถึงข้อดีข้อเสียของกฎหมายฉบับสำคัญของประเทศ

แม้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและการเลือกตั้งทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวโยงกับประชาชน แต่เมื่อจะหวนคืนประชา ธิปไตยแล้วควรเห็นแก่ประชาชนบ้าง