โตไปไม่ตอแหล คอลัมน์ ใบตองแห้ง

โตไปไม่ตอแหล คอลัมน์ ใบตองแห้ง

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น จัดงานยิ่งใหญ่ ปลุก “คนไทยตื่นรู้สู้โกง” เรียกร้องให้กล้าเปิดโปง ปราบทุจริตให้หายไป

เปิดโปงแบบไหน ก็ไม่รู้เหมือนกัน ภายใต้ระบอบที่พบเห็นทุจริตให้ร้องศูนย์ดำรงธรรม แต่ห้ามประชาชนเคลื่อนไหว ห้ามนั่งรถไฟไปราชภักดิ์ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล คสช. ตำรวจ ทหาร ไม่งั้นอาจโดนข้อหาแพร่ความเท็จ และอย่าตามตื๊อนาฬิกาจนน่ารำคาญ จะโดนอุ้มโดนดักทำร้าย แบบเอกชัย หงส์กังวาน

ก็เห็นแต่งานปราบโกงอีเวนต์ ใส่เสื้อ ชูป้าย แอ๊กชั่น ไขว้อก จังหวัดต่างๆ เกณฑ์เด็กมาเดินรณรงค์ ท่านผู้ว่าฯ ท่านพ่อค้า กล่าวเปิดงาน ชื่นมื่นเบิกบานเป็นคนดี

อ๊ะอ๊ะ ไม่ได้บอกว่า “องค์กรต้านโกง” ไม่ทำหน้าที่ หลายเรื่องก็ดีนะ เช่นอุตส่าห์เข็นข้อตกลงคุณธรรม ให้มีผู้สังเกตการณ์จัดซื้อจัดจ้าง กระทั่งเกิดปัญหา GISTDA ซื้อดาวเทียม 7 พันล้าน ผู้สังเกตการณ์ลาออกหมด

เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ก็ช่วยแฉโครงการในชนบท เช่นห้องน้ำประชารัฐ มาสคอตจังหวัด ฯลฯ เลขาธิการ มานะ นิมิตรมงคล ก็กล้าหาญนะครับ วันก่อนไปพูดที่สถาบันพระปกเกล้า แฉกิจกรรมการกุศลของส่วนราชการ บอกว่าศิษย์เก่าเตรียมทหารเพิ่งจัดงานดูพระ รับสปอนเซอร์น้ำเมา 5 ล้าน สินค้าเกษตร 5 ล้าน

แต่องค์กรต้านโกงมาเสียรังวัด ตอนแถลงผลงาน 7 ปี ประมนต์ สุธีวงศ์ ให้คะแนนท่านผู้นำเต็ม 100 แม้บอกว่ามีปัญหาคนใกล้ตัวและระบบราชการ กระทั่งประธานคณะกรรมการญาติวีรชน 35 ท้วงว่าจะเป็นเครื่องฟอกขาวหรือไร

ว่าที่จริง ในความรู้สึกชาวบ้าน ก็คงใช่ คนทั่วไปเชื่อท่านผู้นำไม่โกง แต่ท่านไม่ต้องรับผิดชอบพวกพ้องเลยหรือไร องค์กรต้านโกงน่าจะรู้แก่ใจ ระบอบที่ไม่มีฝ่ายค้าน ระบอบที่อ้างความสงบ ละเมิดสิทธิปิดกั้นเสรีภาพ มิหนำซ้ำ องค์กรตรวจสอบก็ตั้งกันมาเอง ระบอบอย่างนี้ จะปราบโกงได้ไง

หรือพวกท่านพอใจแค่ได้นั่งใน คตช. ได้เข้าไปตรวจสอบคนอื่น หลังเรียกร้องมาเป็นปี ว่าไม่มีการประชุม ในที่สุดก็ตั้งบอร์ดใหม่ โดยไม่มีคนยืมนาฬิกาเพื่อนใส่ เท่านั้นเอง

เรื่องขำๆ คือองค์กรต้านโกงคุยผลงาน 7 ปีว่าทำให้ทัศนคติและจิตสำนึกต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป ไม่ยอมรับคอร์รัปชั่นโดยสิ้นเชิง ไม่ยอมรับรัฐบาลที่เก่งมีผลงานดีเด่นแต่ทุจริต

จริงหรือครับ วัดจากงานอีเวนต์ กิจกรรม CSR โค้ชชิ่ง อบรม สัมมนา ติดป้ายธรรมาภิบาลไว้ข้างฝา หรือว่าวัดจากความสงบราบเรียบ ประชาชนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา

อะไรคือหัวใจของการปลูกฝังจิตสำนึก โตไปไม่โกง? อบรมสั่งสอนเด็กให้อยู่ในศีลในธรรม ท่องค่านิยม 12 ประการ เอาทหารมาฝึกวินัย จนได้รางวัลระดับเอเชียอย่างที่เลขาธิการ ปปท.คุย

สังคมไทยอบรมศีลธรรมกันมาแต่ชาติปางไหนแล้ว แต่ตราบใดที่อำนาจเป็นใหญ่ อำนาจตรวจสอบไม่ได้ อำนาจบิดเบือนได้ทุกอย่าง กระทั่งหลักการและความยุติธรรม เด็กไทยที่โตมาเป็นผู้ใหญ่ทุกยุคทุกสมัย ก็รู้ซึ้งแก่ใจว่าถ้าโหนอำนาจได้ ถ้าเข้าถูกฝ่าย รู้จังหวะช่องทาง ก็สร้างประโยชน์ได้ หรืออย่างน้อย ไม่ต่อต้านอำนาจ ลู่ตามลม หลิ่วตาตาม ก็ไม่เดือดร้อนต่อตัวเอง

ไปๆ มาๆ ศีลธรรมยังกลายเป็นเครื่องมือ เป็นข้ออ้างของการใช้อำนาจอย่างไม่จำกัด ไม่ต้องถูกตรวจสอบเสียด้วยซ้ำ

การปลูกฝังให้คนต้านโกง พร้อมไปกับสนับสนุนรัฐที่เผด็จอำนาจ โดยเชื่อว่ารัฐที่มีอำนาจมากจะเป็น “เผด็จการศีลธรรม” ปราบทุจริตอย่างเข้มงวด จึงย้อนแย้งน่าสมเพช เพราะการต้านโกงที่แท้จริง ต้องปลูกฝังให้ประชาชนไม่ไว้วางใจผู้มีอำนาจ ไม่ว่าใครหน้าไหน นั่นคือหัวใจของประชาธิปไตย ไม่ใช่ปากสอนศีลธรรมพร่ำหิริโอตตัปปะ แล้วจะบังคับคนอย่างไรก็ได้

ยิ่งยุคนี้สมัยนี้ พูดอย่างทำอย่าง อ้างเป็นคนดี แล้วใช้ตรรกะวิบัติได้ เช่นเป็นเผด็จการบอกว่าเป็นประชาธิปไตย 99.99% เป็นระบอบที่ไม่จำกัดสิทธิเสรีภาพ ยังกล้าๆ ชูสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ อนุมัติงบซื้อเรือดำน้ำ ก็อ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ ท.ทหารเลี้ยงไก่ ก็บอกไม่ใช่ทหารรับใช้ ให้เรียกทหารบริการ

หรือใครกันเอ่ย เคยยกไทยนิยมสั่งสอนเยาวชน ว่าต้องไม่หงุดหงิด ไม่ใช้อารมณ์ ที่ไหนได้ อิเหนาเป็นเอง ระเบิดอารมณ์กับนักข่าว

เอาแค่ GT200 วินิจฉัยยาก เพราะผู้ใช้รู้สึกเหมือนพระเครื่อง ก็ขำก๊ากทั้งประเทศ แล้วจะให้เด็กโตไปไม่โกง?

เด็กไทยยุคนี้ ไม่โตมาเป็นศรีธนญชัยก็บุญแล้ว พ่อแม่ทั้งหลายต้องสอนให้รู้เท่าทัน นอกจากโตมาไม่ตอแหล ยังต้องระวัง สังคมสมัยนี้อันตราย พวกอ้างศีลธรรม ธรรมาภิบาล มาหลอกขาย นั่นแหละตัวดี

 

บทความก่อนหน้านี้ผู้ตรวจฯทส. เผยพบร้านค้า ใช้ถุงพลาสติกลดลง50% ลูกค้าหันมาใช้ถุงผ้าแทน
บทความถัดไปลิ้นเปลี่ยนเป็นสีดำ-มีขนขึ้น เคสผู้ป่วยประหลาดหลังทานยาปฏิชีวนะ