คอลัมน์ บทบรรณาธิการ : ทางออกสอบนายสิบ

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

กรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกอายุระหว่าง 18-27 ปี วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่า สอบ คัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจจำนวน 1,000 อัตรา มีผู้สมัครสอบรวมทั้งสิ้นถึง 13,285 คน

เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ เพราะพบความผิดปกติในช่วงสอบข้อเขียนซึ่งเป็นด่านแรก เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2560 ที่สนามสอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งวิทยาเขตหัวหมาก และวิทยาเขตบางนา

พบสถานการณ์ที่ส่อว่ามีการทุจริต ทั้งกลุ่มบุคคลต้องสงสัย และกลุ่มเป็นมือปืนรับจ้างให้ลอกข้อสอบ ซึ่งเป็นทั้งจากคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีผู้ร่วมทำความผิด 346 คน เป็นผู้ลอกข้อสอบ 295 คน รับจ้างทำข้อสอบ 51 คน

ผลการสอบสวนผู้ร่วมขบวนการในเบื้องต้น พบว่า มีเจ้าหน้าที่เทศกิจของกรุงเทพ มหานครเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด จึงจะสอบสวนขยายผลในขั้นต่อไปว่าเกี่ยวกับการทุจริตการสอบคัดเลือกในส่วนราชการอื่นๆ ด้วยหรือไม่

ในส่วนของกลุ่มที่รับจ้างทำข้อสอบทั้ง 51 คนนั้น พนักงานสอบสวนจะขออนุมัติหมายจับในฐานความผิดอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท

นอกจากนี้ ยังจะถูกดำเนินคดีข้อหาฐานความผิดการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทด้วย

ซึ่งเป็นอัตราโทษที่หนัก

ประเด็นที่เพิ่มความวิตกขึ้นมาคือ หากต้อง สั่งให้ผลสอบโมฆะทั้งหมดจะกระทบสิทธิ์ ของผู้ที่เข้าสอบโดยสุจริตซึ่งมีจำนวนมาก และ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงข้อสอบที่ถูกดำเนินคดี

แต่เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีความเห็นว่า การยกเลิกผลสอบส่วนมากมาจากข้อสอบรั่ว มีการทุจริตโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ในครั้งนี้เป็นการทุจริตโดยกลุ่มผู้เข้าสอบเท่านั้น ซึ่งมี หลักฐานปรากฏชัดเจน

ทางออกที่ดีจึงน่าจะตัดสิทธิ์เฉพาะกลุ่มที่อยู่ในขบวนการทุจริต แล้วเลื่อนกลุ่มที่ติดสำรองซึ่งมิได้เกี่ยวข้องขึ้นมาแทน เพื่อให้กระบวนการสอบคัดเลือกในขั้นตอนภาคปฏิบัติ และการสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปได้

นับเป็นกุศโลบายวิธีโดยแท้