คอลัมน์ ออกจากกรอบ : มีความสุข แม้อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง

ออกจากกรอบ

มีความสุข แม้อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง

คนทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองคาดหวัง หรือสิ่งที่ต้องการกันทั้งนั้น และถ้าทุกอย่างได้ดั่งใจเราก็คงจะดีไม่น้อย แต่หากผลที่ได้มันกลับตรงกันข้าม แล้วคนส่วนใหญ่จะคิดอย่างไรกันครับ?

ถ้าเราอยากรวยแล้วไม่รวย อยากเรียนเก่งแต่ทำไม่ได้ ทุ่มเททำงานแต่ไม่ได้รับการยอมรับ หลายครั้งที่เราเกิดความสิ้นหวังและเสียใจ ‘เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ปรารถนา’

หากย้อนกลับไปในปี 2004 ในการแข่งขันเอเธนส์เกมส์ ประเทศอิตาลี นักกีฬาวิ่งมาราธอนชาวบราซิล “วันเดอเล เดอ ลิม่า” เข้าร่วมการแข่งขันมาราธอนชาย ในระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ในขณะที่ลิม่าวิ่งนำมาเป็นที่ 1 ซึ่งเหลือประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น ก็จะถึงเส้นชัย

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีชายปริศนาโผล่เข้ามาล็อกตัวเขาไม่ให้วิ่ง ถึงกระนั้นเขาก็ยังใจสู้กลับเข้ามาแข่งขันต่อจนจบ ผลที่ออกมาคือ เขาเข้าเส้นชัยเป็นลำดับ 3 เมื่อถึงช่วงรับรางวัล ความจริงแล้วเขาควรจะได้ยืนอยู่บนขั้นสูงสุด ได้ร้องเพลงชาติ พร้อมมองธงประเทศตัวเองขึ้นสู่ยอดเสา แทนที่จะแสดงสีหน้าเศร้าเสียใจ หรือไม่พอใจ เขากลับมีรอยยิ้มและท่าทีที่มีความสุขมาก วันนั้นหากไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะการวิ่งลิม่าก็คงจะได้ที่ 1 แน่นอน

ถ้าเป็นผมก็คงรู้สึกเจ็บใจไม่น้อย หรือคงโมโหชายคนนั้นที่มาทำให้พลาดเหรียญทองไป แต่นักกีฬาท่านนี้กลับให้สัมภาษณ์ว่า เขาลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว ส่วนจะเป็นเหรียญทองหรือเหรียญทองแดงก็เหมือนกัน แค่ได้วิ่งเข้าเส้นชัย ยังมีแรงวิ่งได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว ซึ่งนี่คือเขาแสดงจิตใจที่ทุกคนต้องมี คือ น้ำใจนักกีฬานั่นเอง

ออกจากรอบ
วันเดอเล เดอ ลิม่า

และต่อมาในปี 2016 “วันเดอเล เดอ ลิม่า” ปรากฏตัวในฐานะผู้จุดคบเพลิงที่กระถางในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักกีฬาที่โด่งดังเท่านักกีฬาท่านอื่น แต่ทางโอลิมปิกเห็นจิตใจที่ยิ่งใหญ่ และสวยงามที่ลิม่ามี จึงเลือกเขาให้ทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้เพราะถือว่านี่คือตัวอย่างของผู้ที่มีน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง

สิ่งที่เกิดกับ ลิม่า นี้ชวนสิ้นหวังมาก แต่เขากลับมีความสุขได้เพราะสภาพจิตใจที่เขามี หากเทียบกับเราที่คิดว่าชีวิตต้องมีทุกอย่างตามที่ต้องการถึงจะมีความสุข ผมมองว่าคนที่มีสติปัญญาจริงๆ คือคนที่เจอเรื่องผิดหวัง แต่ก็ยังมีความสุขได้

ก่อนหน้านี้มีนักศึกษาคนหนึ่งชื่อ “แคท” ปรึกษาเรื่องเรียนกับผม แต่ก่อนเขาเคยเรียนคณะนิติศาสตร์ที่ มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งของประเทศ แต่เขารู้สึกเสียใจ เพราะรู้สึกว่าตัวเองเลือกเรียนคณะผิด และอยากย้ายไปเรียนคณะอื่น เขาบอกว่าตั้งแต่สมัยประถมเขาเรียนได้ที่ 1 มาตลอด แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยกลับมีแต่คนฉลาด จากที่ได้ที่ 1 มาตลอดก็ไม่เคยได้ที่ 1 อีกเลย

ออกจากกรอบ

ตอนที่เขาเต็มไปด้วยความคิดแบบนี้ ผมอธิบายกับเขาว่า ปกตินักเรียนอยากเข้าคณะแพทย์เพื่อจะได้ช่วยรักษาคนและหาเงินได้เยอะ แล้วเธอเรียนนิติศาสตร์เพื่ออะไร? ไม่ว่าผู้พิพากษาหรือทนายความก็เป็นอาชีพที่ดีทั้งนั้น เพราะถ้าคนมีความรู้เรื่องกฎหมายก็มีโอกาสเอาชนะในคดีต่างๆ ได้ แต่มีคนอีกมากที่ขาดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง บางคนถึงกับฆ่าตัวตาย เพราะแพ้คดี ถ้าเธอได้เป็นทนายความก็สามารถช่วยคนเหล่านี้ได้ เพราะฉะนั้นเธอเรียนคณะนิติศาสตร์ก็ดีแล้ว

จากตอนแรกที่เขาอยู่สภาพที่สิ้นหวังมากเนื่องจากได้เรียนคณะที่ไม่ชอบแต่ตอนนี้เขาเรียนด้วยจิตใจใหม่ ที่ถึงแม้จะไม่ได้เรียนเก่งกว่าเดิม แต่เขามีความสุขกับสิ่งที่ไม่ตรงกับใจต้องการได้ และตั้งใจเรียนด้วยมีความหวังว่าวันหนึ่งจะเป็นทนายความที่สามารถช่วยเหลือผู้คนมากมายได้

ผมมองว่าคนที่มีสติปัญญาไม่ใช่คนที่ฉลาด เรียนเก่ง แต่คือคนที่แม้อยู่ในจุดที่น่าผิดหวัง แต่ก็ยังขอบคุณและมีความสุขได้ต่างหาก หลายครั้งที่เรามัวแต่เสาะหาสิ่งที่ต้องการจนลืมขอบคุณกับสิ่งที่มีอยู่ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เราเจอสถานการณ์แย่แค่ไหน แต่เรามีจิตใจที่จะมองเรื่องนี้อย่างไรต่างหากที่สำคัญ ถึงตรงนี้เรามาลองคิดกันดูครับว่า ตอนนี้เรามีอะไรที่น่าขอบคุณได้บ้าง หากมองเห็นทุกคนก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขพอคนรอบข้างมองมาเขาก็จะพลอยมีความสุขไปด้วย

 

คิม ฮัก เชิล
ที่ปรึกษาอาวุโสประจำมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (IYF)

บทความก่อนหน้านี้แห่ชม ‘ยอดจิตอาสา’ ขายหวยราคาเดิม แถมเอาเงิน ไปช่วยเด็กตาบอดทุกงวด!
บทความถัดไปบุกจับขาใหญ่วังน้ำเย็น ลูกเขยเจ้าสำนักร่างทรง เจ้าแม่กวนอิม ลอบค้ายานรก!