ประยุทธ์นิยม? :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ประยุทธ์นิยม?

ใบตองแห้ง

“สังศิตโพล” สะเทือนเลื่อนลั่น นอกจากชี้เปรี้ยงสวนนิด้าโพล ตู่คะแนนนำโด่งเหนือหญิงหน่อย สังศิตยังฟันธง พรรคพลังประชารัฐจะสร้างประวัติศาสตร์ กวาดพรรคเพื่อไทย เอาชนะอดีตพรรคไทยรักไทยได้เป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2544

ไชโย ถ้าคำทำนายเป็นจริง ก็จุดพลุยินดีด้วย สังศิตพยายามมาตั้งแต่ปี 48 ร่วมกับเสธ.หนั่น อ.เอนก ตั้งพรรคมหาชนเป็นทางเลือกที่สาม แม้สุดท้ายเอนกกลายเป็นซินตึ๊ง สังศิตก็ไม่ลดละความพยายาม ร่วมม็อบพันธมิตร ร่วมเป็น สปช. สปท. กระทั่งปฏิรูปประเทศสำเร็จ?

ว่าตามเนื้อผ้า ก็มีโอกาสสูงมากนะ ที่พรรคเพื่อไทยจะ “แพ้” แม้ไม่ใช่แพ้อย่างสังศิตพูด คือเพื่อไทยอาจได้ที่หนึ่ง แต่รวมเสียงได้ไม่ถึง 250 แพ้โหวต ส.ว. แล้วพลังประชารัฐก็เป็นแกนนำ ดูดพรรคอื่นตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ไม่เว้นแม้พรรคปากเก่งก๊กที่สาม

ปัดโธ่ จากไทยรักไทยถึงเพื่อไทย ถูกรัฐประหาร 2 ครั้ง ยุบพรรค 2 ครั้ง อดีตนายกฯ ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 คน แกนนำถูกถอดถอนตัดสิทธินับไม่ถ้วน ส.ส.ย้ายพรรคนับได้สองร้อยแล้วมั้ง แม้ชนะถล่มทลายมา 2 ครั้ง แต่ถ้าครั้งนี้ถ้ายังกวาดอีก ก็ปาฏิหาริย์เกินไปละ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ภายใต้ระบอบ คสช.อยู่ยาว 4 ปี หน่วยงานความมั่นคงลงถึงทุกพื้นที่ ชี้ตัวได้หมด ใครเป็นหัวคะแนน ใครเป็นแกนนำมวลชน

โพลสังศิตยังมีผลเชิงปฏิบัติการจิตวิทยา ซ้ำเติมหลังเสีย ส.ส.เขต 28 คน ซึ่งแม้เพื่อไทยปากแข็ง ยังไงก็กระทบ เพราะถูกดูดกะทันหัน ดูดได้กระทั่งแกนนำเสื้อแดง ซึ่งแม้ด่า กันขรม ก็เสียกำลังใจไม่น้อย ที่เสียเพื่อนร่วมอุดมการณ์โดยไม่คาดคิด

ยิ่งเข้าใกล้เลือกตั้ง เพื่อไทยยิ่งลำบาก จะชูจุดขายนโยบาย? ชูขุนพลชัชชาติ? พรรคฝ่ายตรงข้ามหัวร่อกลิ้ง อย่าไปฟังมัน ไอเดียเจ๋งแค่ไหน เก่งยังไง ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล รู้ยัง 250 ส.ว.คสช.ตั้ง ร่วมเลือกนายกฯ เราต้องการ 126 เสียงก็พอ

นี่ยังไม่พูดถึงใบเหลืองใบแดง คืนหมาหอน ซึ่งเกี่ยวข้องกับอำนาจ

เหล่านี้คือปัจจัยที่เป็นจริง ที่ถ้าเพื่อไทยชนะก็โคตรปาฏิหาริย์ แต่ปัญหาคือ สังศิตไม่พูดถึงปัจจัยเหล่านี้เลย ไม่พูดถึงการกวาด ส.ส. ไม่พูดถึงอำนาจ เพียงพูดผ่านๆ ว่า “พลังประชารัฐกำลังมีอำนาจทางการเมือง” แล้วกลับเน้นว่าจะชนะด้วยความนิยม ด้วยนโยบาย เช่นบัตรคนจน

ไม่ทราบจงใจหรือเปล่า แต่สังศิตกำลังพูดไปอีกทางว่า ถ้าฝ่ายสืบทอดอำนาจชนะ ก็เป็นชัยชนะที่ “ชอบธรรม” ทั้งที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์พลังดูดแบบสามัคคีธรรม สี่รัฐมนตรีตั้งพรรคโดยไม่ลาออก การหว่านงบประมาณยิ่งกว่า “ประชานิยม” รวมไปถึงจะเสนอชื่อหัวหน้า คสช.เป็นแคนดิเดตอันดับหนึ่ง ในการเลือกตั้งใต้ ม.44

นอกจากนี้สังศิตยังไม่พูดถึงปัจจัยลบ เช่นชาวบ้านบ่นพึมปัญหาปากท้อง เกษตรกร ชาวสวนยาง ชาวประมง กลุ่มคนที่เดือดร้อนจากการแก้ปัญหาด้วยอำนาจในสี่ปี คนจนถูกไล่ที่ ทำกิน อปท.ถูกบดขยี้ใต้ฝ่ายทหารฝ่ายปกครอง ฯลฯ

ประเด็นสำคัญที่สังศิตไม่ได้ทำโพล ยังได้แก่ปัญหาความชอบธรรม ธรรมาภิบาล แบบ 4 คำถามที่พูดเอง “ท่านคิดว่านักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรมีโอกาสเข้าสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่”

ฝากถามหน่อยสิ การที่นักการเมืองซึ่งคนชั้นกลางเคยร้องยี้ หลั่งไหลเข้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศสนับสนุนลุงตู่เป็นนายกฯ ต่อไป ไม่ต่างจากพรรคสามัคคีธรรมในอดีต มีผลด้านกลับ ต่อคะแนนนิยมท่านผู้นำหรือไม่

นี่อยากรู้จริงๆ นะ โดยเฉพาะคนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมี คนดีมีศีลธรรม เป่านกหวีด “ต้านโกง” ยอมรับได้หรือไม่ หรือคิดว่าใช้วิธีอะไรก็ได้ เพื่อกำจัดทักษิณเพื่อไทยเสื้อแดงที่เกลียดชัง ถ้าผลออกมาส่วนใหญ่ยอมรับ คงต้องประเมินมาตรฐานศีลธรรมกันใหม่

ผมไม่แปลกใจถ้าฝ่ายสืบทอดอำนาจชนะ ก็วางกติกากลไกซะขนาดนี้ วางเงื่อนไขบีบคนไทย ยอมให้อยู่ต่อไปซะดีๆ เพราะคนอื่นไม่มีทางเป็นได้ ฝั่งไม่เอาสืบทอดอำนาจชนะก็มี 250 ส.ว. มีองค์กรอิสระ มีกรรมการยุทธศาสตร์ มีกับดักมากมาย ฉิบหายอยู่ดี

แต่นี่คือชนะเพราะได้เปรียบกติกา ชนะด้วยการข่มฝืนใจ ไม่ใช่ชนะโดยความนิยม ชนะเพื่อลากโครงสร้างรัฐทหารราชการเป็นใหญ่ให้อยู่ยาวไป ทั้งที่สี่ปีสร้างความขัดแย้งมากมาย จนกลายเป็นคู่ขัดแย้งใหม่

ทำไมต้องทำซะขนาดนี้ ก็เพราะรู้แก่ใจว่าโครงสร้างนี้มันไปไม่รอด แต่ถอยก็พัง ก็ต้องถูลู่ถูกังต่อไป

(หน้า 6)

บทความก่อนหน้านี้ผีน้อยกลับใจ สมัครงานต่อหน้ารัฐมนตรี ขอไปทำงานเกาหลี เก็บเงินล้านอีกครั้ง!
บทความถัดไปเด็ดหัวทีมฆ่ากำนัน! แนวร่วมป่วนบันนังสตา จัดชุดล่าอีก 1 แบกอาก้าหนีเข้าป่า