แก้ที่ต้นตอ : บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

แก้ที่ต้นตอ : บทบรรณาธิการ 

 บทบรรณาธิการ : การประกาศสั่งปิดโรงเรียนทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 จังหวัด เพื่อให้นักเรียนหลีกเลี่ยงปัญหาฝุ่นละอองมลพิษ เป็นเพียงหนึ่งในมาตรการบรรเทาปัญหา ยังมิใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

เพราะหากปัญหาที่แท้จริงยังมิได้รับการปัดเป่าแก้ไข เมื่อกลับมาเปิดเรียนใหม่ นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปก็ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเดิมๆ

คำถามคือ จนกระทั่งถึงวันนี้ ภาครัฐสามารถสืบเสาะหาสาเหตุที่แท้จริงได้หรือยัง ว่าฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 นี้เกิดขึ้นจากอะไร

เพื่อที่จะหามาตรการแก้ไขให้ถูกต้องลงไปที่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหา

แทนการแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปแบบวันๆ

 

จากข้อมูลทางวิชาการ ที่มาของฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล ทั้งจากรถยนต์โดยสารส่วนบุคคล รถบรรทุก รถประจำทาง เรือ รถไฟ

รวมไปถึงการเผาชีวมวล ทั้งการเผาถ่านฟืน ปิ้งย่างเตาถ่าน การเผาไร่หลังฤดูเก็บเกี่ยว จนถึงฝุ่นควันจากโรงงานอุตสาหกรรม

เช่นเดียวกันกับการก่อสร้างที่มีผลใน สองส่วน ส่วนแรกคือการเปิดหน้าดิน ที่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบ กับปัจจัยอื่นๆ

แต่ผลในส่วนที่สองคือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่บนถนนหลักหลายสายของ กทม. ทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้น

ฝุ่นละออง PM2.5 ก็ยิ่งถูกปล่อยออกมาจากยานพาหนะ

 

ประเด็นคือรัฐบาลมีข้อมูลเบื้องต้นในการแก้ปัญหาจนเป็นที่น่าพอใจและน่าเชื่อถือ ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดหรือไม่

หากยังไม่สามารถระบุต้นตอปัญหาได้ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนก็ไม่มีทางเกิดขึ้น

เช่นเดียวกันแม้จะรู้ต้นตอปัญหาแล้ว แต่ถ้าการบังคับใช้กฎหมายไม่จริงจัง อาทิ การตรวจสภาพรถไม่พบรถควันดำ หรือการตรวจโรงงานแล้วไม่พบว่ามีแห่งไหนปล่อยฝุ่นควัน

จะทำให้ประชาชนทั่วไปที่กำลังเผชิญกับทุกข์อันร้ายกาจที่มาจากฝุ่นละอองมลพิษ

เชื่อมั่นได้อย่างไรว่าปัญหาที่เกิดขึ้น จะได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้เชฟกระทะเหล็ก ช่วงตรุษจีนเป็นการประลองฝีมือสุดยอดเชฟอาหารจีน ใครจะคว้าชัย ต้องติดตาม
บทความถัดไปถอยหรือเดินต่อ : ชกไม่มีมุม