เสียงโหวกเหวก : บทบรรณาธิการ

เสียงโหวกเหวก

เสียงโหวกเหวก

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

เสียงโหวกเหวก – กลุ่มเครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่ เป็นธรรม(ขปส.) หรือพีมูฟ รวมตัวกันมาชุมนุม ปักหลักอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน

เพื่อติดตามความคืบหน้าข้อเรียกร้องทั้ง 3 กรณี คือ การคุ้มครองพื้นที่ชุมชนที่ยื่นเสนอขอใช้สิทธิที่ดินตามนโยบายโฉนดชุมชนทั้ง 486 ชุมชน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตทำมาหากินตามปกติ ระหว่างการรอหาแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว

การปรับเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณโครงการ บ้านมั่นคง จากเดิมหน่วยละ 8 หมื่นบาทเป็น 1 แสนบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน และการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วย ฝั่งแดง จ.อุบลราชธานี

โดยมีการอภิปรายและเสวนาถึงปัญหาและความล่าช้าที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้นายกรัฐมนตรีจะมีท่าทีตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าวอยู่บ้าง โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาทางแก้ไข แต่ก็มองว่าการชุมนุมดังกล่าว เป็นเสียงโหวกเหวกอยู่ ข้างนอก

ที่ผ่านมา รัฐบาลรัฐประหารใช้อำนาจทางกฎหมายและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กดทับ ละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ทั้งในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็นประชาชนมาโดยตลอด

พร้อมกับอ้างว่าหากประสบปัญหาความ เดือดร้อนต่างๆ และอยากร้องเรียนต่อรัฐบาล ก็ให้ยื่นร้องได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม เครือข่ายและกลไกของกระทรวงมหาดไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศ

อันเป็นการแก้ปัญหาแบบราชการ

หากเทียบกับรัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพที่จะเรียกร้อง ร้องเรียน และแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นตัวแทนได้รับเลือกตั้งมา

จากนั้น ผู้แทนราษฎรทั้งหลายก็จะนำไปแจ้งต่อรัฐบาล ทั้งผ่านการอภิปราย ตั้งกระทู้ถาม และช่องทางอื่นๆ ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย จนนำไปสู่การสั่งการแก้ไขลงไปในพื้นที่

จึงเป็นเสียงโหวกเหวกที่ดังและมีความหมาย ได้รับการตอบสนองที่ดีกว่า ไม่ใช่การร้องทุกข์ที่หายเข้ากลีบเมฆ โดยไม่รู้ว่าจะติดตามเรื่องได้จากใคร และจะได้คำตอบเมื่อใด

รัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยนั้น เสียงโหวกเหวกของประชาชนจึงมีความสำคัญ

บทความก่อนหน้านี้ทองเอก หมอยาท่าโฉลง ปู่ทองอิน เจ็บหนัก ทองเอก จะรักษาหายหรือไม่
บทความถัดไปวันของคนหนุ่มสาว กับความคึกคักทางการเมือง : ชกไม่มีมุม