กกต.มีไว้ทำไม :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

กกต.มีไว้ทำไม

ใบตองแห้ง

ใครว่าคนไทยได้ใช้สิทธิประชาธิปไตยแค่ 4 วินาที เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เลือกตั้งล่วงหน้า ต้องฝ่ารถติดมา เข้าคิวยาวหลายชั่วโมง บางคนได้ใช้สิทธิแล้วน้ำตาไหลพราก เพราะเพิ่งรู้ว่าเจ้าหน้าที่แจกบัตรผิดเขต กลายเป็นบัตรเสีย

กกต.ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ผิดพลาด แต่เป็นคนไทยก็ต้องรู้จักรักษาสิทธิตัวเอง ถ้ารู้ว่าบัตรผิดต้องเอาบัตรที่ถูกกลับมาให้ได้ จะบอกว่าถูกบังคับให้ลงไม่ได้ ไม่มีใครบังคับได้นอกจากสมยอม

แน่ล่ะ ปัญหาหลักมาจากการเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง บัตรใบเดียว ต่างเขตต่างเบอร์ แต่ กกต.ก็ถูกวิพากษ์มากมาย ถึงความไม่พร้อม ไม่ซักซ้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าใจ การจัดสถานที่ ไม่คิดไว้เลยหรือไงว่าคนจะมาเลือกตั้งถล่มทลาย การเตรียมรายชื่อ ผู้สมัครให้ตรวจสอบ หรือการจัดส่งบัตรที่ถูกตีกลับใน ต่างประเทศ ต่อให้ไม่จงใจ ก็กลายเป็นลิดรอนสิทธิประชาชน

ครั้นพอถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งลามมาถึงความไม่ไว้วางใจ ในการดูแลบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า 2 ล้านกว่าใบ กกต.ก็ขู่ว่าใครบิดเบือนใส่ร้ายจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี

วิษณุ เครืองาม ช่วยแก้ต่างว่า กกต.เจ้าหน้าที่อาจจะผิด พลาดบ้าง เพราะว่างเว้นเลือกตั้งมานาน

ใช่ครับ ว่างเว้นมา 5 ปี แต่ กกต.ก็ไม่ได้อยู่เปล่าๆ กกต.ซึ่งมีพนักงาน 2 พันกว่าคน ใช้งบปีละร่วม 2 พันล้าน กินอัตราค่าจ้างสูงกว่าข้าราชการตาดำๆ เช่น พนักงานเลือกตั้งจบปริญญาตรี เงินเดือนขั้นต่ำ 19,500 บาท เงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 7,500 บาท แถมค่าครองชีพ 4,000 บาท สวัสดิการพร้อม

เลขาธิการ กกต. เงินเดือน 145,000 บาท เงินประจำตำแหน่ง 25,000 บาท เงินเพิ่ม 25,000 บาท รองเลขาธิการ เงินเดือนขั้นสูง 90,770 บาท เงินประจำตำแหน่ง 17,000 บาท เงินเพิ่ม 17,000 บาท ผอ.จังหวัด ผู้บริหารระดับสูง เงินเดือน 55,880-90,770 บาท เงินประจำตำแหน่ง 12,000 บาท เงินเพิ่ม 12,000 บาท

ส่วน กกต. 7 คน ได้เท่าทุกองค์กรอิสระ ประธาน เงินเดือน 81,920 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท กรรมการ เงินเดือน 80,540 บาท เงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท เท่านั้นไม่พอ กรธ.มีชัยยังเขียนกฎหมายเพิ่มค่ารับรองเหมาจ่ายไม่น้อยกว่าเงินประจำตำแหน่ง ให้ทุกองค์กรอิสระ ซึ่งแปลว่ารับไปเลยอีก 50,000 และ 42,500 บาท (ชุดก่อนๆ ไม่มี)

จ้างด้วยเงินภาษีขนาดนี้ แถมค่าดูงานต่างประเทศอีก 12 ล้าน ประชาชนย่อมหวังให้จัดเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม

แต่ทำไมประชาชนกลับไม่ไว้วางใจ รวมทั้งมองว่า กกต. ไม่เข้าใจการเลือกตั้ง ออกกฎระเบียบน่าขัน เข้มงวดไม่ สมเหตุสมผล เช่น ป้ายหาเสียงให้บอกผู้ผลิตพอเข้าใจได้ แต่ผู้สมัครโพสต์เฟซบุ๊ก ยังต้องลงท้ายว่า “โพสต์นี้ผลิตโดย” หัวร่อกันลั่น

ความไม่ไว้วางใจ ที่เริ่มตั้งแต่แบ่งเขตอัปลักษณ์ เป็นเพราะการเลือกตั้งอยู่ใต้อำนาจ คสช. ที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ซ้ำ กกต.ยังได้รับเลือกจาก สนช. ซึ่ง คสช.ตั้ง สรรหาโดยองค์กรอิสระ ไม่ยึดโยงประชาชน แต่มีอำนาจมาก สามารถแจกใบส้มใบแดงใบดำ ทำลายคะแนนเลือกตั้งของประชาชน เพียงเพราะผู้วิเศษ 7 ตน “เชื่อได้ว่า” ทุจริต (ซึ่งเอาผิดต่อไปได้ถึงยุบพรรค)

แต่พอเลือกมา 7 ท่าน ก็ไม่มีใครเชี่ยวชาญการเลือกตั้ง มีคนเดียวเป็นอดีตผู้ว่าฯ ประธานเป็นนักการทูต 2 คน จากผู้พิพากษา 1 คน เป็นทนายความ อดีตที่ปรึกษาประธานศาล รธน. 1 คน อดีตปลัดเกษตรฯ เชี่ยวชาญชลประทาน 1 คน เป็นศาสตราจารย์ ด้านการบำบัดน้ำ (การเมืองมันน้ำเน่า)

การที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ กกต. เป็นนิมิตหมายอันดีของความคิดประชาธิปไตย ซึ่งไม่ไว้วางใจ “การเมืองศีลธรรม” ให้องค์กรเทวดามาตัดสินการเมืองแทนประชาชน เปลี่ยนผลการเลือกตั้งได้ ถอดถอนตัดสิทธิคนที่ประชาชนเลือก หรือกระทั่งยุบพรรคเปลี่ยนรัฐบาล

ประชาธิปไตยต้องมุ่งไปสู่การทำลายอำนาจวิเศษ กกต.ควรมีอำนาจหน้าที่เพียงจัดเลือกตั้ง สั่งเลือกตั้งใหม่ อย่างที่รัฐธรรมนูญ 2540 เอามาจากอินเดีย ไม่ใช่กลายเป็นองค์กรใหญ่โตอำนาจมากเปลืองงบประมาณ ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำ มีแต่ไทยแลนด์โอนลี 

(หน้า 6)

บทความก่อนหน้านี้‘พ่ออุเทน’ ขอโอกาสส่ง สามัญชน เข้าสภา แก้ปัญหาชุมชน พรรคเล็กเพื่อคนตัวเล็ก
บทความถัดไปเลือกตั้ง 2562 : สื่อเสียดสี เพิ่มดีกรีความฮา สะท้อนองศาการเมืองไทย