FootNote : อำนาจการต่อรองการเมือง พลังประชารัฐกับ‘ขั้วที่ 3’

อะไรคือปัจจัยทำให้แนวอันมี พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ปรากฏขึ้น ณ เบื้องหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทรงความหมายแหลมคมเป็นลำดับในทางการเมือง

คำตอบ 1 เพราะว่าพรรคพลังประชารัฐได้รับเลือกเข้ามาจำนวนเพียง 115

คำตอบ 1 เพราะมีพันธมิตร 245 ต้านการสืบทอดอำนาจ

คำตอบ 1 มีความจำเป็นที่พรรคพลังประชารัฐจะต้องรวบรวมเสียงให้ได้มากกว่า 251 เพื่อไปผนวกรวมกับ 250 ส.ว.ที่มีอยู่

ตรงนี้เองที่ 52 ของพรรคประชาธิปัตย์ 51 ของพรรคภูมิใจไทย กับ 10 ของชาติไทยพัฒนาทรงความหมาย

กลายเป็นปัจจัยชี้อนาคตคสช. พรรคพลังประชารัฐ

ต้องยอมรับว่าหากไม่มีพันธมิตร 245 ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช. หากไม่มีข้อเสนอ “ปิดสวิตช์ ส.ว.”อันกำลังขับเคลื่อนโดยพรรคอนาคตใหม่

สถานะของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติ ไทยพัฒนา จะไม่เนื้อหอมอย่างนี้

กระนั้น ความเนื้อหอมของ 3 พรรคนี้ก็มีลักษณะ “เสี่ยง”

เป็นการเสี่ยงเพราะการปรากฏขึ้นของพันธมิตร 245 เสียงหรือข้อเสนอให้ปิดสวิตช์ส.ว. มีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช.

ต้องการดับและทำลายแผนสืบทอดอำนาจที่วางผ่านกลไกแห่งรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนจากพันธมิตร 245 ส.ส. แม้จะไปสร้างบทบาทและความหมายให้กับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติพัฒนา แต่ก็จำเป็นต้องแลก

แลกระหว่างการเอาไปต่อรองเพื่อให้ได้ตำแหน่ง หรือเพื่อที่จะทำงานการเมืองให้คืนสู่ประชาธิปไตยโดยพื้นฐาน

บทบาทและความหมายที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ได้มาจึงมิได้เป็นการได้มาในแบบฟรีๆ ไม่ต้องต่างตอบแทน

แม้ว่าจะสร้างอำนาจต่อรองเหนือพรรคพลังประชารัฐ

แต่หากการได้มาซึ่งตำแหน่งทางการเมืองหมายถึงการสืบทอดอำนาจที่ก่อให้เกิดปัญหาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี

และทำให้บ้านเมืองต้องจมปลักต่อไปอีกอย่างมืดมน

บทความก่อนหน้านี้‘มงคลกิตติ์’ โวเนื้อหอม ถูกทาบทามอื้อ เย้ยคนฟ้อง ปมได้เป็น ส.ส.ให้ไปศาลไคฟง
บทความถัดไปภาพหาชมยาก พระรูป เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงร่วมกิจกรรมสมัยทรงศึกษาที่ รร.ราชินี