ไม่ทำตาม รธน.แต่ไม่แก้ :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

7 สิงหาคม 2559 ใครลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญบ้าง ยกมือขึ้น! 3 ปีผ่านไป คนลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 16.8 ล้าน คำถามพ่วง 15.1 ล้าน ยังเหลือสักกี่คน ที่ยืดอกภาคภูมิใจว่าวันนั้นตัดสินใจถูก เมื่อเห็นผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ เมื่อเห็นประยุทธ์ตั้ง ส.ว. 250 คน มาโหวตให้ตู่เป็นนายกฯ

แต่ไม่ต้องอาย สารภาพก็ได้ ว่าโดนเขาหลอกไปแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ไม่เข้าใจ โดนชักนำ คิดว่ารับแล้วจะได้เลือกตั้ง รัฐบาล คสช.จะพ้นไปเสียที เหมือนประชามติปี 2550 “รับรัฐธรรมนูญเลือกตั้งเร็ว” (ซึ่งก็หลอกเหมือนกันเพราะสร้างวิบัติ 7 ปี)

ประชามติปี 59 ไม่ใช่ประชามติ เพราะตั้งแต่เริ่มก็มัดมือชก ไม่มี choice ให้เลือก ว่าถ้าไม่รับจะทำอย่างไร คสช.จะร่างใหม่ หรือเลือกรัฐธรรมนูญเก่ามาใช้ ถ้าไม่รับ คนก็กลัวเลือกตั้งช้า หรืออาจได้อะไรที่แย่กว่า

การรณรงค์ก็ทำข้างเดียว ปิดหูปิดตาปิดปาก กรธ.โฆษณาแต่ข้อดีที่ไม่มีอยู่จริง ปิดกั้นฝ่ายไม่รับ นักศึกษาออกรณรงค์ ก็หาว่าทำเอกสารปลอม ชี้นำ ใช้อำนาจเผด็จการจับกุมคุมขัง นปช.จะตั้งศูนย์ปราบโกงก็ห้าม เสื้อแดงถ่ายภาพกับป้าย “ปราบโกง” ถูกจับขึ้นศาลทหาร

ถ้าคนไปลงประชามติรับร่าง ด้วยความเข้าใจ ด้วยความตั้งใจ อยากให้ตู่อยู่ต่อ อยากให้อำนาจ คสช.คุมประเทศตลอดกาล งั้นทำไม เลือกตั้ง 62 ที่มีประชาชนไปใช้สิทธิ 38.2 ล้าน จึงเลือกตู่แค่ 8.9 ล้าน ทั้งที่ตอนประชามติ รับคำถามพ่วง 15.1 ล้าน จาก 29.7 ล้าน

ถ้าไม่มัดมือชก ถ้าไม่หลอกประชาชน ถ้าไม่ปิดกั้นด้วยอำนาจเผด็จการ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติหรอก

ประชามติมัดมือชก หลอกลวง จับลิงมัด จับกาแฟกาโน จับคนค้านขึ้นศาลทหาร กลายเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจ สืบทอดอำนาจ แล้วตีขลุมว่าเป็นประชาธิปไตย เช่นตั้ง 250 ส.ว.ก็ผ่านประชามติแล้วไง

ในขณะที่ความรู้สึกของประชาชนไปในทางตรงข้าม ประชามติผ่าน ยังต้องรอเกือบ 3 ปีกว่าจะได้เลือกตั้ง กว่าจะร่างกฎหมายลูกแต่ละฉบับ ยังเพิ่มบทเฉพาะกาล พอมีเลือกตั้งเข้าจริงๆ ก็ไม่เหมือนที่คิดกัน ระบบพิลึกพิลั่น บัตรใบเดียว ต่างเขตต่างเบอร์ กกต.ไร้ประสิทธิภาพ ผิดพลาดเยอะ ประกาศผลคลุมเครือ เจตนารมณ์ประชาชนถูกเปลี่ยนแปลงด้วยสูตรทศนิยมเป็นใหญ่ จำนวนเต็มสอบตก ปัดเศษได้เป็น ส.ส.
วันลงประชามติ มีใครคิดไว้ไหม ว่าคนของรัฐบาลจะมาตั้งพรรคการเมือง เสนอชื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นแคนดิเดตนายกฯ ทั้งที่เป็นผู้คุมกติกา เป็นผู้อยู่เหนือกฎกติกา ด้วย ม.44 ด้วยการตั้ง สนช.มาออกกฎหมาย มาเลือกองค์กรอิสระ

วันลงประชามติ มีใครคิดไว้ไหม ว่าคำถามพ่วง คือจะตั้งกรรมการสรรหากันเอง เสนอชื่อกันเอง ตั้งพวกตั้งญาติมาเป็น ส.ว. โหวตประยุทธ์เป็นนายกฯ

คน 16.8 ล้าน 15.1 ล้าน บางส่วนอาจดีใจได้ตู่อยู่ต่อ แต่บางส่วนไม่พอใจ รับไม่ได้ ไม่คาดคิด ว่าผลจะออกมาอย่างนี้ แต่ก็จะถูกชี้หน้า คุณลงประชามติไปแล้วไง คุณต้องยอมรับ ต้องพันธนาการตัวเอง พันธนาการประเทศ พันธนาการลูกหลาน ไปชั่วกัลปาวสาน พร้อมกับคนอีก 10.6 ล้านที่ไม่รับร่าง

ความไม่พอใจของประชาชนก็จะทวีขึ้นทุกวัน เพราะรัฐธรรมนูญนี้แก้ไม่ได้ ต่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 99.99% จาก 51 ล้าน ลงประชามติต้องการแก้ทั้งฉบับ ก็แก้ไม่ได้ ถ้า ส.ว. 1 ใน 3 ไม่ยอมให้แก้ หรือศาลรัฐธรรมนูญไม่ยอมให้แก้

แน่ละ รัฐธรรมนูญนี้เขียนไว้ให้ คสช.สืบทอดอำนาจ ถ้าเกิดความผิดพลาด แบบรัฐธรรมนูญ 2550 พรรคพลังประชาชนชนะ กลไกรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ก็เล่นงานฝ่ายตรงข้าม

พอเป็นรัฐบาลประยุทธ์ กลไกต่างๆ ก็ดูเหมือนไม่เป็นปัญหา มีแต่จะหนุนช่วยกัน ทั้งองค์กรกฎหมาย องค์กรอิสระ กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 6 ผบ.เหล่าทัพ นั่งควบ ส.ว.โดยตำแหน่ง

แต่วิบัติที่จะตามมา คือความเสื่อมของระบบ จากการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องเคารพกฎเกณฑ์ เช่นไม่กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณว่า “จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” ก็ยังตีมึนหน้าตาเฉย เรื่องจบแล้ว ไม่เจตนา ประชาชนไม่ควรรู้ ฝ่ายค้านไม่ควรพูด

ไม่ปฏิญาณว่าจะรักษาและทำตามรัฐธรรมนูญ แต่พอฝ่ายค้านเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญ ก็บอกปากท้องสำคัญกว่า เอาเข้าจริงไม่ได้เห็นรัฐธรรมนูญมีคุณค่าในเชิงระบบ กฎกติกา แต่เห็นเป็นกลไกให้ใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ โดยมีอภินิหารทางกฎหมาย ไว้ปกป้องกันเอง ทำลายฝ่ายตรงข้าม

รัฐธรรมนูญนี้จึงแก้ไม่ได้ เพราะอำนาจปืนอำนาจกฎหมายไม่ยอมรับกติกา ต้องรอจนกว่าประเทศวิบัติ ค่อยรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพื่อวิบัติซ้ำเข้าไปใหญ่

บทความก่อนหน้านี้ประยุทธ์ แสดงภาวะผู้นำด้วยการขอโทษครม. ยืนยัน “ปฏิบัติหน้าที่นายกฯต่อไป”
บทความถัดไปบก.ลายจุด สับ มงคลกิตติ์ ลาออกรัฐบาลแค่โก่งราคา ชี้ “ไอ้นี่มันกะล่อน” อย่าหลงกล