รัฐบาลเลี้ยงลิง

รัฐบาลเลี้ยงลิง 

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

รัฐบาลเลี้ยงลิง – ความปั่นป่วนในรัฐบาลขณะนี้ ต้องย้อนดูตั้งแต่จุดเริ่ม คือสูตรคำนวณส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศรับรองจำนวน 150 คนนั้น มีพรรคขนาดเล็ก จำนวน 11 พรรคได้ส.ส.ไปพรรคละ 1 ที่นั่ง

ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย พรรคประชา ภิวัฒน์ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังไทยรักไทย พรรคประชานิยม พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคประชาธรรมไทย พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคพลเมืองไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ และ พรรคพลังธรรมใหม่

ทั้งหมดประกาศจับขั้ว ทำสัตยาบันจะรวมกันอยู่ฝั่งรัฐบาล สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมตรี โดยมีข้อเสนอที่แตกต่างกันไป

บ้างก็ได้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษา และอื่นๆ ตามความพึงพอใจ

สถานการณ์เช่นนี้ จึงมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา มีทั้งจับกลุ่มต่อรอง และเรียกร้องสิทธิประโยชน์ที่จะพึงมีพึง ได้ ถึงแม้จะเป็นพรรคเล็ก แต่ข้อต่อรองกลับมีอานุภาพสูงยิ่ง

พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่หัวหน้าพรรคก่อหวอดแยกตัวออกไป ขณะนี้เป็นพรรคเดียวที่ยังยืนยันว่าเป็นฝ่ายค้านอิสระ ขณะที่พรรคประชาชนปฏิรูปนั้นยื่นยุบพรรคตัวเอง และจะไปสมัครเข้าสังกัดพรรคแกนนำรัฐบาล

การเมืองกระเพื่อมอีกครั้ง ช่วงการแบ่งคณะกรรมาธิการประจำสภาทั้ง 35 คณะ ที่พรรคเล็กรวมตัวเรียกร้องขอคณะกรรมาธิการด้วย แต่ไม่ได้รับการจัดสรร เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่เปิดช่อง

ทำให้พรรคประชาธรรมไทยไม่พอใจ และประกาศแยกตัวทันที

วงการการเมืองนั้นไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ทุกอย่างเจรจาต่อรองได้ ถ้าหากสมประโยชน์กัน หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทยที่ประกาศแยกตัวจากรัฐบาล สุดท้ายก็บอกว่าแค่แยกทำงานจากกลุ่มพรรคเล็กเท่านั้น

หลังนักประสานสิบทิศหรือเส้นเลือดใหญ่ของรัฐบาลประกาศว่าเป็นคนชอบเลี้ยงลิง ต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา และขณะนี้ให้กินจนอิ่มแล้ว จึงเชื่อว่าไม่มีปัญหาเรื่องเสียงสนับสนุน

รัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ โดยมีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งไม่มากนัก เสถียรภาพจึงมีความสุ่มเสี่ยงต่อการอยู่หรือไป ขณะที่ฝ่ายค้านนั้นมีเสียงรวมกันเป็นปึกแผ่นอยู่

ถ้าหากเสียงสนับสนุนรัฐบาลเป็นลิงซุกซนและหิวอยู่ตลอดเวลาจริง ก็ยิ่งน่าเป็นห่วง

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯกทม. ชี้ตนไม่มีอำนาจสั่งให้ จยย.ขึ้นลงสะพานข้ามแยก-อุโมงค์ทางลอดได้
บทความถัดไปปู่คออี้-บิลลี่ สะเทือนใจทั่วสังคม