‘ปิยบุตร’เปิดเวทีโต้ ‘บิ๊กแดง’ แผ่นดินของเราในมุมปชต.

‘ปิยบุตร’เปิดเวทีโต้ ‘บิ๊กแดง’

ปิยบุตรเปิดเวทีโต้บิ๊กแดง’ แผ่นดินของเราในมุมปชต.

ปิยบุตรเปิดเวทีโต้บิ๊กแดง – เมื่อวันที่ 12 .. ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล..บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดเวทีบรรยายพิเศษ หัวข้อแผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย บทบาทของประชาชน ในการสร้างชาติ เพื่อตอบโต้ พล..อภิรัชต์ คงสมพงษ์    ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ต่อประเด็นต่างๆ ระหว่างการบรรยายพิเศษ หัวข้อแผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคงเมื่อวันที่ 11 .ค ที่กองบัญชาการกองทัพบก

โดยเฉพาะ พล..อภิรัชต์ พูดเกี่ยวกับการปลุกคอมมิวนิสต์, ฮ่องเต้ซินโดรมชักศึกเข้าบ้าน, นักการเมืองพบโจชัว หว่องแกนนำ ผู้ชุมนุมในฮ่องกง ใช้โซเชี่ยลปั่นหัวคนรุ่นใหม่ หวังเลียนแบบฮ่องกง, ใครยกเลิกเกณฑ์ทหาร หนักแผ่นดิน, ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปะทุขึ้นสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร และยืนยันไม่ได้ขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ห้ามแก้มาตรา 1 ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ

ปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวของประชาชนตลอดเวลา การสร้างชาติจะยึดติดวิธีคิดโยงกับเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป ต้องสร้างคุณค่าพื้นฐานร่วมกันใหม่เพื่อสร้างชาติ ประกอบด้วย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ เสมอภาพ พึ่งพาอาศัยกันฉันมิตร และเคารพความแตกต่างหลากหลายของผู้อื่น

ทั้ง 4 ข้อ ถ้าทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในคุณค่าพื้นฐานนี้ได้เราจะสร้างชาติได้ แม้จะคิดเห็นแตกต่างกัน ทะเลาะกัน สนับสนุนฝ่ายการเมืองแตกต่างกัน แต่ทุกคนเป็นประชาชนคนไทยอาศัยร่วมกัน จึงอยากเชิญชวนร่วมกันสร้างแผ่นดินของเราด้วยการเคารพความเป็นคนของผู้อื่น ถ้าทำสำเร็จจะเป็นแผ่นดินของคนไทยทุกคน

การแบ่งรูปของรัฐมี 2 เกณฑ์ คือ 1.พิจารณาจากที่มาประมุขของรัฐ เป็นราชอาณาจักรหรือสาธารณรัฐ 2.โครงสร้างการจัดวาง เป็นรัฐเดี่ยวหรือสหพันธรัฐ ซึ่งในโลกแบ่งออกได้ 4 กลุ่ม ประเทศไทยรูปของรัฐ เป็นราชอาณาจักรและเป็นรัฐเดี่ยว ต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันรัฐธรรมนูญ 2560 เวลาท่าน ผบ.ทบ.พูดอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน เพราะมาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข หรือเปลี่ยนรูปแบบของรัฐจะกระทำไม่ได้ ให้ดูรัฐธรรมนูญที่พวกท่านร่างขึ้นมาดู

การนำความเห็นนักวิชาการคนหนึ่งขึ้นมาทำลาย ความชอบธรรมของการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน เราเห็นกันอยู่แล้วว่าแก้ไม่ได้ ประกาศหลายครั้งว่าจะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เว้นไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญมาตรา 1-2

ผบ.ทบ.จะต้องไม่นำความเชื่อท่านเองมาทำลาย ขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย การแก้ตามระบบไม่มีทางเปลี่ยนแปลงระบอบหรือรูปของรัฐได้ ตรงกันข้ามคณะรัฐประหารเข้ามายึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะมีโอกาส เปลี่ยนแปลงได้ ประชาชน ส.. ที่ต่อสู้สร้างพรรคในระบบรัฐธรรมนูญที่ท่านออกแบบขึ้นมา ไม่มีวันเกินกรอบนี้ได้ คนที่มีความคิดกับคนที่มีอาวุธ ใครกันแน่ที่ละเมิดมาตรา 1 ได้

ทหารทำหน้าที่รักษาความมั่นคง จะไม่เข้ามาเล่นการเมือง หลายประเทศไม่ให้เอากองทัพมายุ่งการเมือง แต่เราทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ อย่างแนบเนียนแยบคาย การคงอำนาจกองทัพได้ต้องมีวิกฤตมีปัญหา เมื่ออยากให้กองทัพมีบทบาทการเมืองตลอดไป จำเป็นต้องทำให้ประเทศมีวิกฤตตลอดเวลา จะได้ครองอำนาจไปตลอดเพื่อแก้ไข

การใช้อำนาจพิเศษของทหารเข้ามาแก้ไขปัญหา ทางการเมือง ทำเรื่องยกเว้นให้เป็นเรื่องปกติ สถานะพิเศษกลายเป็นสถานะถาวร ปรากฏชัดที่สุดคือมาตรา 44 และที่ด่านักการเมืองเลว สร้างความแตกแยก ชักศึกเข้าบ้าน และล่าสุดคือล้างสมองคนรุ่นใหม่ เป็นการประดิษฐ์วาทกรรมให้เกิดวิกฤต ให้กองทัพมีอำนาจตลอดเวลา อยู่เหนืออำนาจพลเรือน

เรามักได้ยินคำว่าวงจรอุบาทว์การเมืองไทย มีเลือกตั้ง มีปัญหาวิกฤตคอร์รัปชั่น ขัดแย้ง รัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่จริงๆ มันคือวงจรรัฐประหารที่หยุดยั้งประชาธิปไตย การพัฒนาประชาธิปไตยต้องพัฒนาคน จะไม่มีวันพัฒนาได้ถ้ารัฐประหารตัดตอนตลอดเวลา พอชนชั้นนำรู้สึกคุมไม่อยู่ก็รัฐประหารเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อใดที่ประชาชนตระหนักรู้และรุดหน้า เมื่อนั้นก็เกิดรัฐประหาร

รัฐธรรมนูญสำหรับประเทศไทย เวลาเขียนรัฐธรรมนูญแต่ละ ฉบับเมื่อพูดถึงรูปของรัฐมักจะบัญญัติไว้ในมาตราต้นๆ ปัจจุบันประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ ซึ่งในมาตราต้นๆ มีอยู่ 3 เรื่องใหญ่ๆ ที่เขียนเอาไว้ว่า 1.ใครเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและใครเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยนั้น 2.รูปของรัฐ และ 3.ระบบการปกครอง

ปัจจุบันรัฐธรรมนูญปี 2560 ผบ.ทบ.พูดถึงมาตรา 1 เวลาที่ท่านพูดว่าเรื่องใดแก้ได้เรื่องใดแก้ไม่ได้ อยากให้หยิบรัฐธรรมนูญมาดู อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน

บทบัญญัติในมาตรา 255 พูดกันตรงไปตรงมา คือเป็นข้อจำกัดในการแก้รัฐธรรมนูญ ประเทศไทยอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ห้ามแก้ไขแล้วมีผล 1.เปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.เปลี่ยนรูปของรัฐจากราชอาณาจักรไทยหรือ 3.เปลี่ยนรูปของรัฐจากการเป็นรัฐเดียวไป

มาตรา 256 (8) เขียนไว้ว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 คือบททั่วไป หมวดที่ 2 คือหมวดพระมหากษัตริย์ หมวดที่ 15 ที่ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องผ่านประชามติคือผ่านรัฐสภาแล้วต้องผ่านประชามติอีกรอบหนึ่ง

ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 1 แก้ได้ แต่แก้ได้แล้วห้ามมีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ห้ามเปลี่ยนรูปของรัฐจากราชอาณาจักรเป็นรูปแบบอื่น, ห้ามเปลี่ยนรูปแบบรัฐแบบรัฐเดียวไปเป็นสหพันธ์ นี่คือข้อจำกัดเท่านั้นเอง และเราก็อุดดูรั่วตรงนี้ไว้ด้วยการสร้างระบบให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบในท้ายที่สุด

ถ้าใครได้อ่านรัฐธรรมนูญ เรื่องพวกนี้แก้ไม่ได้เป็นอันขาด ฉะนั้นเวลาจะวิพากษ์วิจารณ์อย่าใช้ความรู้สึก ให้หยิบรัฐธรรมนูญมาตรา 255,256 ที่พวกท่านล่างกันขึ้นมาดู

ประเด็นที่ ผบ.ทบ.พูดมานั้นจึงเป็นการเข้าใจรัฐธรรมนูญผิดทั้งหมด เป็นการนำข้ออ้างความคิดเห็นของนักวิชาการคนหนึ่งขึ้นมา แล้วใช้ทำลายความชอบธรรมในการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของซีกพรรคฝ่ายค้าน ท่านพยายามยึดโยงว่าการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง เรายืนยันแล้วว่าไม่จริง เพราะเขียนล็อกเอาไว้แบบนี้

พรรคฝ่ายค้าน ยังประกาศในที่สาธารณะหลายครั้งว่า จะไม่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และจะเว้นไม่เข้าไปแตะต้องมาตรา 1 กับมาตรา 2 ดังนั้น ผบ.ทบ.จะต้องไม่นำความเข้าใจผิด ความเชื่อของท่านเอง มาทำลายขบวนการขับเคลื่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

พวกเราจะใช้ช่องทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามระบบ เมื่อแก้ตามระบบจึงมีกรอบอยู่ว่าเพดานอยู่แค่ไหน อันที่คุณจินตนาการกันไปแก้ไม่ได้หรอก

ตรงกันข้ามคณะรัฐประหาร เวลาเข้ามายึดอำนาจการปกครองของประเทศเขาฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับ นั่นหมายความว่าข้อห้าม เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีอีกแล้ว เกิดสุญญากาศ ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นกรอบเป็นเกณฑ์ อะไรทั้งสิ้น การทำรัฐประหารต่างหากที่ฉีกรัฐธรรมนูญ

ฉะนั้นอยากให้คิดให้ดีว่าเรื่องแบบนี้ใน ท้ายที่สุดแล้วคนที่มีมือ มีปาก มีความคิด กับคนที่มีอาวุธ ใครกันแน่ที่ละเมิดมาตรา 1 และมาตรา 2 ทหารหรือกองทัพสมัยใหม่จะออกไปจากการเมือง จะทำหน้าที่รักษา บูรณภาพแห่งอาณาเขต รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร จะไม่เข้ามาเล่นการเมือง

ยกตัวอย่าง ผบ.ทบ.ต่างประเทศท่านเคยจำชื่อได้หรือไม่ แต่ทำไมประเทศไทยจำได้แม่นเลย บิ๊กนั้น บิ๊กนี้ เต็มไปหมด เคยเห็น ผบ.ทบ.ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองหรือไม่ กองทัพสมัยใหม่จะไม่มายุ่งการเมือง

ตรงข้ามกับประเทศไทยเหตุผลเดียวที่จะคง อำนาจของกองทัพอยู่ได้คือต้องมีวิกฤต ต้องมีปัญหา เพราะถ้าไม่มีวิกฤต ไม่มีปัญหา ไม่มีเรื่องความมั่นคง กองทัพก็ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง ดังนั้นถ้าอยากจะทำให้กองทัพครองอำนาจอยู่ตลอดไป มีบทบาทในทางการเมืองต่อไป จึงจำเป็นต้องให้ประเทศนั้นมีวิกฤตตลอดเวลา

การทำเรื่องข้อยกเว้นนั้นให้เป็นเรื่อง ทั่วไป เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่เป็นเรื่องยกเว้นก็เป็นเรื่องหลัก ไม่ใช่ข้อยกเว้นอีกต่อไป สถานะพิเศษในช่วงยกเว้นจึงกลายเป็นสภาวะถาวร ปรากฏที่เห็นชัดที่สุดคือมาตรา 44 ที่อยู่กับเราจนคุ้นชิน จนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้ทุกท่านคิดว่าแก้ปัญหาไม่ได้ยังคิดถึงมาตรา 44 นี่คือกระบวนการทำให้อำนาจพิเศษเป็นเรื่องปกติ และอยู่กับเราอย่างถาวร แต่ถ้าหายไปเมื่อไหร่ ก็ไม่มีความจำเป็นที่กองทัพจะเข้ามาแทรกแซงการเมือง

ดังนั้น จึงต้องมีขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างผลิตผ่านวาทกรรมต่างๆ ภัยต่อความมั่นคง ภัยต่อคอมมิวนิสต์ มีบุคคลที่มีพฤติกรรมจาบจ้วง จ้องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ มีคนที่มีความคิดแบ่งแยกดินแดน นักการเมืองเลวทุจริตคอร์รัปชั่น มีความขัดแย้งกันจนบ้านเมืองจะแตกแยกลุกเป็นไฟ ชักศึกเข้าบ้าน

ล่าสุดล้างสมองคนรุ่นใหม่ เพื่อนำมาสู่คำว่าเกิดวิกฤต จึงต้องมีอำนาจพิเศษครองไว้ตลอดเวลาบ้าง มาในรูปของทหารยึดอำนาจ มาในรูปกองทัพแทรกแซงทางการเมือง บ้างก็แปลงกลายไปอยู่ในองค์กรที่ชื่อว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราช อาณาจักร (กอ.รมน.) บ้างก็ประดิษฐ์คำว่าสถาบันการเมืองขึ้นมาใหม่ วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งและมีทหารนายพลนั่งเต็มไปหมด

ส่วนที่ ผบ.ทบ.บอกว่าประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่กับ Hybrid Warfare หรือ สงครามลูกผสม แต่นานาประเทศมองไทยเป็น Hybrid Regime

ระบอบลูกผสม มี 8 ข้อ คือ 1.เผด็จการที่มีการเลือกตั้ง 2.อุดมการณ์บังหน้าเพื่อผลประโยชน์ 3.โครงการช่วยคนจนแต่เอื้อทุนใหญ่ 4.สัมปทานรัฐที่ไม่ได้ทำเพื่อรัฐ 5.ล่าอาณานิคมภายใน 6.ประวัติศาสตร์ที่ไร้ประชาชน 7.ถอยกลับกรมกองแต่ตบเท้าเป็นระยะ 8.ศัพท์ใหม่แต่วิธีคิดแบบเก่า

การบรรยายของ ผบ.ทบ. มีคำใหม่ๆ เต็มไปหมด แต่สิ่งที่ท่านพูดกระบวนทัศน์ยังอยู่ในยุคสงครามเย็น มองความคิดแตกต่างคือสิ่งที่ผิด ฝ่ายความมั่นคงต้องไปจัดการ สร้างความหวาดกลัว แบ่งแยกแล้วปกครอง

ขณะที่ความมั่นคงสมัยใหม่พูดถึงเทคโนโลยี การแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน ปัจจุบันจาก Warfare เปลี่ยนเป็น Lawfare แล้ว ปัจจุบันการยึดอำนาจโดยใช้อาวุธโลกไม่ยอมรับ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นใช้กฎหมายเข้าจัดการ

ประเทศไทยติดหล่มขัดแย้งมา 13 ปี หนุ่มสาวไม่เห็นอนาคต คนวัยทำงานไม่ขยับชนชั้น คนสูงอายุไม่แน่ใจจะส่งมอบสังคมแบบไหน เผชิญปัญหากับดักรายได้ปานกลาง ความเหลื่อมล้ำ ไม่มีสวัสดิการที่ดีเพียงพอ ความแตกแยก ซึ่งใหญ่และยากเกินกว่าจะฝากไว้กับ 3 กลุ่ม คือ 1.กองทัพที่ไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย พร้อมแทรกแซงการเมืองพร้อมรัฐประหาร ติดหล่มสงครามเย็น 2.สื่อยุยงปลุกปั่น ดาวสยาม 4.0 และ 3.รัฐบาลสืบทอดอำนาจ ที่ตอนอำนาจล้นมือยังแก้ปัญหาไม่ได้เลย จะปล่อยให้เข้ามาแก้ไขปัญหา ผมคิดว่าไม่มีทาง จึงอยากเชิญชวนให้มาร่วมพูดคุย อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ต้องเลิกสร้างศัตรูในใจ เพราะสร้างแล้วก็ต้องการแต่ทำลายศัตรู โดยไม่คิดว่าจะอยู่ร่วมกันได้

ปรากฏการณ์ของพรรคอนาคตใหม่เป็นการเกิดขึ้น จริง อย่าไปหลอกลวงในใจว่าเป็นการปลุกปั่นล้างสมอง มีคนจำนวนมากตื่นรู้แล้ว ถ้ามองถูกปลุกปั่นแก้ไม่ตรงจุด ท่านก็คิดตลอดมีผู้ไม่หวังดี มีมาสเตอร์มายด์อยู่เบื้องหลัง ก็แก้ไม่ได้ จะจับขัง ปรับทัศนคติ หลายครั้งหลายหนก็แก้ไม่ได้ ถ้าแก้ได้คงไม่เกิดนโยบาย 66/2523 ที่สุดท้ายนำคนหนีเข้าป่ากลับมาร่วมกัน

อย่ากังวลใจกับผมกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่ และคนที่สนับสนุน ท่านอาจคิดว่าผมเป็นพวกซ้ายจัดดัดจริตชอบปฏิวัติ ที่ผมศึกษาเรื่องการปฏิวัติเพื่อเป็นบทเรียน และคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ ผมศึกษาการปฏิวัติ แต่สนับสนุนการปฏิรูปให้คนในชาติอาศัยร่วมกัน

ยอมรับว่าทั้ง ผบ.ทบ. และผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง แต่เราพร้อมที่จะปฏิรูปประเทศไปด้วยกันกับท่าน การที่ท่านบรรยายนั้นไม่เป็นผลดี มีแต่ตอกลิ่มสร้างความแตกแยกแล้วปกครอง เหมือนสมัยสงครามเย็นโจมตีคนว่าเป็นคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์เป็นศัตรูของชาติ กำจัดได้

ผมเห็นใจวีรกรรมของบิดาท่าน ฟังแล้วก็น้ำตาซึม แต่คนธรรมดาก็บาดเจ็บล้มตายจากสงครามในประเทศเหมือนกัน แทนที่จะยอมรับความเป็นจริงว่ามีคนต้องการแบ่งสันปันส่วนอำนาจ แต่ท่านแปะป้ายเป็นคนถูกยุยงปลุกปั่น จำลองให้เกิดสงครามเย็นในประเทศขึ้นมาอีก ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และทำให้เกิดแตกแยกทางรุ่น

ผมกับนายธนาธรไม่เคยมีความคิดแบ่งแยกรุ่น คนทุกรุ่นต่างใฝ่ฝันถึงอนาคตร่วมกัน อยากให้ท่านทำความเข้าใจคุยกับคนหนุ่มสาว คิดอย่างไร อย่าเอาบทเรียนไปยัด การบรรยายของ ผบ.ทบ.เป็นจุดเน้นย้ำชัดเจนว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย และสถาปนาหลักการรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ

การบรรยายของผมในวันนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น เลยถ้าไม่มีการบรรยายเมื่อวานนี้ แล้วสาเหตุที่ผมจำเป็นต้องออกมาบรรยายในหัวข้อนี้อย่างชัดเจน เพราะผมกังวลใจว่าการบรรยายของ ผบ.ทบ.จะสร้างปัญหาลุกลามบานปลายไปมากกว่าเดิม จะสร้างความแตกแยกให้กับคนในชาติมากกว่าเดิม

ผมบรรยายในวันนี้เพื่อสื่อสารไปยัง พล..อภิรัชต์ ให้ท่านยอมรับความเป็นจริง เดินหน้าปฏิรูปประเทศร่วมกันพร้อมกับทุกพรรคการเมือง พร้อมกับนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมกับคน ทุกรุ่นทุกวัย

คนในชาติ สร้างชาติแห่งนี้ขึ้นมาด้วยประชาชน ยึดมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ พึ่งพาอาศัยกันฉันมิตร เคารพความแตกต่างหลากหลายของคนภายในชาติ

มีแต่หนทางนี้เท่านั้นที่จะนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤตได้

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่” ฟังแล้ว “บิ๊กแดง” ทอล์กเดือด เชื่อสาระสำคัญ ปลูกฝังรักชาติ!
บทความถัดไปเด็กหญิงใจสลาย! เทศบาล “ยิงดับ” ตูบเพื่อนรัก แลกฆ่าจ้างกำจัด-ทั้งที่ไม่ใช่หมาเร่ร่อน (คลิป)