คอลัมน์ สัมภาษณ์พิเศษ : โหรดังส่องดวงเมืองหลังสงกรานต์

คอลัมน์ สัมภาษณ์พิเศษ

ด้วยนางสงกรานต์ ปี 2560 มีนามว่า “นางกาฬกิณีเทวี” เสด็จมาบนหลังคชสาร อาวุธคู่กายมือขวาถือขอช้าง มือซ้ายถือปืน จึงว่ากันว่าปีนี้เป็นปีแรง

บ้านเมืองจากนี้จะต้องประสบกับเหตุการณ์อะไรบ้าง มีคำทำนายจากโหราจารย์ชื่อดัง

ภิญโญ พงศ์เจริญ

นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

การกำหนดวันสงกรานต์คือวันที่ดวงอาทิตย์โคจรครบ 360 องศา ยกจากราศีมีนเข้าราศีเมษซึ่งตรงกับวันที่ 14 เม.ย.60 เวลา 02.49 นาที 12 วินาที เป็นวันพฤหัสบดี แรม 3 ค่ำ เดือน 5 ปีระกา อัฐศก จุลศักราช 1378 ถือเป็นวันทางสุริยคติ

ส่วนนางสงกรานต์มีนามว่า กาฬกิณีเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จไสยาสน์หลับเนตร มาเหนือหลังกุญชร

เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดี ซึ่งพระพฤหัสฯ มีอิทธิพลเกี่ยวกับเรื่องของศาสนา นักบวช วัดวาอาราม การศึกษา การแพทย์ กฎหมาย ตุลาการ การเดินทาง รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ตามตำราดอกมณฑาคือดอกไม้สวรรค์ อาจสื่อว่ามีการสูญเสียบุคคลสำคัญ ซึ่งช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่เรายังอยู่ในบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าอยู่ ส่วนอาภรณ์แก้วมรกต เปรียบเสมือนว่าสีเขียวยังปกครองบ้านเมืองอยู่ต่อไป

ส่วนหัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืนนั้น ขอช้างเปรียบเสมือนการบังคับใช้กฎหมายจะเข้มงวดขึ้น อาจจะเป็นเรื่องของมาตรา 44 หรือกฎหมายอื่นๆ ส่วนปืนก็เปรียบเสมือนการใช้กำลังยุทโธปกรณ์ต่างๆ ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับนางสงกรานต์หรือควาญ ซึ่งหมายถึงรัฐบาลคสช.ซึ่งจะใช้ตะขอบังคับช้าง ซึ่งก็คือประชาชน แต่ช้างถือเป็นสัตว์ที่ฉลาด หมายความว่าประชาชนจะมีความรู้ตื่นตัวมากขึ้น

วันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ ตามตำราระบุว่าจะแพ้ท้าวไท พระสงฆ์ราชาคณะจะได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจนัก ฝนจะน้อย จะไถไร่ไถนายากนัก สมณพราหมณ์จะเจ็บไข้ ให้เกรงผู้ใหญ่จะผิดใจกันแล หมายความว่าจะเกิดความร้อนใจหรือผิดใจกันของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

เกษตรกรรมก็จะมีปัญหา ปลูกข้าวแล้วก็จะเกิดความเสียหาย ส่วนวันเนาปีนี้ตรงกับวันศุกร์ พยากรณ์ว่าพริกจะแพง แร้งกาจะตายห่า สัตว์ป่าจะเกิดอันตราย แต่แม่ม่ายจะได้ลาภ คืออาหารการกินจะแพงแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิสตรีจะได้รับการเอาใจใส่

และวันเสาร์ถือเป็นวันเนาอีกวัน พยากรณ์ว่าข้าวปลาจะแพง จะเกิดเพลิงไหม้ใจกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ข้าวจะตายฝอย น้ำจะน้อยกว่าทุกปี ชีพราหมณ์จะร้อนใจนัก พลาผลผักจะแพงแล ก็ให้ระวังเรื่องฟืนไฟ

ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันเถลิงศก พยากรณ์ว่าผู้ปกครองจะเรืองอำนาจ มีชัยชนะแก่ศัตรูทั่วทิศานุทิศ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.เป็นต้นไป ดาวอังคารจะย้ายจากราศีเมษเข้าราศีพฤษภ โดยต้นราศีคือพระอาทิตย์ ปลายราศีคือดาวอังคาร ทั้งสองดวงขนาบด้วยดาวมฤตยูซึ่งเป็นราศีธาตุไฟจะทับลัคนาเมือง ดังนั้นช่วงดังกล่าวต้องระมัดระวังเรื่องของความรุนแรง การเกิดอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ การก่อการร้ายวินาศกรรม โดยเฉพาะเรื่องของไฟมากเป็นพิเศษ

ในเรื่องทางการเมืองนั้นยังเขม็งเกลียว คุมเชิงกันอยู่ เพราะดาวบาปพระเคราะห์เล็งกันอยู่ รอเวลา แปลว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศจะยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ดังนั้นสถานการณ์โดยรวม คือให้ระวังช่วงสงกรานต์เป็นพิเศษ เพราะดาวพฤหัสบดีถือว่าคุ้มชะตาบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยนั้นเกิดอ่อนแรง เพราะโคจรอยู่ในอริภพ ทำให้ดาวไม่สามารถคุ้มครองบ้านเมืองได้เต็มที่ จึงเป็นช่วงที่ต้องระวังเรื่องของอุบัติเหตุโดยเฉพาะเรื่องของไฟไหม้ รวมถึงเรื่องของความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองจะผ่อนคลายหรือไม่หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้นั้น ในภาพรวมสถานการณ์ทางการเมืองจะมีทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป แต่ถ้าจะให้สถานการณ์รวมทั้งบรรยากาศดีขึ้นจริงๆ ต้องหลังจากวันที่ 6 ก.ย.เป็นต้นไปแล้ว

สถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ดาวพฤหัสบดีโคจรเคลื่อนเข้าราศีตุลและจะอยู่ตรงนี้นานเป็นปี และโคจรเล็งดาวพระอาทิตย์ซึ่งเป็นคู่มิตรในดวงเมือง นอกจากนี้ดาวพฤหัสบดีโคจรเข้าภพที่ 7 ส่งผลให้ทั้งเรื่องของกฎหมาย การแพทย์ การศาสนา รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะดีขึ้น

ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมก็จะค่อยๆ ดีขึ้นด้วยเช่นกัน สิ่งที่ตกลงกันไม่ได้ในช่วงแรกๆ ก็จะตกลงกันได้เสียที

อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา

นักพยากรณ์ชื่อดัง

วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13 เม.ย. ตามปกติวันที่ 13 ถือเป็นวันที่แรงอยู่แล้ว หลายๆ คน หลายๆ ประเทศมีความเชื่อเรื่องตัวเลข 13 กันมาก เพราะทุกคนอยู่ภายใต้ตัวเลข 13 เป็นเพราะพลังของตัวเลขนี้ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก

เรื่องของอุบัติเหตุต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะอุบัติเหตุความรุนแรงอาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ซึ่งเป็นเทศกาลสงกรานต์ ดาวมฤตยูอยู่ราศีเมษ มฤตยูคือภัยพิบัติ เป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลงแต่ก็จะมีทั้งด้านดีและด้านร้าย มันเข้ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว และจะอยู่ไปอีก 7 ปี

ดวงโลก ดวงเมือง ดวงประเทศไทยลัคนาอยู่ในราศีเมษ แต่ดวงไทยอาจร้ายกว่านั้นเพราะมีดาวอังคารอยู่ในราศีเมษด้วย ดวงเมืองทหารต้องเป็นใหญ่ ต้องเป็นคนมีพลังอยู่ตรงนั้น ถ้ามฤตยูเข้าไปอยู่ในราศีเมษเมื่อไหร่วงการทหารแตกฮือ

สำหรับดวงเมืองช่วงหลังปีใหม่ไทยเป็นช่วงที่ดวงโลกมีการเปลี่ยนแปลงพอดี ดังนั้น ไม่แปลกที่ดวงเมืองของประเทศไทยจะเปลี่ยนตามไปด้วย ดวงเมืองแรงอยู่แล้วเพราะดาวมฤตยูอยู่ในราศีเมษ เป็นดวงเมือง ดวงโลก ราศีเมษเข้ามาทับมฤตยู เจ้าเรือนของดาวราศีเมษคือดาวอังคารจ่อเข้ามาอยู่แล้ว ดวงเมืองอยู่ราศีพฤษภก็กระทบไปถึงดาวอังคารด้วย

แต่ปีนี้ดาวพฤหัสฯ อยู่ในราศีกันย์ซึ่งเป็นอริกับดวงเมืองจะทำให้ศาสนาและความคิดของคนเสื่อม เพราะปีนี้ดาวพฤหัสฯ มันเสีย แต่หลังเดือนตุลาคมไปแล้วดวงเมืองจะดีขึ้น เน้นเรื่องการท่องเที่ยวจะดี

ในช่วงปี 2560 จะมีช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ เริ่มตั้งแต่หลังสงกรานต์เป็นต้นไป หนักที่สุดช่วงเดือนพฤษภาคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น จะมีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะอาทิตย์ทับดาวเสาร์หมายถึงการเงิน การลงทุน เศรษฐกิจ

ดวงเมืองจะมีปัญหาเยอะแต่จะระบุเฉพาะเจาะจงไม่ได้ว่าเปลี่ยนแปลงและรุนแรงในด้านไหน อาจมีการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขทำการก่อสร้าง หรืออาจเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุนกับต่างชาติก็ได้ จะมีความรุนแรงไปตลอดจนถึงวันที่ 15 มิถุนายน

การประกาศใช้รธน.ใหม่จะช่วยคลายสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้หรือไม่นั้น อาจไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร แต่ก็จะไปเรื่อยๆแบบนี้เหมือนเดิม ต้องมีทหารเข้ามามีส่วนร่วมในด้านใดด้านหนึ่ง เมืองไทยถึงจะอยู่ได้ นายกฯ ต้องฟังเสียงของประชาชนด้วย

โสรัจจะ นวลอยู่

เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย”

วันที่ 13 เม.ย.ดาวสำคัญคือดาวอังคาร คือดาวเลข 3 ย้ายออกจากลัคนา ดวงเมืองอยู่ในราศีเมษ เลข 3 ดาวอังคารย้ายออกวันที่ 13 เป็นวันแรก และไปย้ายไปอยู่ในภพที่ 2 ของดวงเมือง คือเข้าไปอยู่ในราศีพฤษภ และลัคนาดวงเมืองราศีเมษยังมีดาวมฤตยูครองอยู่ไปอีกประมาณ 6 ปีกว่าๆ

พอดาวอังคารย้ายจากราศีเมษไปเข้าราศีพฤษภ เกี่ยวกับทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านเมือง และดาวเลข 3 นอกจากเศรษฐกิจแล้วยังเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่เป็นเช่นนี้เพราะดาวอังคารเล็งดาวเสาร์ ซึ่งอยู่ในราศีพิจิก อยู่ในภพมรณะของดวงเมือง

ดาว 2 ดวงนี้พอเจอกันจะเพิ่มความรุนแรงของเรื่องที่เคยเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้หมด พร้อมทำมุมกับราหู นอกจากเล็งดาวเสาร์แล้วยังทำมุมกับราหูที่อยู่ในราศีสิงห์ เมื่อโยงมาจะเป็นรูป 3 เหลี่ยมเรียกว่าหักศอก และตัวดาวเสาร์เองก็เดินแบบไม่ปกติ คือเดินนำหน้าแล้วถอยหลังกลับในช่วงสงกรานต์

ราหูไปเพิ่มความรุนแรงให้กับดาวเสาร์กับดาวอังคารด้วย ทำให้ปีนี้หนักในเรื่องภัยพิบัติ เรื่องน้ำ อาจจะทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำอาจจะมาจากทะเล อาจจะเกิดพายุ หรือสึนามิ อาจเป็นพายุใหญ่ได้ เช่น พายุเกย์ เหมือนอะไรที่ไม่เคยเกิดมานานแล้วก็จะเกิด

ส่วนดาวพุธ เลข 4 เป็นวินาศ โคจรอยู่ในราศีมีนเป็นวินาศกับลัคนาราศีเมษ เกี่ยวกับด้านการเจรจา ความคิด เมื่อมาอยู่ในภพวินาศก็ทำให้บุคคลทั่วไปอารมณ์ร้อน การตัดสินใจน้อย อาจจะผิดพลาดใหญ่หลวงได้ หรือเกิดการทะเลาะขัดแย้งกันอย่างไม่มีเหตุผล อาจจะทางสื่อทั่วไปได้เพราะดาวพุธเกี่ยวกับด้านสื่อด้วย

ดังนั้น ช่วงปีนี้ก็ต้องระวังด้านอารมณ์ ด้านการเจรจา รวมถึงการเจรจากับต่างประเทศด้วย เพราะต่างประเทศจะขัดแย้งกับเราได้

ดาวพฤหัสฯ เลข 5 อยู่ในราศีกันย์ เดินนำหน้าแล้วถอยหลังเหมือนดาวเสาร์ ตอนนี้ราศีกันย์อยู่ในภพอริ ภพศัตรู เกี่ยวกับด้านต่างประเทศด้วย อาจเกิดการขัดแย้งเกี่ยวกับการติดต่อด้านธุรกิจการเงินจะประสบผลค่อนข้างยาก

ดังนั้น ต้องใช้ความอดทนให้มาก พยายามใจเย็น เพราะหากใจร้อนจะร้อนยิ่งกว่าอากาศ เนื่องจากอิทธิพลมาจากดาวพฤหัสฯกับดาวเสาร์ ที่ในปีระกาทำให้อากาศร้อนอย่างไม่เคยร้อนมาก่อน อาจมีคนล้มป่วยหรือเสียชีวิตค่อนข้างมาก จึงต้องระวังให้ดี

เวลาฝนจะมาโดยไม่รู้ล่วงหน้าต่อเนื่องหลายวัน จะทำให้น้ำท่วมทุกภาคของประเทศค่อนข้างใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่กทม. ก็อาจเจอน้ำท่วมจะใหญ่มาก ซึ่งต้องเตือนเพราะเกรงว่าจะเกิดฝนตกใหญ่และน้ำขังอยู่นาน

ส่วนทางภาคใต้ ตะวันออก อาจจะมีน้ำท่วมมากเช่นกัน ภาคเหนือจะมีดินถล่ม แผ่นดินไหว บางทีอาจมาถึงกทม.ได้ ซึ่งปีนี้จะเป็นปีสุดๆ ของภัยพิบัติ

ส่วนเรื่องดีๆ เกี่ยวกับต่างประเทศบางเรื่อง เช่นกีฬา เราจะไปชนะ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอยู่หลายประเภท นอกจากมวยไทย มวยสากล อาจมีฟุตบอล แบดมินตัน กอล์ฟ เทนนิส หรือกีฬาใหม่ๆ จะสร้างชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง และจะมีแขกผู้ใหญ่จากต่างประเทศมาเยี่ยมเยือนเราค่อนข้างเยอะพอสมควร

ส่วนดวงเมืองหลังปีใหม่ไทยน่าจะดีตั้งแต่เดือนสิงหาคม อาจจะเริ่มมีข่าวดีบางเรื่อง ประชาชนมีความสามัคคีกันบ้าง เริ่มมาพูดคุยกัน ถือว่าสถานการณ์ไปเรื่อยๆมากกว่า ยังไม่ถือว่าดีขึ้นเท่าไหร่

ดังนั้นช่วงไหนของปี”60 สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือระวังเรื่องอุบัติเหตุรถยนต์ ปีนี้ค่อนข้างเยอะ อย่าประมาท และให้ระวังสุขภาพด้วย เพราะมีทั้งฝนตก แดดออกและหลายเรื่องเกิดขึ้น และทำความดีให้กับบ้านเมืองด้วย ทุกอย่างเราทำอะไรได้ควรทำ

อรรถพล น้อยวงศ์

ผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์สากล

มหาสงกรานต์ 13 เม.ย.ปีนี้ ตรงกับดาวพุธหมายถึงการสื่อสาร นอกเหนือจากการสื่อสารแล้วยังหมายถึงลักษณะของการติดต่อเจรจา ความคล่องตัวในการประสานงานก็ได้ ปีนี้ความคล่องตัวในการเจรจากับต่างประเทศมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก

เช่น การเจรจาของรัฐบาลกับทางต่างประเทศ ไม่ว่าจะยุโรปหรือเอเชีย โดยเฉพาะในส่วนของเอเชียด้วยกันเองจะดี เพราะมีเรื่องของความเป็นมิตร ทำให้ผลที่จะได้รับเป็นผลที่ดี ดังนั้น ภาพรวมจะส่งผลให้เกิดเรื่องดีๆ โดยเฉพาะเรื่องของการติดต่อสื่อสาร

ส่วนภาพรวมดวงเมืองหลังปีใหม่ไทยนั้น มองว่าดีขึ้นแน่นอน เพราะตามหลักของเลขศาสตร์สากลคือปีนี้เป็นดาวที่เริ่มต้นใหม่ จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีขึ้น ล้างของเก่าแล้วปรับปรุงสิ่งใหม่ๆ ซึ่งค่อนข้างที่จะดี

แต่เรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องรอเวลาสักระยะ ไม่ใช่บอกว่าดีกว่าเดิมแล้วจะดีขึ้นทันที แต่แน่นอนว่าในปี”60 ดีกว่าช่วงปี”57-59 อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของการเงิน การค้า การทำธุรกิจต่างๆ

เรื่องของความขัดแย้งวุ่นวายในบ้านเมือง ก็ดีขึ้น เพราะอย่างที่บอกว่าปีนี้ไปตกเรื่องของการเจรจา ซึ่งปีที่ผ่านมาอาจจะประสบปัญหาเรื่องของการเจรจาที่ไม่ค่อยสำเร็จ แต่ปีนี้จะดีขึ้น คำว่าดีขึ้นหมายความว่าอาจจะดีขึ้นในปีนี้แล้วค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองหลังจากนี้ที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ในบ้านเมืองได้ หรือไม่ แน่นอนว่าบรรยากาศจะดีขึ้นแต่ก็ไม่ใช่จะดีไปเลย ซึ่งจะเป็นในลักษณะของดีขึ้นกว่าปีก่อนๆ มีเรื่องของความปรองดอง รอมชอมกัน การสื่อสารระหว่างผู้นำกับประชาชนดีขึ้นกว่าปีที่ ผ่านมา

ส่วนปัญหาภัยธรรมชาติในปี”60 ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง อาจต้องเป็นห่วงช่วงปี”63 ซึ่งตรงนั้นต้องมาดูกันอีกครั้ง แต่ปีนี้ไม่มีอะไรที่ต้องห่วงเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ แต่หากต้องระวังก็เป็นเรื่องของลมมากกว่า เช่น จะหนาวมากขึ้น ซึ่งไม่มีอะไรที่กระทบมาก ทำให้ไม่ต้องกังวลหรือเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษในปี”60 คงเป็นช่วงเดือนเม.ย. เพราะถือว่าเป็นช่วงของการปรับเปลี่ยนดวง ตั้งแต่หลังวันที่ 1 มิถุนายน 60 ก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วงกลางเดือนเมษายนถือว่าเป็นช่วงปรับเปลี่ยนดวงทำให้ยังไม่นิ่ง

ขณะที่ดวงผู้นำประเทศ เช่น นายกรัฐมนตรีปีนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร การทำงานจะราบรื่นขึ้น ประกอบกับการเจรจาจะมีความสำเร็จมากกว่าปีก่อนๆ สามารถสื่อสารให้ประชาชนเกิดความเข้าใจได้มากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ ยุทธจักรแปดแฉก : พล.ต.อ.จักรทิพย์ กำชับทุกหน่วยดูแลประชาชน กวดขันจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย
บทความถัดไปคอลัมน์ ทะลุคนทะลวงข่าว : วิวาทะลดวาระ”กำนัน” ยงยศ-อดีตผู้ว่าฯต้าน สปท.เสรี-แจงด้านดี