ไม่รอด

ไม่รอด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ 

ไม่รอด – การคาดการณ์ของคนทั่วไปส่วนหนึ่งเห็นว่าไม่เกินความคาดหมาย สำหรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญต่ออนาคตทางการเมืองของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

คำว่า “ไม่รอด” ซ้ำรอยคดีทางการเมืองหลายๆ คดีก่อนหน้านี้

นายธนาธรพ้นสภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับจากวันที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว วันที่ 23 พ.ค. 2562

เนื่องจากกรณีถือหุ้นสื่อบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.

ประเด็นสำคัญของการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า บริษัท วีลัค-มีเดีย จำกัด ยังคงเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อมวลชนในวันที่พรรคอนาคตใหม่ส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครส.ส. แก่กกต.ผู้ร้องเรียนคดีนี้

แม้นายธนาธรพยายามโต้แย้งว่าด้วยเจตนาของการถือหุ้นกับการแทรกแซงสื่อ ไม่ปรากฏ ไม่เคยปรากฏ และไม่อาจปรากฏ เนื่องจากเลิกกิจการยุติการผลิตนิตยสาร และเลิกจ้างพนักงานไปแล้วตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2561

แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า บริษัทยังสามารถประกอบกิจการเมื่อไรก็ได้

กรณีนี้จึงเป็นความแตกต่างกันระหว่างทฤษฎีกับการปฏิบัติ แต่ถึงที่สุดก็ต้องยึดถือตามคำวินิจฉัยของศาล

แน่นอนว่าผู้คนในสังคมต้องเคารพคำตัดสินของศาล เหมือนกับคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่การจะเชื่อหรือไม่เชื่อบุคคลทางการเมือง เป็นสิทธิเสรีภาพตามความคิดเห็นของแต่ละคน

หลังจากการตัดสินคดีนี้ นายธนาธรยังเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 สภาผู้แทนฯ ในฐานะคนนอก

นายธนาธรไม่ใช่สมาชิกของสภาผู้แทนฯ อีกต่อไป และจะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองนี้อีก แต่จะเป็นผู้แทนของประชาชนได้หรือไม่และในรูปแบบใด ขึ้นอยู่กับการยอมรับและการตัดสินของประชาชน

เช่นเดียวกับการถือครองหุ้นสื่อมวลชน จะเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่อไปว่า บุคคลผู้มีตำแหน่งทางการเมืองได้ใช้ช่องทางใดในการแทรกแซงสื่อ หรือถือครองอิทธิพลสื่อหรือไม่

เพราะการปฏิบัตินั้นส่งผลมากกว่าทฤษฎี

บทความก่อนหน้านี้โฆษก ปชป. ยัน ส.ส.พรรคถือหุ้นสื่อ ทุกบริษัทไม่จดแจ้งการพิมพ์ ต่างจาก ‘ธนาธร’
บทความถัดไปขอกินกับเพื่อนครั้งสุดท้าย! หนุ่มตั้งใจจะบวชชวนเพื่อนเลี้ยงส่งตัวเอง ขี่ออกจากร้านชนเก๋งตาย2ศพ