โป๊ปฟรานซิส : พระสันตะปาปายินดีไทยได้เลือกตั้ง ชี้เป็นก้าวสำคัญกลับสู่ประชาธิปไตย

โป๊ปฟรานซิส : พระสันตะปาปายินดีไทยได้เลือกตั้ง

โป๊ปฟรานซิส : พระสันตะปาปายินดีไทยได้เลือกตั้ง ชี้เป็นก้าวสำคัญกลับสู่ประชาธิปไตย – BBCไทย

การเลือกตั้ง การกลับคืนสู่ประชาธิปไตย การเคารพความเห็นต่างและวิกฤตการณ์ผู้อพยพ เป็นส่วนหนึ่งของประเด็นที่พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงหยิบยกขึ้นมาระหว่างกล่าวประทานสุนทรพจน์ที่ทำเนียบรัฐบาล

เวลา 09.00 น. วันนี้ (21 พ.ย. 2562) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้เสด็จขึ้นแท่นรับความเคารพ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเสด็จมายังตึกสันติไมตรี เพื่อประทานสุนทรพจน์แก่คณะรัฐมนตรีและคณะทูตานุทูต ซึ่งครอบคลุมหลากหลายประเด็น ตั้งแต่การเลือกตั้งของไทย ความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมและความกังวลต่อวิกฤตการณ์ผู้อพยพ

ยินดีที่ไทยมีการเลือกตั้ง

“ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศได้ผ่านการเลือกตั้ง อันเป็นก้าวสำคัญในการกลับมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย” พระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสพร้อมกับทรงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมระหว่างประเทศ และความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างประชาชนทุกหมู่เหล่า เพราะ “เราทั้งหลายทราบดีแล้วว่า ปัญหาของโลกในปัจจุบันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อทุกส่วนของโลก เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมนุษยชาติ”

ในทัศนะของพระองค์ กลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งประเทศไทยกำลังจะหมดวาระของการเป็นประธาน เป็นหนึ่งตัวอย่างของการร่วมแรงร่วมใจในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนในภูมิภาคนี้กำลังเผชิญ และยังเป็นหนทางในการที่จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรม

ทรงห่วงวิกฤตการณ์ผู้อพยพ

ช่วงหนึ่งของการประทานสุนทรพจน์ สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสถึงปัญหาเรื่องการอพยพย้ายถิ่นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่การอพยพย้ายถิ่นฐาน แต่อยู่ที่ “สถานการณ์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านจริยธรรมที่สำคัญยิ่งในยุคสมัยของเรา”

พระองค์ตรัสด้วยว่า วิกฤติการณ์ผู้อพยพนั้นไม่สามารถปฏิเสธหรือมองข้ามได้ และไทยเองเคยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงว่าเป็นประเทศที่ต้อนรับผู้อพยพ โดยเฉพาะบรรดาผู้ต้องหลบหนีจากวิกฤตการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน

“ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้ประชาคมระหว่างประเทศ ดำเนินการด้วยความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่ผลักดันให้ประชาชนต้องหลบหนีออกจากประเทศของตน และส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย มีการจัดการ และมีการควบคุม” โป๊ปฟรานซิสตรัสและทรงชักชวนให้ประเทศต่าง ๆ จัดตั้งกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของบรรดาผู้ย้ายถิ่นและผู้อพยพซึ่งต้องเผชิญภยันตราย ความไม่แน่นอน และการถูกเอารัดเอาเปรียบ

คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้อพยพ หากแต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของสังคมของเราทุกคนด้วย โป๊ปฟรานซิสตรัส

นอกจากนี้ยังทรงแสดงความห่วงใยสตรีและเด็กที่ต้องเผชิญกับความรุนแรง การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการถูกบังคับให้ทำงานเยี่ยงทาสในหลากหลายรูปแบบ

“ข้าพเจ้าของชื่นชมรัฐบาลไทย รวมทั้งบุคคลและองค์กรที่ได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อแก้ไขปัญหาอันน่าเศร้าใจและเปิดหนทางแห่งการดำเนินชีวิตที่มีศักดิ์ศรีแก่บุคคลเหล่านี้”

ชื่นชมไทยที่เคารพในความเห็นต่าง

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันหลากหลาย เป็นประเทศพหุสังคมที่ยอมรับถึงความสำคัญในการสร้างความสามัคคีและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ผู้คนมีความเคารพและยกย่องต่อวัฒนธรรม ศาสนา และความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมถึงความแตกต่างทางศาสนา

“ข้าพเจ้าจะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อแสดงถึงความสำคัญและความเร่งด่วนในการสร้างมิตรภาพและการเสวนาระหว่างศาสนา อันจะนำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของสังคม และการเสริมสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรม รู้จักรับฟัง และไม่มีการแบ่งแยก”

แม้ว่าชาวคาทอลิกจะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศไทย แต่จะพยายามอย่างเต็มความสามารถในการสนับสนุนอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ซึ่งปรากฏในเพลงชาติว่า “รักสามัคคี รักสงบ ไม่ขลาด” พระสันตะปาปาตรัส

“ผืนแผ่นดินไทยคือแผ่นดินแห่งอิสรภาพ เราทราบกันดีแล้วว่า อิสรภาพจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถที่จะเติมเต็มความรับผิดชอบที่เรามีต่อกันและกัน เพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมทุกรูปแบบ”

สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสว่า พระองค์ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ให้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงเชิญให้พระองค์มาเยือนราชอาณาจักรไทย

“ข้าพเจ้าขอยืนยันอีกครั้งถึงความปรารถนาดีของข้าพเจ้าที่มีต่อราชอาณาจักรและต่อรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอแสดงความระลึกอย่างสูงต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”

นายกฯ ระบุรัฐบาลเดินตามรอยโป๊ป

พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวต่อสมเด็จพระสันตะปาปาในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรับเสด็จพระสันตะปาปาในโอกาสเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการซึ่งนับว่าเป็นโอกาสอันพิเศษอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับนครรัฐวาติกัน เพราะนอกจากในปีนี้จะตรงกับวาระครบรอบ 350 ปี ของการจัดตั้งคณะมิสซังคาทอลิกแห่งสยามแล้ว ยังเป็นวาระแห่งการครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับนครรัฐวาติกันอีกด้วย

นายกฯ กล่าวชื่นชมและยกย่องสมเด็นพระสันตะปาปาที่ทรงให้ความสำคัญกับการสร้างความสามัคคีปรองดองระหว่างมนุษยชาติ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน การขจัดความยากจน การสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมบรรยากาศแห่งสันติภาพให้เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลไทยก็ได้มีการดำเนินการในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนา การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสร้างสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็ง การสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับประชาชนทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะสตรีและเด็ก ตลอดจนการลดความเหลื่อมล้ำ ในสังคม โดยการสนับสนุนการเข้าถึงทางการเงินอย่างครอบคลุม และการส่งเสริมระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นต้น

บทความก่อนหน้านี้PEA จับมือ OR และ GPSC ศึกษาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบบริหารจัดการพลังงานทดแทนในรูปแบบ Digital Platform ภายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station และร้านคาเฟ่ อเมซอน
บทความถัดไปCKP แถลงยันแผ่นดินไหวลาว ไม่กระทบโรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม2 จ่ายไฟปกติ