บทบรรณาธิการ : ประโยชน์สาธารณะ

อัยการเจ้าของสำนวนคดีขัดคำสั่งหัวหน้า คชส.ที่ 3/2558 และพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีคำสั่งไม่ฟ้องกลุ่มผู้ชุมนุมอยากเลือกตั้ง ซึ่งรวมตัวกันที่ลานสกายวอล์ก เมื่อช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา

เหตุผลที่มีคำสั่งดังกล่าว แม้เห็นว่าผู้ชุมนุมมีความผิดจริงตามฟ้อง แต่เห็นว่าถ้าสั่งฟ้องไปก็จะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นไปตามอำนาจของอัยการตามพ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553

อย่างไรก็ตาม การสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว ยังจะต้องส่งสำนวนและความเห็นเสนอตามลำดับจนถึงอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาสั่งการครั้งสุดท้าย ถ้าอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งคดีอย่างไร ให้ถือว่าเป็นสิ้นสุด

เป็นอีกช่องทางอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

อีกคดีที่น่ายินดี ก็กรณีชาวบ้านดอยเทวดา อ.ป่าซาง จ.พะเยา ที่ออกมาสนับสนุน การเคลื่อนไหวของกลุ่มวีวอล์ก เดินเพื่อมิตรภาพและถูกเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่แจ้งความ ดำเนินคดี

แต่ล่าสุด พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องรวมทั้งสิ้น 10 คน แต่อีกบางส่วนยังต้องถูกดำเนินคดีต่อไป ในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558

เป็นที่น่าสังเกตว่าทั่วทั้งประเทศมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามข้อหานี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาประชาชนที่แสดงจุดยืนออกมาชุมนุมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว

พนักงานอัยการซึ่งเป็นกลางน้ำของกระบวนการยุติธรรม จึงสามารถวินิจฉัยสั่งคดีไปในแนวทางเดียวกันได้

เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติไปแล้ว

ก็เท่ากับว่ากฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เริ่มครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หลังจากนี้ประเทศไทยก็จะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งโดยอัตโนมัติ

คำสั่งใดๆ ของคณะรัฐประหาร หรือกฎหมายอื่นใดที่เป็นอุปสรรคขัดขวาง จำกัดสิทธิเสรีภาพ ไม่เป็นคุณต่อการเคลื่อนไหวที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใสจึงไม่สมควรจะต้องมี

ขณะเดียวกันก็ต้องคืนความบริสุทธิ์ให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีอย่างเสมอภาค

บทความก่อนหน้านี้ข่าวสดทีวีไกด์ : สาวกผีห้ามพลาด! นัดชี้ชะตาศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก นัดสอง แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับ เซบีญา
บทความถัดไปชกไม่มีมุม : ยังไม่มีคดีฆ่าคน 99 ศพ