เซ็นจูรี่21 เผยหลายมรสุมรุมจีนฉุดยอดขายคอนโดฯ ให้ต่างชาติวูบ 50% เตรียมแผนปีหน้าลุยตลาดรีเซล

นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท เซ็นจูรี่21 ประเทศไทย จำกัด นายหน้าซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายคอนโดมิเนียมในตลาดจีนปี 2561 คาดว่าจะลดลงมากกว่า 25,000 ล้านบาท หรือราว 50% จากช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดลูกค้าคนจีนเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในไทยมากถึงปีละ กว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของบริษัทช่วงที่ผ่านมามียอดขายจากลูกค้าสูงถึง 10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2560 ขายได้ 2,600 ยูนิต มูลค่ารวมหว่า 10,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ขายได้ประมาณ 900 ยูนิต มูลค่าขายประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท โดยลดลงจากปีก่อนราว 20%

เนื่องจากขณะนี้ประเทศจีนประสบภาวะหลายด้านทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน มาตรการรัฐของจีนในการคุมเงินออกคนละไม่เกิน 50,000 เหรียญสหรัฐต่อปี ประกอบกับค่าเงินหยวนที่อ่อนค่า และโดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาลดลง ภายหลังเกิดเหตุการณ์เรือล่มภูเก็ต ทำให้บริษัททัวร์จีนในไทยลดจำนวนลงอย่างมากในทิศทางเดียวกับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งที่ผ่านบริษัททัวร์บางรายก็ใช้ช่องทางนี้ในการเป็นนายหน้านำเสนอคอนโดมิเนียมเพื่อขายให้ลูกทัวร์ชาวจีนด้วยเช่นกัน และหากสถานการณ์เศรษฐกิจจีนยังยืดเยื้อ ก็คาดว่าในปี 2562 ตลาดลูกค้าคนจีนก็ยังชะลอตัวลงอย่างต่องเนื่องไม่น้อกว่า 30% ซึ่งในส่วนของบริษัทคาดว่าจะลดลงราว 10%

อย่างไรก็ดี คนจีนยังคงนิยมซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยที่ผ่านมาไทยอยู่อันดับ 6 ของประเทศที่มีนักลงทุนชาวจีนเข้าไปลงทุนมากที่สุด รองจาก สหรัฐ ออสเตรเลีย แคนาดา สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ แต่ที่น่าจับตามองคือ คอนโดมิเนียมที่คนจีนซื้อไปจำนวนมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดกำลังทยอยโอน โดยเชื่อว่าจะมีคนจีนบางส่วนต้องการขายต่อ หรือรีเซล ซึ่งในปีหน้าบริษัทเตรียมที่จะทำตลาดรีเซลให้คนจีน เพราะมองเห็นโอกาสเนื่องจากปัจจุบันมีกลุ่มทุนจีน เข้ามาเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย ของไทยรวมแล้วประมาณ 10 แห่ง และเชื่อว่าแนวโน้มจากนี้จะมีผู้ปกครองคนจีนจะนิยมส่งเด็กมาเรียนที่เมืองไทยแพร่กลายมากขึ้นเช่นกัน อีกทั้งยังมีข้อมูลด้วยว่าชาวจีนนิยมเข้ามาทำเด็กหลอดแก้วในไทย ปีละประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งเป็นนี้ ทำให้คนจีนมีความต้องการห้องพักระยะยาวในไทย

ส่วนมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยผ่านมาตรการแอลทีเอฟ ซึ่งมองว่าเป็นการป้องกันที่ดี และยังทำให้ราคาที่ดินปรับขึ้นได้ไม่สูงเท่าในอดีต

บทความก่อนหน้านี้เสือเฒ่าปืนโหด! รัวฆ่าหนุ่มขอเคลียร์เรื่องปลูกบ้านรุกล้ำที่ดินอกพรุน(คลิป)
บทความถัดไปโกสินทร์ นายทวารจอมเก๋าโพสต์ทวงค่าเหนื่อยต้นสังกัด