แสนสิริทุ่ม 1.3 พันล้าน ขยายกำลังผลิตพรีคาสท์ป้อนงานก่อสร้างคอนโดฯ

ลุยผลิตพรีคาสท์

แสนสิริทุ่ม 1.3 พันล้าน ขยายกำลังผลิตพรีคาสท์ป้อนงานก่อสร้างคอนโดฯ – เดินหน้าเซ็ทมาตรฐานที่อยู่อาศัยรักษ์โลกครั้งแรกของไทย

ลุยผลิตพรีคาสท์ – นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนลงทุน 1,300 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างโรงงานพรีคาสท์แห่งที่ 2 บนที่ดิน 50 ไร่ ติดกับโรงงานเดิม ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 5 แสนตร.ม./ปี โดยสามารถผลิตได้เต็มศักยภาพที่ 1 ล้านตร.ม. หรือสามารถสร้างบ้านได้ประมาณ 1,000 ยูนิต และจะใช้เวลาคืนทุนภายใน 6 ปี จากปัจจุบันโรงงานผลิตแห่งแรกได้ทำการผลิตพรีคาสท์เต็มศักยภาพแล้วที่ 8.5 แสนตร.ม. หรือสามารถก่อสร้างบ้านได้ 2,500 ยูนิต ทั้งนี้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เพื่อรองรับการนำไปใช้ในการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้พรีคาสท์อยู่แล้วประมาณ 50% ในขณะที่บริษัทตั้งเป้าหมายจะใช้เพิ่มเป็น 80% ภายในปี 2564

ทั้งนี้ แผนดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ภารกิจหลักภายใต้ แสนสิริ กรีน มิชชั่น ที่มุ่งสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานและกำจัดของเสีย โดยบริษัทได้วางจุดยืนที่ชัดเจนในการลดปริมาณขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างทั้งในรูปแบบก่ออิฐฉาบปูนและพรีคาสท์ สู่นวัตกรรม เออร์ธ บล็อค ที่นำเศษคอนกรีตมวลเบาเหลือใช้จากการก่อสร้างเพื่อสร้างบล็อคคอนกรีตใหม่ นำกลับมาใช้ทำแผ่นทางเท้า ช่องลมระบายอากาศและของตกแต่งภูมิทัศน์ในโครงการ ซึ่งจะทำให้ลดขยะคอนกรีตที่เกิดจากการก่อสร้างได้ถึง 1,600 ตัน/ปี ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 48 ตัน/ปี เท่ากับพื้นที่สีเขียวของป่าไม้ 36 ไร่ รวมทั้งตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างในโรงงานพรีคาสท์เป็น 0% ภายในสิ้นปีหน้า

“เราพยามหาเทคโนโลยีการก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อลดวิธีการก่อสร้างแบบเดิม ที่ใช้แรงงานคนไปก่ออิฐฉาบปูน ซึ่งทำให้เกิดวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ในขณะที่การใช้พรีคาสท์ในการก่อสร้าง นอกจะช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างแล้ว ยังคุมคุณภาพก่อสร้างได้ดียิ่งขึ้น และลดผลกระทบจากข้อผิดพลาดของแรงงานคนได้ด้วย”

นายอุทัยกล่าวและว่า ในด้านการกำจัดขยะจากการบริโภคของลูกบ้าน บริษัทได้ใช้งบประมาณ 600,000 บาท ติดตั้งเครื่อง ฟู้ด เวสท์ แมชชีน จำนวน 10 เครื่องแรก บริเวณพื้นที่ส่วนกลางในทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะพัฒนาตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าหมายขยายการใช้งานใน 23 โครงการ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งในช่วงปีแรกจะสามารถแปรรูปขยะมูลฝอยได้ถึง 18 ตัน/ปี จาก 10 โครงการ และคาดว่าเมื่อครบทั้งสิ้น 23 โครงการ จะสามารถแปรรูปขยะมูลฝอยเฉลี่ย 42 ตัน/ปี

นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้ง รีฟัน แมชชีน เครื่องรับคืนขวดพลาสติกและกระป๋องในทุกโครงการแนวสูง รวมทั้งสิ้น 23 โครงการ ภายในปี 2564 และร่วมมือกับสตาร์ตอัพในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Goo Greens เพื่อนำเสนอความรู้เกี่ยวกับการแยกขยะให้กับลูกบ้าน และให้ลูกบ้านได้สะสมคะแนนเพื่อแลกของสมนาคุณต่างๆ ซึ่งเริ่มนำมาใช้แล้ว ทั้งในโครงการแนวราบ ที่เศรษฐสิริ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า และโครงการแนวสูงภายในฮาบิโตะมอลล์ รวมทั้งได้นำร่องติดตั้งเครื่อง Home bio gas หรือนวัตกรรมเครื่องเปลี่ยนขยะมูลฝอยเป็นก๊าซหุงต้มที่โรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ และสำนักงานใหญ่ สำนักงานขาย และเซลล์ แกลอรี่ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายยกเลิกการใช้ขวดน้ำดื่มพลาสติก 100% ภายในปลายปีหน้า

ตลอดจนมีแผนติดตั้ง โซลาร์ รูฟ ครอบคลุม 31 โครงการ ภายในปี 2564 ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 2 เมกกะวัตต์ ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 2,223 ตันต่อปี หรือคิดเป็นพื้นที่ป่าสีเขียวประมาณ 1,600 ไร่

บทความก่อนหน้านี้คลิปว่อน! สุดเสื่อมพระใช้ยาบ้า ล่อพระหนุ่มลวงมีเซ็กซ์ ตร.บุกเจอยา-ถุงยาง-คลิปโป๊อื้อ
บทความถัดไปกวาร์ดิโอลา อยากหาความท้าทายใหม่ เผยอนาคตสนรับงานคุมทีมชาติ